อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์หยุด! ร่าง พ​.​ร​.​บ. ที่ควบคุมการสื่อสารของสื่อและประชาชน

พักก่อน!!! ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมสื่อ ยังไม่ผ่านการสภาชั่วคราว

Siripannee SupratyaBangkok, ไทย
15 ก.พ. 2023

ในวันที่ 24 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา เครือข่ายสื่อเสรี ภาคีนักเรียนสื่อ และตัวแทนจากสมาพันธ์สื่อไทยเพื่อประชาธิปไตย (DemAll) ได้ร่วมกันยื่นหนังสือและกว่าสองพันรายชื่อที่รวบรวมได้ในแคมเปญ Change.org ให้กับกมธ. การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อคัดค้าน “ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....” โดยมี คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เป็นตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแถลงข่าวร่วมกัน

ไม่กี่วันถัดมา ในวันที่ 28 ม.ค. ปรากฏรายชื่อ ร่าง พ.รบ. ดังกล่าวถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งเป็นวาระเร่งด่วนของการประชุมสภาวันที่ 7 ก.พ. 2566 โดยมีคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

เพียงหนึ่งวันก่อนการพิจารณาจะเกิดขึ้น ทั้งสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ต่างก็ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านเพิ่มอีก โดยมีเนื้อหาเป็นไปได้ทางเดียวกันก็คือร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยขาดการรับฟังความเห็นที่รอบด้าน และไม่เหมาะสมต่อภูมิทัศน์สื่อสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน หลังจากวันพิจารณาไม่นาน สื่ออาวุโสบางท่านที่ไม่ร่วมคัดค้าน ก็ได้ประกาศเพิ่มเติมไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

แม้ “ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....” อาจไม่เสร็จสิ้นการพิจารณาจนถึงขั้นประกาศเป็นกฎหมายภายในรัฐบาลชุดนี้ แต่ความพยายามในการควบคุมสื่อโดยรัฐยังคงเป็นกับดักที่พร้อมจู่โจมพวกเราทุกคนได้เสมอเมื่อไม่ระมัดระวังตัว โดยความพยายามในการคัดค้านในครั้งนี้ ไม่ใช่การเรียกร้องให้ยกเลิกการตรวจสอบสื่อโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการเรียกร้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบมากกว่าเดิมและหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการที่รัฐเป็นผู้ตั้งงบประมาณ กำกับดูแล และคัดสรรผู้กำกับดูแลสื่อ ทั้งที่หน้าที่ส่วนหนึ่งของสื่อเองก็คือการตรวจสอบการทำงานของรัฐ

ในพรบ.ชุดนี้ คำว่า “สื่อ” ถูกนิยามไว้แคบ แต่ครอบคลุมกว้าง ต้องพึ่งพาดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตีความเป็นครั้งๆ ไป ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในกระบวนการยุติกรรม สื่อในที่นี้อาจหมายถึงใครก็ตามที่มีผู้ติดตามมากสักหน่อย และได้ผลตอบแทนจากการมีตัวตนในโซเชียล (นั่นหมายถึง อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูปเบอร์ และติ๊กต๊อกเกอร์ใดๆ ด้วย) และอาจทำให้สถานการณ์การใช้กฎหมายปิดปากสื่อหรือ SLAPP เลวร้ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับสื่อต่อเนื้อหาที่ออกมา การผ่าน พ.ร.บ. ที่มีอำนาจมากเช่นนี้จึงยิ่งจำเป็นต้องมีการปฏิบัติอย่างรอบคอบ แม้จะมีเจตนาที่ดี (หรือไม่) ก็ตาม

 

“ถอนร่าง พ.ร.บ. นี้แล้วคุยกันให้รอบด้านก่อน”—ไม่ใช่ร่วมร่างร่วมจัดตั้งโดยมีผู้เห็นชอบเพียงไม่กี่คน

 

วันนี้ “ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ....” อาจถูกพักไปก่อน แต่ในอีกไม่นานข้างหน้า พวกเราอาจจะต้องขอพลังจากทุกคนที่เชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพการสื่อสารอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์
Facebook
WhatsApp
X
อีเมล