อยากให้มีการแก้ไขกฎหมาย "ห้ามพกพา สเปรย์พริกไทย" ในประเทศไทย


อยากให้มีการแก้ไขกฎหมาย "ห้ามพกพา สเปรย์พริกไทย" ในประเทศไทย
ประเด็นรณรงค์
สเปรย์พริกไทย อุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุด ของผู้หญิง
สเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หยุดคนร้ายได้จริง แต่ไม่ส่งผลแค่เพียงให้เกิดอาการไอจาม หรือแสบตา ลืมตาไม่ขึ้น โดยอาการทั้งหมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะไม่ส่งผลร้ายกับคนร้ายในระยะยาว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการหนีเอาตัวรอด
จากเหตุผลดังกล่าว สเปรย์พริกไทย จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงปลอดภัยกว่าการใช้มีด หรือเครื่องช๊อตไฟฟ้า มากนัก
สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย โทษสูงสุด คุก10ปี ปรับ1ล้าน
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดาย ที่อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ชื่อว่า สเปรย์พริกไทย ในประเทศไทย กลับเป็นของผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ระบุไว้ว่า“ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญที่ใช้เพื่อขัดขวางระบบการ ทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราวเพื่อการป้องกัน ตัวหรือทำร้ายผู้อื่น ” เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 โดย ห้ามมิให้ นำเข้า จำหน่าย พกพา สำหรับผู้ที่ฝ่าผืนมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ 1,000,000 บาท โดยทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ติดความว่าหมายถึง สเปรย์พริกทุกชนิด
เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมวัตถุอันตราย คณะกรรมการอาหารและยา ให้เหตุผลในการควบคุมเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำสเปรย์พริกไทยไปใช้ในทางที่ผิด
การใช้สเปรย์พริกไทย ในทางที่ผิด มีเพียง 2 คดี/ปี
จากการศึกษา ในคดีที่มีการกระทำผิดด้วยสเปรย์พริกไทย โดยฝีมือพลเรือน ในประเทศไทยนั้น มีเพียง 2 คดี เท่านั้น ซึ่งคดีเป็นการชิงทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในปี 2550 ที่เกิดโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน ชื่อนายชัยพิบูล หรือตุ้ย นาคถิน โดยได้ทรัพย์ครั้งแรกเป็นทอง ทอง 4 บาท ครั้งที่ 2 เป็นโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่นเอ็น 72 (ที่ได้ทรัพย์สินไปเพียงครั้งละ1 ชิ้น เข้าใจได้ว่า คนร้ายคงจะไอจามจากสเปรย์ของตัวเอง จึงไม่มีเวลาหยิบฉวยทรัพย์ได้มากนัก) และถูกจับได้แทบจะทันที หลังการก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง
ผู้หญิงถูกข่มขืน 33,000คน/ปี กับคนร้ายที่ลอยนวล 30,000คน/ปี
ปีงบประมาณ แจ้งความ จับกุมได้ ลอยนวล
2551 4,736 2,340 2,396
2552 4,155 2,184 1,971
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงไทยถูกข่มขืน 2 ชั่วโมง/คน (12คน/วัน)
แต่จากงานวิจัยประเมินว่าจริงๆ แล้ว มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วไม่มาแจ้งความ อีก 6 เท่า คือมีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนทั้งหมด ประมาณ 32,000 คน/ปี
จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้เห็นได้ว่า มีคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืน 32,000คน/ปี แต่สามารถคนร้ายมาลงโทษได้ 2,000คน/ปี หมายความว่า มีคนร้ายก่อคดีข่มขืน ลอยนวลอยู่ในสังคม เพิ่มขึ้น 30,000คน ทุกๆ ปี
ในขณะที่ผู้รักษาความสงบของบ้านเมื่อคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีกำลังเพียงพอในการรักษาความสงบได้ทั้งหมดแล้ว ผู้หญิงไทย ซึ่งตกเป็นเหยื่ออยู่ทุกวัน ก็ไม่มีสิทธิ์ในการพกพา สเปรย์พริกไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงที่ดีที่สุด แล้วจะให้ผู้หญิงไทยป้องกันตัวด้วยอะไร?
