

ช่วยออกกฏหมายคุ้มครองสัตว์ ที่มีโทษรุนแรงมากกว่านี้ และ มีการอบรมจริยธรรมแก่เยาวชนรุ่นหลัง


ช่วยออกกฏหมายคุ้มครองสัตว์ ที่มีโทษรุนแรงมากกว่านี้ และ มีการอบรมจริยธรรมแก่เยาวชนรุ่นหลัง
ประเด็นรณรงค์
การที่เราจะยุติการทำร้ายสัตว์ได้ ต้องเริ่มปฎิรูปจากการศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อสั่งสอนลูกหลานให้มีจริยธรรม มีเมตตา และมีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกของเรา สังคมไม่ควรละเลยจากการทารุณสัตว์ เนื่องจาก บุคคลที่ทารุณสัตว์เหล่านั้นมีความเสี่ยงในอนาคตที่จะทำเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งกว่า
ตามที่นักจิตวิทยาได้เคยมีการทำวิจัยว่า เด็กที่ทารุณสัตว์มีแนวโน้มที่เติบโตไปจะก่อคดีอาชญากรรม ในปี1997 Massachusetts Society for the Prevention of Cruelty to Animals and Northeastern University ได้ทำวิจัยว่า 70 เปอร์เซนต์ของผู้ที่ทารุณสัตว์เป็นผู้ที่มีคดีอาชญากรรมอื่นๆติดตัวด้วยด้วย และ กว่า 40 เปอร์เซนต์ของผู้ที่ทารุณสัตว์เป็นคนหัวรุนแรง อารมณ์โมโหร้าย
นอกจากจะช่วยป้องกันอนาคตผู้ก่อการร้ายได้แล้ว การออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ อย่างประเทศจีนและเกาหลี ก็ได้มีคนสร้างPetitionมากมาย ให้หยุดทารุณสัตว์ รวมถึงกินเนื้อสุนัข ส่งผลให้มีการรวบร่วมรายชื่อให้ บอยคอต PyeongChang 2018 โอลิมปิกฤดูหนาวที่จะจัดขึ้นในเกาหลีใต้
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา 50รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ซึ่งได้ยกระดับให้ผู้ที่ทารุณสัตว์จัดว่าเป็นคดีอาญา หรือ อาชญากรรม ทำไมประเทศไทยเราไม่คิดจะเจริญรอยตามบ้าง
ที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย ทุกวันมีเบาะแสเยอะแยะที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดการทารุณสัตว์ มีช่องทางไหนให้ผู้พบเห็นการทารุณสัตว์แจ้งเบาะแสบ้าง แล้วตำรวจจะให้ความสำคัญกับการจับกุมดำเนินคดีไหม ทางเราต้องการให้มีการชัดเจน และ สามารถติดตามการดำเนินการของตำรวจในการจับกุมผู้ทารุณสัตว์ได้
สามารถอ่านบทความเพื่อเป็นหลักฐานการทำวิจัย ว่าอนาคตของผู้ที่ทารุณสัตว์จะกลายเป็นอนาคตฆาตกรได้ที่ http://www.hg.org/article.asp?id=8011 และ http://www.humanesociety.org/issues/abuse_neglect/qa/cruelty_violence_connection_faq.html

ประเด็นรณรงค์
การที่เราจะยุติการทำร้ายสัตว์ได้ ต้องเริ่มปฎิรูปจากการศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อสั่งสอนลูกหลานให้มีจริยธรรม มีเมตตา และมีจิตใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกของเรา สังคมไม่ควรละเลยจากการทารุณสัตว์ เนื่องจาก บุคคลที่ทารุณสัตว์เหล่านั้นมีความเสี่ยงในอนาคตที่จะทำเรื่องที่ร้ายแรงยิ่งกว่า
ตามที่นักจิตวิทยาได้เคยมีการทำวิจัยว่า เด็กที่ทารุณสัตว์มีแนวโน้มที่เติบโตไปจะก่อคดีอาชญากรรม ในปี1997 Massachusetts Society for the Prevention of Cruelty to Animals and Northeastern University ได้ทำวิจัยว่า 70 เปอร์เซนต์ของผู้ที่ทารุณสัตว์เป็นผู้ที่มีคดีอาชญากรรมอื่นๆติดตัวด้วยด้วย และ กว่า 40 เปอร์เซนต์ของผู้ที่ทารุณสัตว์เป็นคนหัวรุนแรง อารมณ์โมโหร้าย
นอกจากจะช่วยป้องกันอนาคตผู้ก่อการร้ายได้แล้ว การออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ อย่างประเทศจีนและเกาหลี ก็ได้มีคนสร้างPetitionมากมาย ให้หยุดทารุณสัตว์ รวมถึงกินเนื้อสุนัข ส่งผลให้มีการรวบร่วมรายชื่อให้ บอยคอต PyeongChang 2018 โอลิมปิกฤดูหนาวที่จะจัดขึ้นในเกาหลีใต้
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา 50รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ซึ่งได้ยกระดับให้ผู้ที่ทารุณสัตว์จัดว่าเป็นคดีอาญา หรือ อาชญากรรม ทำไมประเทศไทยเราไม่คิดจะเจริญรอยตามบ้าง
ที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย ทุกวันมีเบาะแสเยอะแยะที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดการทารุณสัตว์ มีช่องทางไหนให้ผู้พบเห็นการทารุณสัตว์แจ้งเบาะแสบ้าง แล้วตำรวจจะให้ความสำคัญกับการจับกุมดำเนินคดีไหม ทางเราต้องการให้มีการชัดเจน และ สามารถติดตามการดำเนินการของตำรวจในการจับกุมผู้ทารุณสัตว์ได้
สามารถอ่านบทความเพื่อเป็นหลักฐานการทำวิจัย ว่าอนาคตของผู้ที่ทารุณสัตว์จะกลายเป็นอนาคตฆาตกรได้ที่ http://www.hg.org/article.asp?id=8011 และ http://www.humanesociety.org/issues/abuse_neglect/qa/cruelty_violence_connection_faq.html

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 แล้ว