ฟื้นการสัญจรทางน้ำท่าเรือวัดดาวดึงษาราม

ฟื้นการสัญจรทางน้ำท่าเรือวัดดาวดึงษาราม

ประเด็นรณรงค์

ในอดีตย้อนช่วงไปไม่ถึง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ชุมชนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาละแวกวัดดาวดึงษาราม ปิ่นเกล้า  ตลอดจนชุมชนละแวกวัดพระยาศิริไอยสวรรค์  แถบบางยี่ขันกว่าพันหลังคาเรือน เคยได้อาศัยการสัญจรทางน้ำด้วยเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ย่านท่าพระอาทิตย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าติดวังหน้า   สวนสันติชัยปราการ   วัดชนะสงคราม ตลอดไปจนถึงย่านบางลำพู ฯลฯ   ในทางกลับกัน ก็มีประชาชนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้อาศัยเส้นทางสัญจรทางน้ำดังกล่าวเดินทางมายังชุมชนอันอุดมไปด้วยวัดวาอาราม และย่านชุมชนเก่าแก่ฟากตะวันตกด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพท่าเรือที่เสื่อมไปตามอายุการใช้งาน  ประกอบกับผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งดำเนินกิจการเรือข้ามฟากจากท่าเรือวัดดาวดึงษารามในลักษณะหาเช้ากินค่ำภายในครอบครัวไม่อาจทนต่อสภาพการขาดทุนอันเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะนั้นได้  จึงต้องเลิกรากิจการ และปล่อยให้ท่าเรือมีสภาพเสื่อมทรุดไปจนไม่อาจจะใช้ขึ้นลงอย่างปลอดภัยได้    

การขาดบริการเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ชุมชนละแวกวัดดาวดึงษารามต้องประสบกับความยากลำบากในใช้ชีวิต และการทำมาหากินเป็นอย่างมาก  เพราะเมื่อปลอดจากประชาชนที่เคยอาศัยเส้นทางการจราจรทางน้ำดังกล่าว  ชาวบ้านในชุมชนก็ไม่สามารถค้าขายเลี้ยงตนเองได้ดังเช่นที่เคยเป็นมา  ร้านค้าของชำก็ต้องทยอยปิดตัวลงเพราะค้าขายได้ไม่พอเลี้ยงตน  คนขายอาหาร ขายกับข้าวต่างๆ ก็ต้องทยอยปิดตัวลงตาม หรือต้องออกไปค้าขายในย่านแหล่งธุรกิจที่ไกลจากที่พักอาศัยของตน  หนุ่มสาวในชุมชนต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำมาหากินในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น  เพราะต้องเดินเท้าออกจากบ้านไปยังวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อต่อรถออกไปยังป้ายรถเมล์เชิงสะพานปิ่นเกล้า ค่าใช้จ่ายอันเนื่องด้วยการเดินทางและเวลาที่ต้องใช้เพื่อการเดินทางกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายอันจำยอมสำหรับชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับแต่กิจการเรือข้ามฟากได้สิ้นสุดลง และเป็นความทุกข์ที่มิอาจจะปลดเปลื้องลงได้โดยลำพังกำลังของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามเอง

แต่ทุกข์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอาจจะสิ้นสุดได้ลงไปไม่ยากหากได้รับความช่วยเหลือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)  หน่วยงานของรัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า  ตลอดจนภาคธุรกิจที่มีความชำนาญด้านกิจการสัญจรทางเรืออย่าง บริษัท  สุภัทรา จำกัด  ฯลฯ  ให้การสนับสนุนด้านการลงทุนเบื้องต้น  ตลอดจนเข้ามาจัดบริการเรือสาธารณะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู   ซึ่งกิจการที่ว่านี้  ไม่เพียงแต่จะช่วยปลดทุกข์ให้แก่ชุมชนวัดดาวดึงษารามได้เท่านั้น  ยังสามารถให้ผลในทางกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี 