ความเสียเปรียบ ของผู้ใช้สเปรย์พริกไทย ป้องกันตัว
1. ผู้ใช้สเปรย์พริกไทย ในการป้องกันตัว ระงับเหตุ อาจถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะเป็นการป้องกันตัว ที่สมควรแก่เหตุก็ตาม (ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ผิด พรบ.วัตถุอันตราย)
2. เป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ของเจ้าหน้าที่รัฐ หากตรวจพบการพกพาสเปรย์พริกไทย เพื่อป้องกันตัว
(น้องจะจ่ายให้พี่ตรงนี้ไหม 10,000บาท ไม่งั้น ก็ขึ้นโรงพัก อาจจะคุก 10ปี ปรับ1ล้าน นะเลือกเอา)
การควบคุมสเปรย์พริกไทย ในประเทศอื่นๆ
สามารถแบ่งแยกได้ 11ระดับ ดังนี้
1. พกพาได้ทั่วไป
- ออสเตรเลียตะวันตก
- โดมินิกัน
- อิสราเอล
- แอฟริกาใต้
- เกาหลีใต้
2. กำหนด ชนิดสารสำคัญ และ ความเข้มข้น
- อิตาลี : มีสาระสำคัญ 10%
3. พกพาได้ทั่วไป เฉพาะที่ฉลากระบุว่าใช้กับสุนัข หรือ หมี
- แคนาดา
- เยอรมัน
4. กำหนดอายุผู้พกพา อย่างเดียว
- ลัทเวีย : อายุ 16 ปี
- โปแลนด์ : อายุ 18 ปี
- รัสเซีย : อายุ 18 ปี
- หลายรัฐ ใน USA : อายุ 18 ปี และสามารถซื้อได้จากร้านค้าต่างๆทั่วไป
5. กำหนด ชนิดสารสำคัญ ,ความเข้มข้น และกำหนดอายุผู้พกพา
- รัฐมิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา : มีสาระสำคัญ 2% และ อายุ 18 ปี
6. กำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์, ความเข้มข้น, ขนาด, น้ำหนัก, ฉลาก และกำหนดอายุผู้พกพา
- รัฐวิสคอนซิน ในสหรัฐอเมริกา
7. กำหนดอายุผู้พกพา และ ผู้จำหน่ายต้องมีใบอนุญาต การจำหน่ายโดยมีบันทึกข้อมูลไว้
- นิวยอร์ค ในสหรัฐอเมริกา
8. ผู้พกพาต้องมีใบอนุญาต
- ฮ่องกง
- สวีเดน
- สหราชอาณาจักร
- วอชิตัน ดีซี. ในสหรัฐอเมริกา : ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
9. ผู้พกพาต้องมีใบอนุญาต และกำหนดความเข้มข้น
- ฟินแลนด์
10. ผู้จำหน่ายและผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาต
- รัฐแมสซาชูเซ็ท ในสหรัฐอเมริกา
11. เป็นอาวุธ พกพาได้เฉพาะตำรวจ
- เบลเยี่ยม
- เดนมาร์ค
- เนเธอร์แลนด์
- นิวซีแลนด์
- นอร์เวย์
- ประเทศไทย ???
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฏหมายห้ามพกพาสเปร์พริกไทย ในประเทศไทย
1. นำสเปรยพริกไทย ออกจากรายชื่อ วัตถุอันตรายประเภทที่ 4
ที่ห้ามพกพา ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ผลิต
2. กำหนด คุณลักษณะในการผลิต นำเข้า สเปรย์พริกไทย
2.1 สารสำคัญ ต้องไม่ทำอันตรายอย่างถาวรต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น เป็นสารที่ทำให้เกิดการแสบตา และการไอจาม ในช่วงเวลาสั้นๆ
2.2 ความเข้มข้นของสารสำคัญ ต้องอยู่ในปริมาณที่ อย. กำหนด
3. กำหนดคุณสมบัติ และข้อปฏิบัติ สำหรับ ควบคุม
ผู้ผลิต หรือ ผู้จำหน่าย หรือ นำเข้า สเปรย์พริกไทย
3.1 คุณสมบัติ ของ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย
- ต้องขึ้นทะเบียน ขอใบอนุญาติ เป็นผู้ผลิต นำเข้า จำหน่าย กับ อย.
- มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง
- เงื่อนไขอื่นๆ (ต้องไม่เคยได้รับโทษทางอาญา เป็นต้น)
3.2 ข้อปฏิบัติ ของ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย
- ชนิดสินค้าที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย ต้องขึ้นทะเบียน กับ อย. ก่อน
- สามารถจำหน่ายให้ ผู้ที่มีใบอนุญาติพกพา สเปรย์พริกไทย ที่ออกโดย อย. หรือ หน่วยงานที่ อย. มอบหมาย เท่านั้น
- การจำหน่าย ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน และ ใบอนุญาติพกพาสเปรย์พริกไทย เก็บไว้ ทุกครั้ง
4. กำหนดคุณสมบัติ และข้อปฏิบัติ สำหรับ ควบคุม
ผู้พกพา ผู้ครอบครอง สเปรย์พริกไทย
4.1 คุณสมบัติ ของ ผู้พกพา ผู้ครอบครอง
- อายุ 18 ปี ขึ้นไป
- ต้องขึ้นทะเบียน ขอใบอนุญาติ เป็นผู้พกพา ผู้ครอบครอง กับ อย. หรือ หน่วยงานที่ อย. มอบหมาย เฉพาะบุคคลไป
4.2 ข้อปฏิบัติ ของ ผู้พกพา ผู้ครอบครอง
- การครอบครองเก็บไว้ในเคหสถานไม่มีความผิดทุกกรณี
- การพกพา สเปรย์พริกไทย ในที่สาธารณะโดยไม่มี ใบอนุญาติพกพา มีความผิด ตามกฎหมายอาญา เทียบเท่าการพกพาอาวุธ
- การใช้สเปรย์พริกไทยเพื่อป้องกันตัว ต้องนำสืบในชั้นศาล หรือตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อไป
เครดิต www.thaibodyguard.com

ประเด็นรณรงค์
สเปรย์พริกไทย อุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุด ของผู้หญิง
สเปรย์พริกไทย เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หยุดคนร้ายได้จริง แต่ไม่ส่งผลแค่เพียงให้เกิดอาการไอจาม หรือแสบตา ลืมตาไม่ขึ้น โดยอาการทั้งหมดจะหายไปในเวลา ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งจะไม่ส่งผลร้ายกับคนร้ายในระยะยาว แต่ก็เป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการหนีเอาตัวรอด
จากเหตุผลดังกล่าว สเปรย์พริกไทย จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงปลอดภัยกว่าการใช้มีด หรือเครื่องช๊อตไฟฟ้า มากนัก
สเปรย์พริกไทย ผิดกฎหมาย โทษสูงสุด คุก10ปี ปรับ1ล้าน
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดาย ที่อุปกรณ์ป้องกันตัว ที่ชื่อว่า สเปรย์พริกไทย ในประเทศไทย กลับเป็นของผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง รายชื่อวัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ระบุไว้ว่า“ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสำคัญที่ใช้เพื่อขัดขวางระบบการ ทำงานของร่างกายเป็นการชั่วคราวเพื่อการป้องกัน ตัวหรือทำร้ายผู้อื่น ” เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 โดย ห้ามมิให้ นำเข้า จำหน่าย พกพา สำหรับผู้ที่ฝ่าผืนมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับ 1,000,000 บาท โดยทั้งนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ติดความว่าหมายถึง สเปรย์พริกทุกชนิด
เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมวัตถุอันตราย คณะกรรมการอาหารและยา ให้เหตุผลในการควบคุมเข้มงวด เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำสเปรย์พริกไทยไปใช้ในทางที่ผิด
การใช้สเปรย์พริกไทย ในทางที่ผิด มีเพียง 2 คดี/ปี
จากการศึกษา ในคดีที่มีการกระทำผิดด้วยสเปรย์พริกไทย โดยฝีมือพลเรือน ในประเทศไทยนั้น มีเพียง 2 คดี เท่านั้น ซึ่งคดีเป็นการชิงทรัพย์ ที่เกิดขึ้นในปี 2550 ที่เกิดโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน ชื่อนายชัยพิบูล หรือตุ้ย นาคถิน โดยได้ทรัพย์ครั้งแรกเป็นทอง ทอง 4 บาท ครั้งที่ 2 เป็นโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่นเอ็น 72 (ที่ได้ทรัพย์สินไปเพียงครั้งละ1 ชิ้น เข้าใจได้ว่า คนร้ายคงจะไอจามจากสเปรย์ของตัวเอง จึงไม่มีเวลาหยิบฉวยทรัพย์ได้มากนัก) และถูกจับได้แทบจะทันที หลังการก่อเหตุทั้ง 2 ครั้ง
