ร่วมรักษาจารีตประเพณีกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 5,000 คน!


ขอเชิญพี่น้องนิสิตจุฬาฯ ทั้งนิสิตเก่าและปัจจุบัน คณาจารย์ และปวงชนชาวไทยทั่วไป ร่วมลงชื่อเพื่อรักษาจารีตประเพณีถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้าของนิสิตจุฬาฯ ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม และในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของนิสิตใหม่ต่อพระบรมราชานุสาวรีย์ ๒ รัชกาล (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

แม้ท่านมิได้เคยเรียนที่จุฬาฯ ท่านก็สามารถลงชื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์นี้ได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนกล่าวหาว่า ไม่จบจุฬาฯ แล้วมาเกี่ยวอะไร เพราะการกราบเป็นวัฒนธรรมสอันดีงามของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เป็นของสถาบันใดเท่านั้น

จากที่มีกระแสข่าวนิสิตจุฬาฯ คนหนึ่งได้ออกมากล่าวเสนอความคิดที่จะให้มีการเปิดพื้นที่ให้นิสิตจุฬาฯ ยืนเคารพพระบรมรูปทรงม้า บริเวณลานพระราชวังดุสิต เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือวันปิยมหาราช ๒๓ ตุลาคม ของทุกๆ ปี แทนการกราบถวายบังคมซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมาของจุฬาฯ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อมาติดต่อกันหลายวันแล้วนั้น

ไม่เพียงแต่บรรดานิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ประชาชนคนทั่วไปซึ่งไม่ได้จบการศึกษาจากจุฬาฯ ก็ออกมากล่าวถึงความไม่เหมาะสมในการเสนอความคิดดังกล่าวของนิสิตนั้น
การกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ไม่ได้หมายถึงทุกคนต้องกราบทุกครั้งที่ผ่านไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง ๒ แห่ง แต่ปฏิบัติเมื่อมีพิธีแสดงความเคารพและน้อมระลึกถึงท่านแห่งละครั้งต่อปีเท่านั้น คือการกราบถวายบังคมในวันปิยมหาราช และการกราบพระบรมราชานุสาวรีย์ ๒ รัชกาลเมื่อเข้ามาเป็นน้องใหม่ เสมือนเป็นการถวายตัว เหมือนเด็กที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านใคร ก็ต้องเข้ามากราบฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าของบ้าน ซึ่งที่ผ่านมา นิสิตทุกรุ่นได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา

เครือข่ายจุฬาร้อยปี และเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) เห็นว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคม เป็นเรื่องสำคัญที่อาจส่งผลให้เกิดการขยายวงกว้างของแนวความคิดที่ทำลายจารีตประเพณีที่คนไทยปฏิบัติต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณมาตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะการกราบถวายบังคมต่อพระมหากษัตริย์ อันจะทำให้ความงดงามของวัฒนธรรมประเพณีไทยหายสาบสูญไป

จึงขอเชิญให้นิสิตปัจจุบัน นิสิตเก่า จุฬาฯ และประชาชนคนไทยทั่วไปทุกสถาบัน ทุกสาขาอาชีพ ทั้งในและในต่างประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดที่จะให้มีการถวายความเคารพพระพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ด้วยการยืน (ยกเว้นนิสิตที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ และหรือมีข้อห้ามทางศาสนามิให้กราบไหว้รูปปั้น) แต่เห็นด้วยทีี่จะรักษาประเพณีกราบถวายบังคมอย่างที่เคยปฏิบัติมา.... ร่วมลงชื่อกับเราชาวจุฬาฯ เพื่อจะได้นำรายชื่อนี้ไปประกอบการแสดงจุดยืนและข้อเสนอแนะต่อศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังจะได้ประกาศแจ้งวัน เวลาที่จะยื่นหนังสือ และสถานที่ให้ทราบต่อไป
เพลง มหาจุฬาลงกรณ์ บ่งบอกไว้ชัด ว่า....

"นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประคอง"

พวกเราสัญญาไว้แล้วจะร่วมกันประคอง....ขอให้เราทำตามสัญญานั้น...