ผลดีที่จะเห็นได้ชัดนอกเหนือจากเรื่องการคมนาคมเองแล้ว  ยังเป็นเรื่องของการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกด้วย  สืบเนื่องจากชุมรายรอบท่าน้ำวัดดาวดึงษารามนั้นเป็นชุมชนเก่าที่สืบทอดมาแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์  มีวัดวาอารามจำนวนมากที่สามารถเดินเท้าถึงกันได้  ได้แก่  วัดดาวดึงษาราม วัดจตุรมิตร วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ วัดบางยี่ขัน วัดอมรคีรี วัดน้อยนางหงส์ วัดคฤหบดี วัดดุสิตตาราม   ลำพังแค่ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาก็พร้อมสำหรับการเดินเท้าทำบุญ ๙ วัดได้แล้ว  หากเชื่อมต่อไปยังฟากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ก็จะมีวัดสำคัญๆ ในละแวกบางลำพู วิสุทธิกษัตริย์ และบางขุนพรหม อย่างเช่น วัดสังเวชวิชยาราม วัดชนะสงคราม วัดบวรนิเวศน์วิหาร วัดใหม่อมตรส วัดตรีทศเทพ วัดอินทรวิหาร  วัดสามพระยา วัดนรนาถสุนทริการาม วัดเทวราชกุญชร  อีกไม่น้อยกว่า ๙ วัด  ให้สามารถทำบุญทำทานได้อย่างต่อเนื่องภายในหนึ่งถึงสองวัน  การเชื่อมต่อเส้นทางเดินเท้าระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู ยังเป็นการส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรมของพระเณรที่จำพรรษาอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เนื่องจากสามารถเดินทางไปวัดสามพระยาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

แต่หากจะมองในเชิงการท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวก็มีสวนสาธารณะสำคัญสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนถึงสองแห่งที่ถูกตัดแยกออกจากกันด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา  คือ  สวนสันติชัยปราการ และสวนสมเด็จพระปรเมนทร อานันทมหิดล  รัชกาลที่ ๘   เป็นพื้นที่โล่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีสถานที่สำคัญจำนวนมากระหว่างสะพานพระราม ๘ และสะพานพระปินเกล้า  อาทิ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  โรงเหล้าเก่าบางยี่ขัน   บ้านพักเดิมของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ประศาสน์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อุโบสถเก่าร้างยุคสมัยอยุธยา ที่วัดสวนสวรรค์ใกล้สะพานพระราม ๘  และอุโบสถวัดภุมรินราชปักษี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลอง บางกอกน้อย ฯลฯ  เมื่อเปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำเชื่อมก็จะทำให้การเดินทางศึกษาเส้นทางทางวัฒนธรรมเป็นไปอย่างสะดวกและน่าสนใจมากขึ้น  มีผลดีต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์สร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทยของเยาวชน  ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ในละแวกบางลำพูซึ่งมีระยะเวลาจำกัด  ก็อาจจะใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ครึ่งวัน หรือหนึ่งวันไปกับการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อารยธรรมดังกล่าว

ในเชิงสังคม  การเปิดพื้นที่ชุมชนแออัดซึ่งห่างไกลสายตาของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และสาธารณชนทั่วไป  ก็จะช่วยลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชนลงไปได้อีกทางหนึ่ง   นอกเหนือไปจากการลดทอนปัญหาด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนเหล่านั้น  เพราะเมื่อการทำมาค้าขายในชุมชนดีขึ้น  ประชาชนและเยาวชนก็จะใช้เวลาไปกับการทำมาหากินมากขึ้น มีเวลาเหลือน้อยลง  มีรายได้ดีขึ้น   ไม่ต้องไปแสวงหารายได้จากช่องทางที่ไม่สุจริต   ไม่ใช้เวลาไปซ้องเสพกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยง  การพนัน หรือยาเสพติดที่บ่อนทำลายทั้งตัวผู้เสพ และทำลายทั้งสังคมโดยรวม 

สรุปว่า การรณรงค์ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดผลดีดังนี้

 ๑)  เพื่อปลดเปลื้องทุกข์ของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอันเนื่องจากขาดเส้นทางการคมนาคมอย่างเหมาะสมที่เกิดต่อเนื่องยาวนานร่วม ๑๐ ปี

<!--[if !supportLists]-->๒)<!--[endif]-->เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียง ชุมชนวัดดาวดึงษาราม ชุมชนคลองเจ้าครุฑ  ชุมชนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ชุมชนวัดบางยี่ขัน  ชุมชนใต้สะพานพระราม ๘ ฯลฯ 

<!--[if !supportLists]-->๓)<!--[endif]-->เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว ในย่านฟากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้เกิดความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องพื้นที่ทางวัฒนธรรมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

<!--[if !supportLists]-->๔)<!--[endif]-->เพื่อลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชน ในพื้นที่ชุมชนแออัด

avatar of the starter
สุรพล ศรีบุญทรงผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 9 คน

