หยุด ทีโอที (มหาชน) ฮุบคลื่น 900Mhz. โปรดคืนมาเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง

หยุด ทีโอที (มหาชน) ฮุบคลื่น 900Mhz. โปรดคืนมาเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง

ประเด็นรณรงค์

“สมบัติของชาติ อย่างคลื่นความถี่โทรคมนาคม ไม่ควรตกอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง เว้นเสียแต่จะเป็นของประชาชน”

 ทีโอที ทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่?

ก่อนอื่น หยุดมองปัญหาแบบการเมือง! ... ทีโอที และสหภาพฯ ต้องการดิ้นรนเอาตัวรอดจากการขาดทุนหลังจากหมดสัญญาสัมปทานและพยายามใช้ข้อกฎหมายแบบศรีธนชัย เพื่อตีความเข้าข้างตนว่ามีสิทธิ์ยึดคืน 900 Mhz มาบริหารต่อ ทั้งที่ พรบ. กสทช. ออกมาภายหลังมีเจตนารมณ์ เพื่อให้บริหารคลื่นซึ่งเป็นสมบัติของชาติอย่างเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดย กสทช. มีนโยบายเพื่อเปิดประมูลและนำรายได้ส่งเข้ารัฐ โดยมีตัวอย่างหลังจากการประมูล 2100 Mhz. ครั้งแรกเพื่อทำ 3G มีผลให้ราคาค่าบริการเปลี่ยนไปดังนี้

คลื่น 2100 Mhz. ทำ 3G/4G (เปิดประมูลโดย กสทช.) ราคาอยู่ที่ 0.84 บาท ต่อนาที
คลื่น 1800 Mhz. (กำลังจะเปิดประมูลโดย กสทช.) ราคาอยู่ที่ 0.75 บาท ต่อนาที
คลื่น 900 Mhz. (AIS ใต้สัมปทาน ทีโอที) ราคาอยู่ที่ 0.99 บาท ต่อนาที

ทำไม ทีโอที และสหภาพฯ อยากได้คลื่น 900 Mhz.?

เพราะการบริหารที่ร่อแร่.. รอคอยแต่ส่วนแบ่งรายได้จากการให้เอกชนสัมปทานคลื่นไปให้บริการมือถือแล้ว ทีโอทีเองซึ่งไร้ประสิทธิภาพด้านการบริหารทรัพยากรอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเมื่อขาดรายได้จากเอกชนที่หมดสัญญาสัมปทานไป เท่ากับ ทีโอที และสหภาพฯ ต้องขาดอากาศในการหายใจไปด้วย โบนัสที่เคยได้ คงต้องชวดกันยกคณะแน่คราวนี้ ทั้งๆ ที่ผลประกอบการที่ดีนั้นไม่ได้มาจากการบริหารของทีโอทีเลย แต่มาจากส่วนแบ่งรายได้ที่สูงมากๆ จากเอกชน

ทีโอที เจ้าแห่งทรัพยากรชาติ แต่ไม่เคยบริหารให้ได้ประโยชน์ จริงหรือไม่?

ปัจจุบันทีโอทีถือคลื่นความถี่อยู่ดังนี้ 

คลื่น 900 Mhz ให้สัมปทาน AIS หมดสัมปทานปี 2558 

รายได้ปี 54 = 21,793 ล้านบาท
รายได้ปี 55 = 24,348 ล้านบาท
รายได้ปี 56 = 22,002 ล้านบาท
รายได้ปี 57 = 11,673 ล้านบาท (รายได้ลดลงเพราะลูกค้าย้ายไป AIS3G คลื่น 2100 Mhz ที่ประมูลได้) 

(อ้างอิงรายได้จากรายงานประจำปีทีโอที) 

คลื่น 2100 Mhz. จำนวน 15x2 Mhz ให้บริการ TOT 3G ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 6 แสน ราย (ปี 57) ลงทุนทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท มีรายได้ 300 ล้านบาทโดยยอมรับว่าทำตลาดไม่เก่ง

2300 Mhz จำนวน 64x1 Mhz (ว่างอีกเยอะ) สามารถใช้ทำ 4G TD-LTE ได้ โดย กสทช. เคยขอมาประมูลทำ 4G แต่ทีโอทีก็อ้างสิทธิ์ว่าเอาทำโทรศัพท์ทางไกล แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพเลย เพราะปัจจุบันเลี่ยงไปเช่าใช้คลื่นมือถือของภาคเอกชนที่ได้ลงทุนไปครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว

1900 Mhz จำนวน 15x1 Mhz  สามาถใช้ทำ 4G TD-LTE ได้ เคยนำมาทำโทรศัพท์มือถือแต่ก็ล้มเหลว

470 Mhz ถือครอง แต่ยังไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์กับทีโอที

นอกจากนี้ทีโอที ยังมีโครงข่าย โทรศัพท์บ้าน (Fixed Line), โครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, โครงข่ายไฟเบอร์ออพติก (FTTx)