ขอความกรุณาช่วยแชร์ข้อความนี้ในเฟสบุ๊คและในไลน์ เราต้องการเสียงสนับสนุนจากคนไทย ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องลูกหลานจุฬาฯ และเมื่อท่านลงชื่อแล้วกรุณาแชร์ในไทม์ไลน์เฟสบุ๊คของท่านด้วย

ด้านล่างนี่คือจดหมายเปิดผนึกที่จะยื่นถึงถ่านอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่ ๐๐๒/ ๒๕๖๐

                                                                                 ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐


เรื่อง                 ขอให้ดำรงไว้ซึ่งการกราบถวายบังคมอันเป็นจารีตประเพณีที่ดีงาม     ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสืบต่อไป

เรียน                  อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สิ่งที่ส่งมาด้วย:  

๑. ความเห็นของคณะผู้ร่วมสนับสนุน ๑ ชุด  ๑,๑๖๐   ข้อความ  จำนวน  ๖๕  หน้า

๒. รายชื่อคณะผู้ร่วมสนับสนุน  ๑ ชุด  ๒,๙๘๓  คน จำนวน  ๑๐๙ หน้า

สมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) และคณะผู้มีรายนามตามสิ่งที่ได้ส่งมาพร้อมหนังสือฉบับนี้  เป็นคนไทยจากทุกสาขาอาชีพ  ทั้งที่เป็น  เคยเป็นและ/หรือมิเคยเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่อาศัยอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ   ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดี   ล้วนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความเสียสละของบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ ที่ก่อร่างสร้างเมือง สละเลือดเนื้อปกปักรักษาชาติไทยสืบต่อให้ลูกหลาน และนำความเจริญรุ่งเรืองมั่นคง จนเป็นประเทศไทยอยู่ถึงทุกวันนี้

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือกำเนิดมาได้เพราะพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระผู้ให้กำเนิด และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวพระผู้ประดิษฐานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ   โดยพระราชทานพระนามจุฬาลงกรณ์มาเป็นชื่อมหาวิทยาลัย พิธีกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้งสองพระองค์ จึงป็นประเพณีอันดีงามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เหล่านิสิตจุฬาฯ พร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าชาวจุฬาฯ และปวงชนชาวไทย

ในสายตาของคนไทย จุฬาฯ มิใช่เป็นเพียงตลาดวิชา แต่มีจารีต มีประเพณี มีความผูกพันต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงคุณอันประเสริฐต่อชาวจุฬาฯ มาตลอด ๕ รัชกาลที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์เพื่อใช้เป็นเพลงประจำสถาบัน และทรงพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เองเป็นระยะเวลามากกว่า ๕๐ ปี  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาภายในประเทศที่จุฬาฯ และทรงสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 

ด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทุกพระองค์อันเป็นที่เคารพรักโดยเฉพาะชาวจุฬาฯ จึงสมควรที่จะถวายพระเกียรติอย่างสูงสุดเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีด้วยการกราบถวายบังคม ซึ่งเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติที่น่าภาคภูมิใจของไทย แม้ในวันนี้สังคมไทยจะพัฒนาเป็นสากลมากขึ้น แต่การรักษาประเพณีและค่านิยมอันดีงามเป็นสิ่งที่ควรต้องธำรงรักษาไว้ด้วยวัฒนธรรมประเพณีของไทยนั้นเป็นที่ยอมรับอย่างยิ่งในอารยประเทศ   ในทุกสังคมโดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้ว คนในสังคมจะไม่ลบหลู่ล่วงเกินวัฒนธรรมอันดีของประเทศ ต่อให้มีประชาธิปไตยที่สุดโต่ง เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาที่หลายคนยกให้เป็นแบบอย่างความเป็น Liberal ก็มีกฎ  มีระเบียบควบคุม  ไม่ได้เปิดกว้างอนุญาตให้ทุกคนทำตามอำเภอใจ ทุกประเทศล้วนมีขนบธรรมเนียมประเพณีและตัวบทกฎหมายกำหนดไว้เพื่อควบคุมและเป็นตัวชี้วัดความผิดถูกให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติสุขมากที่สุด

 การสอนลูกหลานให้กราบเพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูอย่างที่สุดต่อผู้มีพระคุณเป็นขนบธรรมเนียมไทยที่มีมาช้านาน เป็นกุศโลบายที่สอนให้เด็กและเยาวชนรู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน คนไทยไม่ได้กราบพระมหากษัตริย์หรือพระบรมราชานุสาวรีย์เท่านั้น แต่กับภิกษุหรือคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าก็กราบเช่นกัน การกราบ เพื่อแสดงควมเคารพเทิดทูนพระองค์ท่าน จึงเป็นสิ่งดีงาม เป็นมรดกสำคัญที่ควรส่งเสริมให้ลูกหลานได้รำลึกและสืบสานประเพณีนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไป

เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) และคณะ ซึ่งปรากฏรายชื่อตามสิ่งที่ได้ส่งมาพร้อมหนังสือฉบับนี้จำนวน  ๒,๙๘๓  คน   ในฐานะพสกนิกรผู้จงรักภักดี   ไม่คิดว่าการกราบเป็นความโบราณ หรือหมายถึงความเป็นทาส แต่เป็นจารีตประเพณี เป็นการระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริยาธิราชซึ่งชาวไทยทุกคนควรมีจิตสำนึกและตระหนักในคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อผืนแผ่นดินไทย นี้จึงมิใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะของชาวจุฬาฯ เท่านั้น  พวกเราจึงหวังว่าชาวจุฬาฯ จะรักษาความภาคภูมิใจในการดำรงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์และธรรมเนียมประเพณีอันงดงามที่สะท้อนคุณธรรมแห่งความกตัญญูต่อบูรพกษัตริย์และบรรพชนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    โดยเฉพาะการกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ตลอดจนบูรพกษัตริย์  ที่มีพระคุณต่อประเทศชาติในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศซึ่งปวารณาตนไว้ว่าจะเป็น “เสาหลักแห่งแผ่นดิน”

 ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ถ้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงประเพณีปฏิบัติในเรื่องการกราบถวายบังคมดังเช่นที่เคยทำต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาเกือบ ๑ ศตวรรษ พวกเราเหล่าพสกนิกรผู้จงรักภักดีก็จะคลายความวิตกกังวลลงไปมาก  เราจะกราบถวายบังคมต่อไป   ไม่ว่าจะทำพิธีท่ีจุฬาฯ หรือ ณ ท่ีใด  และประเพณีการกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปทรงม้า เป็นต้น ต้องอยู่คู่กับประเทศไทย

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา  จะขอบคุณยิ่ง

                                                                     ขอแสดงความนับถือ

 

                                                                       (วิรังรอง ทัพพะรังสี)

                          ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.)


E-mail: untrmain@gmail.com

 

 

รายชื่อคณะกรรมการดำเนินงาน“เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) “University Network for Thailand’s Reform (UNTR)”

๑. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสยมพร ศิรินาวิน ที่ปรึกษา

๒. นางพรศิริ ดีระพัฒน์ ที่ปรึกษา

๓. นางพิมพ์ใจ โพธิภักติ ที่ปรึกษา

๔. นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานกรรมการ

๕. อาจารย์ ดร.อัจศรา ประเสริฐสิน รองประธานกรรมการ

๖. รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ กรรมการ

๗. รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร กรรมการ

๘. นายไพรัตน์ อารีย์สว่างกิจ กรรมการ

๙. นายชูชาติ วิรเศรณี กรรมการ

๑๐. นางวลัยรัตน์ องค์ศิริมงคล กรรมการ

๑๑. นางสุชาดา สหัสกุล กรรมการ

๑๒. ผศ. รท.(หญิง) ดร. เกิดศิริ เจริญวิศาล กรรมการ

๑๓. นายศักดิ์ชัย วิจัยธรรมฤทธิ์ กรรมการ

๑๔. นายจิรชัย พรศิริอนันต์ กรรมการ

๑๕. แพทย์หญิงลั่นทม ตันวิเชียร กรรมการและเลขานุการ

๑๖. นางสาวอุทัยวรรณ วิชชาบุญศิริ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

๑๗. ม.ล.อาภาวดี เทวกุล กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

 

รายชื่อ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.)”

๑. ธรรมศาสตร์อภิวัฒน์ประเทศไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒. ประชาคมชาวจุฬาฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๓. กลุ่มสิงห์ดำรวมศีรษะปฏิรูปประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๔. มศว รักประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

๕. เครือข่าย มข. เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

๖. กลุ่มมหิดลรักประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล

๗. มสธ. ร่วมปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

๘. กลุ่มมธก.เศรษฐ์สร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๙. มจธ. ร่วมปฏิรูปประเทศไทย ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

๑๐. ศิษย์เก่าแม่โจ้ อิสระเสรีชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้

๑๑. ศิษย์เก่ารามคำแหงร่วมปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง

๑๒. ลูกแม่ไทรหัวใจรักชาติ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

๑๓. กลุ่มสังคมธรรมาธิปไตยเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต

๑๔. ลูกช้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

๑๕. ประชาคมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๑๖. มก. ร่วมกู้ชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

๑๗. กลุ่มธุรกิจบัณฑิตย์อาสาร่วมใจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

๑๘. ศิลปากรรักชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร

๑๙. NIDA For Change สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ขอบคุณคลิปประกอบ จาก MECON



วันนี้ – เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) และเครือข่ายจุฬาร้อยปี นับที่ความช่วยเหลือของคุณ!

เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) และเครือข่ายจุฬาร้อยปี อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ร่วมรักษาจารีตประเพณีกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์» คุณสามารถร่วมกับ เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) และเครือข่ายจุฬาร้อยปี และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 3,088 คน ได้แล้วตอนนี้เลย