ประเด็นรณรงค์

ในอดีตย้อนช่วงไปไม่ถึง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ชุมชนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาละแวกวัดดาวดึงษาราม ปิ่นเกล้า  ตลอดจนชุมชนละแวกวัดพระยาศิริไอยสวรรค์  แถบบางยี่ขันกว่าพันหลังคาเรือน เคยได้อาศัยการสัญจรทางน้ำด้วยเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ย่านท่าพระอาทิตย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าติดวังหน้า   สวนสันติชัยปราการ   วัดชนะสงคราม ตลอดไปจนถึงย่านบางลำพู ฯลฯ   ในทางกลับกัน ก็มีประชาชนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้อาศัยเส้นทางสัญจรทางน้ำดังกล่าวเดินทางมายังชุมชนอันอุดมไปด้วยวัดวาอาราม และย่านชุมชนเก่าแก่ฟากตะวันตกด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพท่าเรือที่เสื่อมไปตามอายุการใช้งาน  ประกอบกับผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งดำเนินกิจการเรือข้ามฟากจากท่าเรือวัดดาวดึงษารามในลักษณะหาเช้ากินค่ำภายในครอบครัวไม่อาจทนต่อสภาพการขาดทุนอันเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะนั้นได้  จึงต้องเลิกรากิจการ และปล่อยให้ท่าเรือมีสภาพเสื่อมทรุดไปจนไม่อาจจะใช้ขึ้นลงอย่างปลอดภัยได้    

การขาดบริการเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ชุมชนละแวกวัดดาวดึงษารามต้องประสบกับความยากลำบากในใช้ชีวิต และการทำมาหากินเป็นอย่างมาก  เพราะเมื่อปลอดจากประชาชนที่เคยอาศัยเส้นทางการจราจรทางน้ำดังกล่าว  ชาวบ้านในชุมชนก็ไม่สามารถค้าขายเลี้ยงตนเองได้ดังเช่นที่เคยเป็นมา  ร้านค้าของชำก็ต้องทยอยปิดตัวลงเพราะค้าขายได้ไม่พอเลี้ยงตน  คนขายอาหาร ขายกับข้าวต่างๆ ก็ต้องทยอยปิดตัวลงตาม หรือต้องออกไปค้าขายในย่านแหล่งธุรกิจที่ไกลจากที่พักอาศัยของตน  หนุ่มสาวในชุมชนต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำมาหากินในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น  เพราะต้องเดินเท้าออกจากบ้านไปยังวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อต่อรถออกไปยังป้ายรถเมล์เชิงสะพานปิ่นเกล้า ค่าใช้จ่ายอันเนื่องด้วยการเดินทางและเวลาที่ต้องใช้เพื่อการเดินทางกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายอันจำยอมสำหรับชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับแต่กิจการเรือข้ามฟากได้สิ้นสุดลง และเป็นความทุกข์ที่มิอาจจะปลดเปลื้องลงได้โดยลำพังกำลังของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามเอง

แต่ทุกข์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอาจจะสิ้นสุดได้ลงไปไม่ยากหากได้รับความช่วยเหลือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)  หน่วยงานของรัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า  ตลอดจนภาคธุรกิจที่มีความชำนาญด้านกิจการสัญจรทางเรืออย่าง บริษัท  สุภัทรา จำกัด  ฯลฯ  ให้การสนับสนุนด้านการลงทุนเบื้องต้น  ตลอดจนเข้ามาจัดบริการเรือสาธารณะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู   ซึ่งกิจการที่ว่านี้  ไม่เพียงแต่จะช่วยปลดทุกข์ให้แก่ชุมชนวัดดาวดึงษารามได้เท่านั้น  ยังสามารถให้ผลในทางกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี 

