ด่วน!! ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่าง พรบ. กินรวบรัฐวิสาหกิจ ( ร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาการฯ)

ประเด็นรณรงค์

 ขอให้รัฐบาล ถอนร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสากิจ พศ....(พรบ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ )
(http://www.senate.go.th/bill/bk_data/332-1.pdf )


             ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗  โดยมีเป้าหมายเพื่อจะรักษาความสงบสุข ยุติความแตกแยกของคนในชาติ และต่อมาได้จัดตั้งรัฐบาลทหารขึ้นโดยปราศจากการต่อต้านของประชาชนด้วยความคาดหวังว่าจะบริหารประเทศเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
       
             สามปีผ่านไป มีการบริหารงานทั้งเกิดผลดี และที่เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะ ณ ปัจจุบันนี้ มีการร่างกฏหมายพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสากิจ พ.ศ... ซึ่งเป็นกฎหมายที่พบว่ามีการควบรวมรัฐวิสากิจ และให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสากิจ ในการยกเลิกหรือตั้งรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (มาตรา มาตรา ๖(๔) มาตรา๑๑ (๔,๖,๘ )  และที่สำคัญยังมีการตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เพื่อรวบเอาบริษัทรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรและขาดทุนไปรวมด้วยกัน มาตรา ๔๖,๔๙​ โดยอ้างว่าเพื่อ การบริหารที่มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในอนาคต และบรรษัทฯสามารถที่จะจำหน่ายหุ้นของรัฐวิสหากิจในกำกับจำนวน ๑๑แห่ง  เช่น ปตท ไปรษณีย์ TOT อสมท ธนาคารกรุงไทย  ฯลฯ ตาม มาตรา ๕๗(๓)


            ข้อเท็จจริงในบรรดารัฐวิสากิจแห่งประเทศไทย ก็มีปัญหาภายในองค์กรในบางแห่งและบางแห่ง ก็ขาดทุนสะสมมาเรื่อยมา แต่รัฐบาลกลับไม่ได้วางแผนแก้ไขปัญหาเฉพาะรัฐวิสากิจนั้นๆ แต่จะยุบรวมทุกรัฐวิสากิจทั้งที่มีปัญหาขาดทุน และมีกำไร เข้ามาอยู่ในบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติในระยะแรก และต่อไปก็จะรวมเอารัฐวิสาหกิจอื่นๆตามมา


            ในร่างกฎหมายดังกล่าวเขียนให้บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติสามารถออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างเอง ประเมิน ตรวจสอบภายในกันเอง มาตรา๓๑,๓๒, ๔๓,๕๗(๙)  ยังตัดขาดจากระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลังที่เคยมีมาแต่อดีต ที่มีคู่เทียบ มีการประมูล และมีราคากลาง แต่ในร่างกฎหมายดังกล่าว ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนว่าจะเป็นแบบใด  


            รวมทั้งไม่อยู่ในกฎหมายอื่นหรือกฎหมายวิสาหกิจนั้นๆ มาตรา ๔๕ และยังให้อำนาจคณะกรรมการสรรหากรรมการ รัฐวิสาหกิจอยู่ในกลุ่มเดิมๆที่ร่วมกันร่างกฏหมายฉบับนี้ เช่นอดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ หรืออดีตปลัดกระทรวงการคลัง    อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตเลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา อดีตผอ.สำนักงบประมาณ  อดีตเลขาสภาพัฒน์ ฯลฯ ซึ่งตัดขาดจากการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้จากประชาชน อย่างสิ้นเชิง ตามมาตรา ๑๕​,๓๕​,๕๒,๖๓,๖๙
 
           และยังไม่ปรากฏรูปธรรมที่ชัดเจน ในแนวทางที่จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งเพื่อให้มีประสิทธิภาพและความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาลนั้นเป็นอย่างไร ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร  มีการออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร ซื้อวิธีพิเศษ หรือแพงหรือถูก ใครตรวจสอบได้


