หยุดบังคับให้นักเรียนเข้าค่ายจริยธรรม

หยุดบังคับให้นักเรียนเข้าค่ายจริยธรรม

ประเด็นรณรงค์

นักเรียนส่วนใหญ่แทบไม่ได้ประโยชน์จากการไปค่ายธรรมะโดยการบังคับ เป็นงานเสียเวลาและเปลืองงบประมาณอย่างมาก ทั้งยังกระทบต่อสุขภาพจิตของนักเรียน เนื่องจากการกดดัน(เช่น พูดให้รู้สึกกลัวบาปกรรมอย่างรุนแรง ให้รู้สึกผิดกับคนในครอบครัวอย่างมาก นำคลิปการฆ่าสัตว์มาเปิดตอนรับประทานอาหาร ฯลฯ) การบังคับขู่เข็ญ (เช่นถ้าไม่ทำตามที่สั่งจะไม่ให้ทานอาหาร ไม่ให้ไปนอน ไม่ให้กลับบ้าน ต้องซ้ำชั้น ฯลฯ) ซึ่งอาจทำให้นักเรียนเกิดอาการซึมเศร้าหลังจากไปค่าย รวมถึงก่อให้เกิดความเกลียดชังศาสนา คิดว่าเป็นสิ่งที่สร้างความทุกข์ทรมาน บางครั้งอาจถึงกับเกลียดโรงเรียน ครูอาจารย์ที่บังคับให้ไป

avatar of the starter
patraluck Chongcharoenผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 1 คน

ประเด็นรณรงค์

นักเรียนส่วนใหญ่แทบไม่ได้ประโยชน์จากการไปค่ายธรรมะโดยการบังคับ เป็นงานเสียเวลาและเปลืองงบประมาณอย่างมาก ทั้งยังกระทบต่อสุขภาพจิตของนักเรียน เนื่องจากการกดดัน(เช่น พูดให้รู้สึกกลัวบาปกรรมอย่างรุนแรง ให้รู้สึกผิดกับคนในครอบครัวอย่างมาก นำคลิปการฆ่าสัตว์มาเปิดตอนรับประทานอาหาร ฯลฯ) การบังคับขู่เข็ญ (เช่นถ้าไม่ทำตามที่สั่งจะไม่ให้ทานอาหาร ไม่ให้ไปนอน ไม่ให้กลับบ้าน ต้องซ้ำชั้น ฯลฯ) ซึ่งอาจทำให้นักเรียนเกิดอาการซึมเศร้าหลังจากไปค่าย รวมถึงก่อให้เกิดความเกลียดชังศาสนา คิดว่าเป็นสิ่งที่สร้างความทุกข์ทรมาน บางครั้งอาจถึงกับเกลียดโรงเรียน ครูอาจารย์ที่บังคับให้ไป

avatar of the starter
patraluck Chongcharoenผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

เด็กนักเรียน
เด็กนักเรียน
ผู้ปกครอง
ผู้ปกครอง

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 แล้ว