ผลดีที่จะเห็นได้ชัดนอกเหนือจากเรื่องการคมนาคมเองแล้ว  ยังเป็นเรื่องของการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกด้วย  สืบเนื่องจากชุมรายรอบท่าน้ำวัดดาวดึงษารามนั้นเป็นชุมชนเก่าที่สืบทอดมาแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์  มีวัดวาอารามจำนวนมากที่สามารถเดินเท้าถึงกันได้  ได้แก่  วัดดาวดึงษาราม วัดจตุรมิตร วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ วัดบางยี่ขัน วัดอมรคีรี วัดน้อยนางหงส์ วัดคฤหบดี วัดดุสิตตาราม   ลำพังแค่ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาก็พร้อมสำหรับการเดินเท้าทำบุญ ๙ วัดได้แล้ว  หากเชื่อมต่อไปยังฟากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ก็จะมีวัดสำคัญๆ ในละแวกบางลำพู วิสุทธิกษัตริย์ และบางขุนพรหม อย่างเช่น วัดสังเวชวิชยาราม วัดชนะสงคราม วัดบวรนิเวศน์วิหาร วัดใหม่อมตรส วัดตรีทศเทพ วัดอินทรวิหาร  วัดสามพระยา วัดนรนาถสุนทริการาม วัดเทวราชกุญชร  อีกไม่น้อยกว่า ๙ วัด  ให้สามารถทำบุญทำทานได้อย่างต่อเนื่องภายในหนึ่งถึงสองวัน  การเชื่อมต่อเส้นทางเดินเท้าระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู ยังเป็นการส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรมของพระเณรที่จำพรรษาอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เนื่องจากสามารถเดินทางไปวัดสามพระยาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

แต่หากจะมองในเชิงการท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวก็มีสวนสาธารณะสำคัญสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนถึงสองแห่งที่ถูกตัดแยกออกจากกันด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา  คือ  สวนสันติชัยปราการ และสวนสมเด็จพระปรเมนทร อานันทมหิดล  รัชกาลที่ ๘   เป็นพื้นที่โล่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีสถานที่สำคัญจำนวนมากระหว่างสะพานพระราม ๘ และสะพานพระปินเกล้า  อาทิ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  โรงเหล้าเก่าบางยี่ขัน   บ้านพักเดิมของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ประศาสน์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อุโบสถเก่าร้างยุคสมัยอยุธยา ที่วัดสวนสวรรค์ใกล้สะพานพระราม ๘  และอุโบสถวัดภุมรินราชปักษี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลอง บางกอกน้อย ฯลฯ  เมื่อเปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำเชื่อมก็จะทำให้การเดินทางศึกษาเส้นทางทางวัฒนธรรมเป็นไปอย่างสะดวกและน่าสนใจมากขึ้น  มีผลดีต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์สร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทยของเยาวชน  ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ในละแวกบางลำพูซึ่งมีระยะเวลาจำกัด  ก็อาจจะใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ครึ่งวัน หรือหนึ่งวันไปกับการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อารยธรรมดังกล่าว

ในเชิงสังคม  การเปิดพื้นที่ชุมชนแออัดซึ่งห่างไกลสายตาของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และสาธารณชนทั่วไป  ก็จะช่วยลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชนลงไปได้อีกทางหนึ่ง   นอกเหนือไปจากการลดทอนปัญหาด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนเหล่านั้น  เพราะเมื่อการทำมาค้าขายในชุมชนดีขึ้น  ประชาชนและเยาวชนก็จะใช้เวลาไปกับการทำมาหากินมากขึ้น มีเวลาเหลือน้อยลง  มีรายได้ดีขึ้น   ไม่ต้องไปแสวงหารายได้จากช่องทางที่ไม่สุจริต   ไม่ใช้เวลาไปซ้องเสพกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยง  การพนัน หรือยาเสพติดที่บ่อนทำลายทั้งตัวผู้เสพ และทำลายทั้งสังคมโดยรวม 

สรุปว่า การรณรงค์ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดผลดีดังนี้

 ๑)  เพื่อปลดเปลื้องทุกข์ของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอันเนื่องจากขาดเส้นทางการคมนาคมอย่างเหมาะสมที่เกิดต่อเนื่องยาวนานร่วม ๑๐ ปี

<!--[if !supportLists]-->๒)<!--[endif]-->เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียง ชุมชนวัดดาวดึงษาราม ชุมชนคลองเจ้าครุฑ  ชุมชนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ชุมชนวัดบางยี่ขัน  ชุมชนใต้สะพานพระราม ๘ ฯลฯ 

<!--[if !supportLists]-->๓)<!--[endif]-->เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว ในย่านฟากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้เกิดความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องพื้นที่ทางวัฒนธรรมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

<!--[if !supportLists]-->๔)<!--[endif]-->เพื่อลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชน ในพื้นที่ชุมชนแออัด

avatar of the starter
สุรพล ศรีบุญทรงผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

กทม.  บริษัท สุภัทรา จำกัด  และ คสช.
กทม. บริษัท สุภัทรา จำกัด และ คสช.

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 แล้ว