ผู้หญิงถูกข่มขืน 33,000คน/ปี กับคนร้ายที่ลอยนวล 30,000คน/ปี
ปีงบประมาณ แจ้งความ จับกุมได้ ลอยนวล
2551 4,736 2,340 2,396
2552 4,155 2,184 1,971
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงไทยถูกข่มขืน 2 ชั่วโมง/คน (12คน/วัน)
แต่จากงานวิจัยประเมินว่าจริงๆ แล้ว มีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนแล้วไม่มาแจ้งความ อีก 6 เท่า คือมีผู้หญิงที่ถูกข่มขืนทั้งหมด ประมาณ 32,000 คน/ปี
จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้เห็นได้ว่า มีคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืน 32,000คน/ปี แต่สามารถคนร้ายมาลงโทษได้ 2,000คน/ปี หมายความว่า มีคนร้ายก่อคดีข่มขืน ลอยนวลอยู่ในสังคม เพิ่มขึ้น 30,000คน ทุกๆ ปี
ในขณะที่ผู้รักษาความสงบของบ้านเมื่อคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีกำลังเพียงพอในการรักษาความสงบได้ทั้งหมดแล้ว ผู้หญิงไทย ซึ่งตกเป็นเหยื่ออยู่ทุกวัน ก็ไม่มีสิทธิ์ในการพกพา สเปรย์พริกไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงที่ดีที่สุด แล้วจะให้ผู้หญิงไทยป้องกันตัวด้วยอะไร?
ความเสียเปรียบ ของผู้ใช้สเปรย์พริกไทย ป้องกันตัว
1. ผู้ใช้สเปรย์พริกไทย ในการป้องกันตัว ระงับเหตุ อาจถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะเป็นการป้องกันตัว ที่สมควรแก่เหตุก็ตาม (ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ผิด พรบ.วัตถุอันตราย)
2. เป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ของเจ้าหน้าที่รัฐ หากตรวจพบการพกพาสเปรย์พริกไทย เพื่อป้องกันตัว
(น้องจะจ่ายให้พี่ตรงนี้ไหม 10,000บาท ไม่งั้น ก็ขึ้นโรงพัก อาจจะคุก 10ปี ปรับ1ล้าน นะเลือกเอา)
การควบคุมสเปรย์พริกไทย ในประเทศอื่นๆ
สามารถแบ่งแยกได้ 11ระดับ ดังนี้
1. พกพาได้ทั่วไป
- ออสเตรเลียตะวันตก
- โดมินิกัน
- อิสราเอล
- แอฟริกาใต้
- เกาหลีใต้
2. กำหนด ชนิดสารสำคัญ และ ความเข้มข้น
- อิตาลี : มีสาระสำคัญ 10%
3. พกพาได้ทั่วไป เฉพาะที่ฉลากระบุว่าใช้กับสุนัข หรือ หมี
- แคนาดา
- เยอรมัน
4. กำหนดอายุผู้พกพา อย่างเดียว
- ลัทเวีย : อายุ 16 ปี
- โปแลนด์ : อายุ 18 ปี
- รัสเซีย : อายุ 18 ปี
- หลายรัฐ ใน USA : อายุ 18 ปี และสามารถซื้อได้จากร้านค้าต่างๆทั่วไป
5. กำหนด ชนิดสารสำคัญ ,ความเข้มข้น และกำหนดอายุผู้พกพา
- รัฐมิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา : มีสาระสำคัญ 2% และ อายุ 18 ปี
6. กำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์, ความเข้มข้น, ขนาด, น้ำหนัก, ฉลาก และกำหนดอายุผู้พกพา
- รัฐวิสคอนซิน ในสหรัฐอเมริกา
7. กำหนดอายุผู้พกพา และ ผู้จำหน่ายต้องมีใบอนุญาต การจำหน่ายโดยมีบันทึกข้อมูลไว้
- นิวยอร์ค ในสหรัฐอเมริกา
8. ผู้พกพาต้องมีใบอนุญาต
- ฮ่องกง
- สวีเดน
- สหราชอาณาจักร
- วอชิตัน ดีซี. ในสหรัฐอเมริกา : ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
9. ผู้พกพาต้องมีใบอนุญาต และกำหนดความเข้มข้น
- ฟินแลนด์
10. ผู้จำหน่ายและผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาต
- รัฐแมสซาชูเซ็ท ในสหรัฐอเมริกา
11. เป็นอาวุธ พกพาได้เฉพาะตำรวจ
- เบลเยี่ยม
- เดนมาร์ค
- เนเธอร์แลนด์
- นิวซีแลนด์
- นอร์เวย์
- ประเทศไทย ???
