ให้มีเขตควบคุมสำหรับพระสงฆ์ระหว่างรอการพิจารณาคดี

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 100 คน!


                                         ให้มีเรือนจำสำหรับพระสงฆ์

                                          ระหว่างรอการพิจารณาคดี

 

I. ในประวัติศาสตร์ไทย เคยมีเรือนจำคณสงฆ์มาก่อน ในรัชสมัย รัชการที่ 5 - รัชกาลที่ 6

มีข้อมูลว่า ในปี ร.ศ.121 มีห้องขังพระอยู่ปากคลองโอ่งอ่าง ซึ่งก็คือที่ตั้งของกระทรวงธรรมการ แต่ลักษณะของห้องขัง หรือ เรือนจำนั้น มีลักษณะอย่างไรไม่มีข้อมูลระบุไว้
(ที่มาข้อมูลhttps://www.thairath.co.th/content/1287199

 

II.ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปี 2505 ก็มีการจับขังพระพิมลธรรม  (ชาร์ตภาพพระพิมลธรรม) ในข้อหาคอมมิวนิสต์ โดยถูกจับสึกเป็นฆราวาสและเข้าเรือนจำที่สันติบาลเป็นเวลาหลายปี  จนกระทั่งศาลสามารถพิสูจน์ข้อกล่าหาดังกล่าวว่าเป็นเท็จ และตัดสินยกฟ้งอเมื่อปี 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้พระเถระทั้งสองรูปคืนสู่สมณศักดิ์เดิมตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 คดีดังกล่าวนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

(ที่มาข้อมูล https://www.matichon.co.th/education/news_972531

 

III. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2535

มาตรา 30  เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น (ชาร์ต พรบ.)

            ซึ่งการมี พรบ.นี้ทำให้พระสงฆ์ที่ศาลไม่ให้ประกันตังต้องถูกจับสึกเข้าเรือนจำ หรือ ไม่ก็ต้องหลบหนีในที่สุด แต่ทำไมต้องมีแค่ จับสึก และ หลบหนี 2 ทางเลือกเท่านั้น

 

IV. ขอเรียกร้องให้ สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) จัดให้มีเขตควบคุมสำหรับพระสงฆ์ระหว่างรอการพิจารณาคดี  

            สิ่งที่เรียกร้องนี้ไม่ใช่เพื่อให้สิทธิพิเศษกับพระ แต่เพียงต้องการให้ได้ดำรงอยู่ในฐานะนักบวชจนเมื่อคดีสิ้นสุด โดยให้กระบวนยุติธรรมตามปกติ จนกว่าศาลจะตัดสิน  ซึ่งถ้ามีความผิดจริงจึงค่อยให้ลาสิกขา ไปเข้าเรือนจำปกติ แต่หากพิสูจน์แล้วว่าบริสุทธิ์พ้นมลทิน ก็คืนสู่จุดเดิมได้โดยไม่เสียสมณศักดิ์ ไม่เสียพรรษา

            เพื่อให้เห็นภาพขอยกตัวอย่าง กรณีที่เป็นข้าราชการ เมื่อถูกสั่งลงโทษทางวินัย หรือถูกดำเนินคดีอาญา แต่ภายหลังสามารถพิสูจน์ได้ว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือปราศจากมลทิน การได้กลับคืนเข้าไปรับราชการใหม่ในยศและตำแหน่งเดิมนั้น ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะเพียงแค่มีคำสั่งใหม่แต่งตั้งทุกอย่างก็จบ

แต่กรณีของพระซึ่งยังไม่ทันได้พิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลว่ามีความผิดจริงหรือไม่ แต่กลับต้องโดนจับสึกจากความเป็นพระไปก่อนแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาจะแตกต่างจากกรณีของข้าราชการ หรือประชาชนทั่วไปที่กลายเป็นแพะรับบาป แล้วภายหลังพ้นมลทิน เพราะกว่าจะเป็นพระได้นั้น มีขั้นตอนเยอะ ต้องมีการบวช และได้รับการยอมรับจากหมู่สงฆ์อย่างเป็นเอกฉันท์ ยิ่งเป็นอดีตพระผู้ใหญ่ที่มีทั้งสมณศักดิ์ ซึ่งเทียบได้กับยศ และมีตำแหน่ง เช่น เป็นเจ้าอาวาส เจ้าคณะภาค หรือกรรมการมหาเถรสมาคม ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องถูกหรือผิด ทันทีที่พระระดับนี้ถูกจับสึก นอกจากเกิดการช็อกหรือสะเทือนไปทั่ว ถือว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้วกับพระรูปนั้น

            เรื่องแรก หลังจากที่พระรูปนั้นสึก แม้ต่อมาศาลจะพิพากษาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แม้ยังสามารถกลับไปบวชพระใหม่ได้ก็จริง แต่มันไม่ง่ายเหมือนกับกรณีของข้าราชการที่บริสุทธ์แล้วได้รับการคืนยศ คืนตำแหน่งได้ทันที เพราะทางพระยังมีเรื่องของการนับอายุพรรษา ที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ หลังการบวชแต่ละครั้ง

            และ เรื่องที่สอง หลังจากพิสูจน์ได้ว่า ทิดซึ่งเคยเป็นอดีตพระผู้ใหญ่ที่ถูกดำเนินคดีนั้นไม่มีความผิด แม้หลังออกจากคุกแล้ว สามารถบวชใหม่ แต่อย่าลืมว่าการนับอายุพรรษาเดิมที่เคยบวชมา 40-50 พรรษา จนได้เป็นพระมหาเถระ ต้องสูญสิ้นไปด้วย แล้วถูกเริ่มนับ 1 ใหม่
อาจมีปัญหาว่า คณะสงฆ์จะยอมให้กลับเข้าไปรับสมณศักดิ์และตำแหน่งเดิมอีกหรือไม่ หรือจะมีใครกล้าเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชให้อดีตพระเถระรูปนี้
(ที่มาข้อมูล https://www.thairath.co.th/content/1294194

V.นอกจากนี้ยังเป็นการเยียวยาจิตใจญาติธรรมที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา ซึ่งในสังคมไทยเราสามารถเยียวยาพี่น้องศาสนาอื่นได้มากมายหลากหลาย กับแค่เพียงจัดให้มีเรือนจำสำหรับพระสงฆ์ระหว่างรอการพิจารณาคดีน่าจะช่วยเยียวยาจิตใจชาวพุทธได้มาก

VI. รวมทั้งเป้นการเพิ่มความมั่นคงของรัฐ ลดความกระทบกระทั่งกินแหนงแคลงใจกันระหว่างศาสนา ระหว่างนิกาย และระหว่างความเชื่อต่างๆ  เมื่อความขัดแย้งลดลงรัฐก็จะสามารดูแลความมั่นคงให้กลับคืนมา

VII.สุดท้ายเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กำลังหลบหนี ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจะสึก ทำให้อยากกลับสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อสู้ขอกล่าวหา

 

 



จตุรงค์ กำลังรอให้คุณช่วย

จตุรงค์ จงอาษา อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«สนช.: ให้มีเขตควบคุมสำหรับพระสงฆ์ระหว่างรอการพิจารณาคดี» คุณสามารถร่วมกับ จตุรงค์ และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 11 คน ได้แล้วตอนนี้เลย