           ยังไม่รวมการกระทำที่อาจจะขัดต่อกติกาสากล ในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลี่ยมที่อยู่ภายใต้บริษัท ปตท ที่ต้องเข้ารวมในบรรษัทฯ ทั้งที่ควรนำออกมาเป็นของรัฐ๑๐๐%  และรวมทั้งสายส่งโทรศัพท์ ของ TOT ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ


            ดังนั้นการที่รัฐบาลเร่งรีบนำร่างพระราชบัญญัติพัฒนาการกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสากิจพ.ศ.... เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ผ่านวาระหนึ่งไปแล้วเมื่อวันที่๑ กันยายน๒๕๖๐  เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการยกทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ให้กับกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  และยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าประเทศชาติ จะได้ประโยชน์อย่างไร จะมีประสิทธิภาพหรือแก้ปัญหารัฐวิสากิจที่ขาดทุนหรือมีปัญหาหมักหมม มานานอย่างไร ยกเว้นการจัดการรัฐวิสาหกิจล้วนอยู่ในกลุ่มเดิมๆ


         และจะส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนในที่สุดเมื่อค่าสาธารณูปโภคทุกอย่างแพงขึ้น ในไม่ช้า   เฉกเช่นเดียวกับการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับ ที่นำเอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ  โดยอ้างเพื่อประสิทธิภาพและความคล่องตัว แต่ไม่มีรูปธรรมชัดเจนในตัวกฎหมายมหาวิทยาลัยในกำกับเกือบทุกแห่ง ในที่สุดก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนของผู้ปกครองที่ค่าเล่าเรียนสูงขึ้น เงินเดือนผู้บริหารเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน แต่ประสิทธิภาพ ยังไม่เด่นชัด แต่เป็นการโยกทรัพย์สินแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลบริหารจัดการในที่สุด


          การตราพระราชบัญญัติ พัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พศ...จึงสงสัยว่าจะมีเจตนาเพื่อยกทรัพย์สินของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งบริหารจัดการหรือแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ อันจะเป็นการกระทำที่อาจจะขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘, ​๑๕๑, ​๑๕๒, ​๑๕๗ และรัฐธรรมนูญ มาตรา๓ มาตรา ๕  มาตรา ๗๖ , ๗๗ , ๗๘   


              เครือข่ายภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้ถอนร่างกฏหมายฉบับดังกล่าวออกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อกลับมาทบทวนตั้งกรรมการร่วม ราษฎร์-รัฐ  รับฟังความคิดเห็น และมีการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย ปฏิบัติตามตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๖ ,๗๗  และให้ทีมงานซึ่งมีอยู่แล้วในสำนักนโยบายรัฐวิสาหกิจของกระทรวงการคลัง  ลองเขียนแผนพัฒนาหนึ่งรัฐวิสากิจที่ขาดทุนสะสม เช่น ขสมก.  การบินไทย  ว่าจะแก้อย่างไรให้สำเร็จ มีตัวชี้วัดมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยให้รับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นตัวอย่างสักหนึ่งแห่งก่อน เพื่อที่จะไม่ให้ดูเหมือนเป็นการโยกสมบัติของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่มบริหารจัดการ 


            จึงแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการถอนร่างกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มิให้ใครฉกฉวยโอกาสนำทรัพย์สมบัติของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ ความศรัทธาต่อรัฐบาลทหาร คณะรักษาความสงบสุขแห่งชาติ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ในที่สุด
โปรดช่วยกันลงชื่อ และเผยแพร่ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเดือดร้อนที่จะตกแก่คนไทย และลูกหลานไทยในอนาคตอันใกล้นี้ และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

วันที่๑๖​กันยายน ๒๕๖๐  
 
ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมยับยั้ง พรบ แปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ที่

เพจ  "หยุดกินรวบรัฐวิสาหกิจ"  https://web.facebook.com/Kamolpan59/

เพจ "สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ"https://web.facebook.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-979019048774800/

กลุ่ม "เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ"  https://web.facebook.com/groups/886821524694077/

เฟสบุค "kamolpan cheewapansri "
https://web.facebook.com/kamolpan.cheewapansri


email:thai9lee@gmail.com

avatar of the starter
Kamolpan Cheewapansriผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 1,129 คน