ข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฏหมายห้ามพกพาสเปร์พริกไทย ในประเทศไทย
1. นำสเปรยพริกไทย ออกจากรายชื่อ วัตถุอันตรายประเภทที่ 4
ที่ห้ามพกพา ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ผลิต
2. กำหนด คุณลักษณะในการผลิต นำเข้า สเปรย์พริกไทย
2.1 สารสำคัญ ต้องไม่ทำอันตรายอย่างถาวรต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น เป็นสารที่ทำให้เกิดการแสบตา และการไอจาม ในช่วงเวลาสั้นๆ
2.2 ความเข้มข้นของสารสำคัญ ต้องอยู่ในปริมาณที่ อย. กำหนด
3. กำหนดคุณสมบัติ และข้อปฏิบัติ สำหรับ ควบคุม
ผู้ผลิต หรือ ผู้จำหน่าย หรือ นำเข้า สเปรย์พริกไทย
3.1 คุณสมบัติ ของ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย
- ต้องขึ้นทะเบียน ขอใบอนุญาติ เป็นผู้ผลิต นำเข้า จำหน่าย กับ อย.
- มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง
- เงื่อนไขอื่นๆ (ต้องไม่เคยได้รับโทษทางอาญา เป็นต้น)
3.2 ข้อปฏิบัติ ของ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย
- ชนิดสินค้าที่ผลิต นำเข้า จำหน่าย ต้องขึ้นทะเบียน กับ อย. ก่อน
- สามารถจำหน่ายให้ ผู้ที่มีใบอนุญาติพกพา สเปรย์พริกไทย ที่ออกโดย อย. หรือ หน่วยงานที่ อย. มอบหมาย เท่านั้น
- การจำหน่าย ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน และ ใบอนุญาติพกพาสเปรย์พริกไทย เก็บไว้ ทุกครั้ง
4. กำหนดคุณสมบัติ และข้อปฏิบัติ สำหรับ ควบคุม
ผู้พกพา ผู้ครอบครอง สเปรย์พริกไทย
4.1 คุณสมบัติ ของ ผู้พกพา ผู้ครอบครอง
- อายุ 18 ปี ขึ้นไป
- ต้องขึ้นทะเบียน ขอใบอนุญาติ เป็นผู้พกพา ผู้ครอบครอง กับ อย. หรือ หน่วยงานที่ อย. มอบหมาย เฉพาะบุคคลไป
4.2 ข้อปฏิบัติ ของ ผู้พกพา ผู้ครอบครอง
- การครอบครองเก็บไว้ในเคหสถานไม่มีความผิดทุกกรณี
- การพกพา สเปรย์พริกไทย ในที่สาธารณะโดยไม่มี ใบอนุญาติพกพา มีความผิด ตามกฎหมายอาญา เทียบเท่าการพกพาอาวุธ
- การใช้สเปรย์พริกไทยเพื่อป้องกันตัว ต้องนำสืบในชั้นศาล หรือตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อไป
เครดิต www.thaibodyguard.com

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 25 มิถุนายน ค.ศ. 2017 แล้ว