ท้องไม่พร้อมต้องมีทางเลือก

ประเด็นรณรงค์

          “บาปกรรม” “นี่หรือเมืองพุทธ” คือเสียงสะท้อนกลับมาอย่างหนักในทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์จึงส่งผลให้ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมตัดสินใจ “ทำแท้งด้วยตัวเอง” หรือยอมทำแท้งกับผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์

           ปัจจุบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305 ได้อนุญาตให้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

1. หญิงมีปัญหาสุขภาพกาย ถ้าตั้งครรภ์ต่อไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของหญิง จึงจำเป็นต้องให้สิทธิยุติการตั้งครรภ์ได้

2. หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถขอยุติการตั้งครรภ์ได้ในกรณีที่ตั้งครรภ์กับชายที่ไม่ใช่สามีของตน

3. กรณีหญิงถูกข่มขืนหรือถูกล่อลวง

           แต่จากการสำรวจโดยการพูดคุยกับแพทย์พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หญิงต้องการยุติการตั้งครรภ์  คือ การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในด้าน สังคม ครอบครัว และปัจจัยที่สำคัญสุดคือฐานะทางเศรษฐกิจของหญิงที่ตั้งครรภ์

           จากกรณีตัวอย่างที่มีหญิงเข้ามาขอคำปรึกษาเพื่อขอยุติการตั้งครรภ์ ทุกรายที่เข้ามาปรึกษาล้วนมีเหตุผลที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ไม่พร้อมที่จะมีบุตร ซึ่งคำว่าไม่พร้อมนี้ ไม่ได้หมายความเพียงแค่กลุ่มคนที่อายุน้อย แต่จริงๆแล้วทุกช่วงวัยสามารถมีการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมได้เสมอ ยกตัวอย่างจากกรณีที่เกิดขึ้นจริงที่เราได้สำรวจมา พบว่า แม้จะเป็นหญิงวัยกลางคนแล้ว แต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ มีรายได้เพียง 7,000 บาทต่อเดือนไม่เพียงพอหากจะต้องรับภาระในการเลี้ยงดูบุตร

           อีกทั้งฝ่ายชายได้เลิกรากันไป จึงไม่อยู่ในสถานะที่จะเลี้ยงดูบุตรโดยลำพังได้

           ซึ่งพบว่าในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ยอมรับให้มีการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายด้วยเหตุท้องไม่พร้อม

           ส่งผลให้หญิงที่ตั้งครรภ์จำนวนมากเลือกทำแท้งด้วยวิธีการที่ไม่ปลอดภัยอันเป็นอันตรายกับชีวิตของหญิงเอง หรือหากปล่อยให้เด็กคลอดออกมา หญิงอาจนำเด็กไปทิ้ง ทำร้าย หรือฆ่าเด็ก แต่หากหญิงต้องการจะเลี้ยงดูเด็กต่อไปก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กเพราะความไม่พร้อมของหญิงเอง

           นอกจากนี้การตั้งครรภ์ของหญิงส่งผลกระทบมากมายต่อสุขภาพของหญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้สรีระของหญิงเปลี่ยนไปยากต่อการดำเนินชีวิต เช่น หญิงท้องใหญ่ขึ้นทำให้ร่างกายของหญิงต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากครรภ์ รู้สึกเจ็บและตึงเต้านม มีอาการปวดหลัง ร่างกายอ่อนเพลีย ทารกในครรภ์จะดูดสารอาหารจากร่างกายหญิง และอาการอื่นๆร่วมอีก ด้วยเหตุนี้หญิงจึงควรมีสิทธิเลือกว่าหญิงจะยอมมีอาการเหล่านี้ต่อไปอีก 9 เดือนหรือจะยุติอาการเหล่านี้ กล่าวคือหญิงควรมีสิทธิเลือกจะตั้งครรภ์ต่อไปหรือไม่ ในฐานะที่ร่างกายนั้นเป็นร่างกายของหญิงเองและอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อหญิงโดยตรง

           พวกเรานักศึกษาวิชาหลักชีพนักกฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้มีกฎหมายเพื่อให้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพวกเราต้องการแรงสนับสนุนจากทุกคน มาช่วยกันผลักดันเพื่อทำให้ผู้หญิงอีกหลายๆคนได้รับโอกาส ร่วมกันลงชื่อสนับสนุน ทุกแรงสนับสนุนจะเปลี่ยนสังคมเราให้ดีขึ้นได้

 

           ตัวอย่างประเทศที่มีกฎหมายให้สิทธิแก่หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมาย เช่น

ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮอลแลนด์, อังกฤษ, ไอร์แลนด์, เอสโตเนีย, โรมาเนีย เป็นต้น

 

avatar of the starter
กลุ่มวิชาหลักชีพนักกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 603 คน