ประเด็นรณรงค์

 ขอให้รัฐบาล ถอนร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสากิจ พศ....(พรบ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ )
(http://www.senate.go.th/bill/bk_data/332-1.pdf )


             ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศยึดอำนาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗  โดยมีเป้าหมายเพื่อจะรักษาความสงบสุข ยุติความแตกแยกของคนในชาติ และต่อมาได้จัดตั้งรัฐบาลทหารขึ้นโดยปราศจากการต่อต้านของประชาชนด้วยความคาดหวังว่าจะบริหารประเทศเพื่อประชาชนทั้งประเทศ
       
             สามปีผ่านไป มีการบริหารงานทั้งเกิดผลดี และที่เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะ ณ ปัจจุบันนี้ มีการร่างกฏหมายพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสากิจ พ.ศ... ซึ่งเป็นกฎหมายที่พบว่ามีการควบรวมรัฐวิสากิจ และให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสากิจ ในการยกเลิกหรือตั้งรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (มาตรา มาตรา ๖(๔) มาตรา๑๑ (๔,๖,๘ )  และที่สำคัญยังมีการตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เพื่อรวบเอาบริษัทรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรและขาดทุนไปรวมด้วยกัน มาตรา ๔๖,๔๙​ โดยอ้างว่าเพื่อ การบริหารที่มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในอนาคต และบรรษัทฯสามารถที่จะจำหน่ายหุ้นของรัฐวิสหากิจในกำกับจำนวน ๑๑แห่ง  เช่น ปตท ไปรษณีย์ TOT อสมท ธนาคารกรุงไทย  ฯลฯ ตาม มาตรา ๕๗(๓)


            ข้อเท็จจริงในบรรดารัฐวิสากิจแห่งประเทศไทย ก็มีปัญหาภายในองค์กรในบางแห่งและบางแห่ง ก็ขาดทุนสะสมมาเรื่อยมา แต่รัฐบาลกลับไม่ได้วางแผนแก้ไขปัญหาเฉพาะรัฐวิสากิจนั้นๆ แต่จะยุบรวมทุกรัฐวิสากิจทั้งที่มีปัญหาขาดทุน และมีกำไร เข้ามาอยู่ในบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติในระยะแรก และต่อไปก็จะรวมเอารัฐวิสาหกิจอื่นๆตามมา


            ในร่างกฎหมายดังกล่าวเขียนให้บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติสามารถออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างเอง ประเมิน ตรวจสอบภายในกันเอง มาตรา๓๑,๓๒, ๔๓,๕๗(๙)  ยังตัดขาดจากระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลังที่เคยมีมาแต่อดีต ที่มีคู่เทียบ มีการประมูล และมีราคากลาง แต่ในร่างกฎหมายดังกล่าว ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนว่าจะเป็นแบบใด  


            รวมทั้งไม่อยู่ในกฎหมายอื่นหรือกฎหมายวิสาหกิจนั้นๆ มาตรา ๔๕ และยังให้อำนาจคณะกรรมการสรรหากรรมการ รัฐวิสาหกิจอยู่ในกลุ่มเดิมๆที่ร่วมกันร่างกฏหมายฉบับนี้ เช่นอดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ หรืออดีตปลัดกระทรวงการคลัง    อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตเลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา อดีตผอ.สำนักงบประมาณ  อดีตเลขาสภาพัฒน์ ฯลฯ ซึ่งตัดขาดจากการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้จากประชาชน อย่างสิ้นเชิง ตามมาตรา ๑๕​,๓๕​,๕๒,๖๓,๖๙
 
           และยังไม่ปรากฏรูปธรรมที่ชัดเจน ในแนวทางที่จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งเพื่อให้มีประสิทธิภาพและความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาลนั้นเป็นอย่างไร ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร  มีการออกระเบียบจัดซื้อจัดจ้างอย่างไร ซื้อวิธีพิเศษ หรือแพงหรือถูก ใครตรวจสอบได้


           ยังไม่รวมการกระทำที่อาจจะขัดต่อกติกาสากล ในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลี่ยมที่อยู่ภายใต้บริษัท ปตท ที่ต้องเข้ารวมในบรรษัทฯ ทั้งที่ควรนำออกมาเป็นของรัฐ๑๐๐%  และรวมทั้งสายส่งโทรศัพท์ ของ TOT ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ


            ดังนั้นการที่รัฐบาลเร่งรีบนำร่างพระราชบัญญัติพัฒนาการกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสากิจพ.ศ.... เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ผ่านวาระหนึ่งไปแล้วเมื่อวันที่๑ กันยายน๒๕๖๐  เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการยกทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ให้กับกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  และยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าประเทศชาติ จะได้ประโยชน์อย่างไร จะมีประสิทธิภาพหรือแก้ปัญหารัฐวิสากิจที่ขาดทุนหรือมีปัญหาหมักหมม มานานอย่างไร ยกเว้นการจัดการรัฐวิสาหกิจล้วนอยู่ในกลุ่มเดิมๆ


         และจะส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนในที่สุดเมื่อค่าสาธารณูปโภคทุกอย่างแพงขึ้น ในไม่ช้า   เฉกเช่นเดียวกับการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับ ที่นำเอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ  โดยอ้างเพื่อประสิทธิภาพและความคล่องตัว แต่ไม่มีรูปธรรมชัดเจนในตัวกฎหมายมหาวิทยาลัยในกำกับเกือบทุกแห่ง ในที่สุดก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนของผู้ปกครองที่ค่าเล่าเรียนสูงขึ้น เงินเดือนผู้บริหารเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน แต่ประสิทธิภาพ ยังไม่เด่นชัด แต่เป็นการโยกทรัพย์สินแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลบริหารจัดการในที่สุด


          การตราพระราชบัญญัติ พัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พศ...จึงสงสัยว่าจะมีเจตนาเพื่อยกทรัพย์สินของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งบริหารจัดการหรือแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ อันจะเป็นการกระทำที่อาจจะขัดต่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘, ​๑๕๑, ​๑๕๒, ​๑๕๗ และรัฐธรรมนูญ มาตรา๓ มาตรา ๕  มาตรา ๗๖ , ๗๗ , ๗๘   


              เครือข่ายภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้ถอนร่างกฏหมายฉบับดังกล่าวออกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อกลับมาทบทวนตั้งกรรมการร่วม ราษฎร์-รัฐ  รับฟังความคิดเห็น และมีการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย ปฏิบัติตามตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๖ ,๗๗  และให้ทีมงานซึ่งมีอยู่แล้วในสำนักนโยบายรัฐวิสาหกิจของกระทรวงการคลัง  ลองเขียนแผนพัฒนาหนึ่งรัฐวิสากิจที่ขาดทุนสะสม เช่น ขสมก.  การบินไทย  ว่าจะแก้อย่างไรให้สำเร็จ มีตัวชี้วัดมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยให้รับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นตัวอย่างสักหนึ่งแห่งก่อน เพื่อที่จะไม่ให้ดูเหมือนเป็นการโยกสมบัติของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่มบริหารจัดการ 


            จึงแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการถอนร่างกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อปกป้องรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มิให้ใครฉกฉวยโอกาสนำทรัพย์สมบัติของแผ่นดินให้กลุ่มบุคคล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ ความศรัทธาต่อรัฐบาลทหาร คณะรักษาความสงบสุขแห่งชาติ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  ในที่สุด
โปรดช่วยกันลงชื่อ และเผยแพร่ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเดือดร้อนที่จะตกแก่คนไทย และลูกหลานไทยในอนาคตอันใกล้นี้ และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

วันที่๑๖​กันยายน ๒๕๖๐  
 
ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมยับยั้ง พรบ แปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ที่

เพจ  "หยุดกินรวบรัฐวิสาหกิจ"  https://web.facebook.com/Kamolpan59/

เพจ "สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ"https://web.facebook.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C-979019048774800/

กลุ่ม "เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ"  https://web.facebook.com/groups/886821524694077/

เฟสบุค "kamolpan cheewapansri "
https://web.facebook.com/kamolpan.cheewapansri


email:thai9lee@gmail.com

avatar of the starter
Kamolpan Cheewapansriผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 15 กันยายน ค.ศ. 2017 แล้ว