ประเด็นรณรงค์

          “บาปกรรม” “นี่หรือเมืองพุทธ” คือเสียงสะท้อนกลับมาอย่างหนักในทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์จึงส่งผลให้ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมตัดสินใจ “ทำแท้งด้วยตัวเอง” หรือยอมทำแท้งกับผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์

           ปัจจุบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305 ได้อนุญาตให้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

1. หญิงมีปัญหาสุขภาพกาย ถ้าตั้งครรภ์ต่อไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของหญิง จึงจำเป็นต้องให้สิทธิยุติการตั้งครรภ์ได้

2. หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถขอยุติการตั้งครรภ์ได้ในกรณีที่ตั้งครรภ์กับชายที่ไม่ใช่สามีของตน

3. กรณีหญิงถูกข่มขืนหรือถูกล่อลวง

           แต่จากการสำรวจโดยการพูดคุยกับแพทย์พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หญิงต้องการยุติการตั้งครรภ์  คือ การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในด้าน สังคม ครอบครัว และปัจจัยที่สำคัญสุดคือฐานะทางเศรษฐกิจของหญิงที่ตั้งครรภ์

           จากกรณีตัวอย่างที่มีหญิงเข้ามาขอคำปรึกษาเพื่อขอยุติการตั้งครรภ์ ทุกรายที่เข้ามาปรึกษาล้วนมีเหตุผลที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ ไม่พร้อมที่จะมีบุตร ซึ่งคำว่าไม่พร้อมนี้ ไม่ได้หมายความเพียงแค่กลุ่มคนที่อายุน้อย แต่จริงๆแล้วทุกช่วงวัยสามารถมีการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมได้เสมอ ยกตัวอย่างจากกรณีที่เกิดขึ้นจริงที่เราได้สำรวจมา พบว่า แม้จะเป็นหญิงวัยกลางคนแล้ว แต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ มีรายได้เพียง 7,000 บาทต่อเดือนไม่เพียงพอหากจะต้องรับภาระในการเลี้ยงดูบุตร

           อีกทั้งฝ่ายชายได้เลิกรากันไป จึงไม่อยู่ในสถานะที่จะเลี้ยงดูบุตรโดยลำพังได้

           ซึ่งพบว่าในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ยอมรับให้มีการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมายด้วยเหตุท้องไม่พร้อม

           ส่งผลให้หญิงที่ตั้งครรภ์จำนวนมากเลือกทำแท้งด้วยวิธีการที่ไม่ปลอดภัยอันเป็นอันตรายกับชีวิตของหญิงเอง หรือหากปล่อยให้เด็กคลอดออกมา หญิงอาจนำเด็กไปทิ้ง ทำร้าย หรือฆ่าเด็ก แต่หากหญิงต้องการจะเลี้ยงดูเด็กต่อไปก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กเพราะความไม่พร้อมของหญิงเอง

           นอกจากนี้การตั้งครรภ์ของหญิงส่งผลกระทบมากมายต่อสุขภาพของหญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้สรีระของหญิงเปลี่ยนไปยากต่อการดำเนินชีวิต เช่น หญิงท้องใหญ่ขึ้นทำให้ร่างกายของหญิงต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากครรภ์ รู้สึกเจ็บและตึงเต้านม มีอาการปวดหลัง ร่างกายอ่อนเพลีย ทารกในครรภ์จะดูดสารอาหารจากร่างกายหญิง และอาการอื่นๆร่วมอีก ด้วยเหตุนี้หญิงจึงควรมีสิทธิเลือกว่าหญิงจะยอมมีอาการเหล่านี้ต่อไปอีก 9 เดือนหรือจะยุติอาการเหล่านี้ กล่าวคือหญิงควรมีสิทธิเลือกจะตั้งครรภ์ต่อไปหรือไม่ ในฐานะที่ร่างกายนั้นเป็นร่างกายของหญิงเองและอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อหญิงโดยตรง

           พวกเรานักศึกษาวิชาหลักชีพนักกฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้มีกฎหมายเพื่อให้หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพวกเราต้องการแรงสนับสนุนจากทุกคน มาช่วยกันผลักดันเพื่อทำให้ผู้หญิงอีกหลายๆคนได้รับโอกาส ร่วมกันลงชื่อสนับสนุน ทุกแรงสนับสนุนจะเปลี่ยนสังคมเราให้ดีขึ้นได้

 

           ตัวอย่างประเทศที่มีกฎหมายให้สิทธิแก่หญิงสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมาย เช่น

ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮอลแลนด์, อังกฤษ, ไอร์แลนด์, เอสโตเนีย, โรมาเนีย เป็นต้น

 

avatar of the starter
กลุ่มวิชาหลักชีพนักกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยลัยธรรมศาสตร์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ปิดแคมเปญรณรงค์

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 603 คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 18 ตุลาคม ค.ศ. 2018 แล้ว