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถพัฒนาเป็นบริการดีๆ ที่สร้างรายได้ให้กับทีโอทีมากมาย แต่ที่ผ่านทีโอที ซึ่งมีการบริหารงานที่ร่อแร่ ขาดประสิทธิภาพที่จะทำให้เกิดรายได้แก่องค์ ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีผู้บริหารองค์กรมากความสามารถ แต่กลับไม่สามารถทำกำไรได้ กลับมีแต่รายจ่ายจำนวนมหาศาล ซึ่งถ้ารายได้จากสัมปทานหายไปจะทำให้ทีโอทีขาดทุนทันที แล้วทรัพยากรที่เหลือทำประโยชน์ใดๆ ไม่ได้เลยหรือ และนอกจากนี้ยังจะได้รับเสาสัญญาจาก AIS อีกเป็นหมื่นๆ ต้นจะหาประโยชน์อย่างไร ถ้าสิ่งที่ทีโอทีถือครอง อยู่กลับมาอยู่ในภาคเอกชนทั้งหมด รายได้จากภาษีของภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่ปัจจุบันทีโอทีกลับทำให้ขาดทุน ซึ่งเราๆในฐานะประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้เหล่านั้นเป็นหนี้สาธารณะ

ทีโอทีไม่ทราบหรือว่าใกล้หมดสัมปทาน?

เพราะการบริหารและการวางแผนที่ล้มเหลว จึงไม่เคยมีแผนที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรเมื่อสัมปทานหมดลง จะเอาตัวรอดอย่างไร จะกำไรได้อย่างไร รอเล่นแง่ทางข้อกฎหมาย หน่วยงานเช่นนี้คงต้องรื้อองค์กรอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ควรเอาประโยชน์ชาติและประชาชนมาเป็นตัวประกัน ถ้าทีโอที ยึดคลื่น 900 Mhz. ไว้ได้ แน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่ขาดทุนเหมือนเดิม หนี้ของคนไทยจะไม่สูงขึ้นจากการกระทำนี้

900 Mhz. ในมือทีโอที (ความฝัน)

นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวกับพนักงานวันที่ 5 ต.ค.58 โดยสรุปใจความส่วนหนึ่ง

หากทีโอที ได้คลื่นความถี่ 900 MHz มาให้บริการต่อ ทีโอทีคาดว่าจะมีรายได้ปีละ 22,800 ล้านบาท จากการต่อยอดในย่านความถี่ดังกล่าว โดยเป้าหมายรายได้ที่คาดการณ์นั้นประกอบด้วย 1.การให้บริการลูกค้าระบบ 2G ที่มีลูกค้าค้างอยู่ 2.4 ล้านราย โดยคาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 4,800 ล้านบาทต่อปี และ 2.รายได้จาการโรมมิ่งบริการจาก 3G ของทีโอทีเองอีกปีละ 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทีโอทีสามารถเลี้ยงตัวเองได้

สรุปแบบชาวบ้าน

  • ลูกค้าค้างอยู่ 2.4 ล้านเลขหมาย เขายังจะอยู่ต่อกันหรือ? เขาไม่ย้ายไปค่ายอื่นหรือ? ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทีโอทีเองเคยยอมรับว่า "ไม่เก่งการตลาด" แล้วปัจจุบันการตลาดดีขึ้นแล้วหรือยัง? สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้จริงหรือ?
  • โรมมิ่ง 3G ใครจะใช้ของ TOT ของเดิมยังมีรายได้แค่ 300 ล้านบาท ทั้งที่ลงทุนไป 20,000 ล้านบาท

ข้อเสียถ้าคลื่น 900 Mhz. ไปอยู่กับทีโอที

  1. รัฐจะขาดรายได้จากการประมูล หลายหมื่นล้านบาท
  2. จบการประมูลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะลงทุนในการสร้างเครือข่ายอีกมหาศาลจะหายไป
  3. ตำแหน่งที่ต้องเพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมจะหายไป
  4. รัฐต้องค้ำประกันทีโอที ในกรณีต้องลงทุนเพิ่มกับการขยายความสามารถคลื่น 900 Mhz. ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นตามไปด้วย
  5. เกิดการกักตุนคลื่นความถี่ที่เป็นสมบัติชาติไว้กับหน่วยงานใดหน่วยหนึ่ง โดยไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้คงเพียงพอที่จะเชิญชวนพวกเราๆ ในฐานะประชาชนให้ร่วมกันเรียกร้องให้ทีโอที ยอมปล่อยคลื่น 900 Mhz. ป้องกันหนี้สินที่อาจจะพอกพูนในอนาคต ประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการได้มีโอกาสใช้ของดีราคาถูกจากการแข่งขันของภาคเอกชน

avatar of the starter
Weerapath Nผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 41 คน

ประเด็นรณรงค์

“สมบัติของชาติ อย่างคลื่นความถี่โทรคมนาคม ไม่ควรตกอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง เว้นเสียแต่จะเป็นของประชาชน”

 ทีโอที ทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่?

ก่อนอื่น หยุดมองปัญหาแบบการเมือง! ... ทีโอที และสหภาพฯ ต้องการดิ้นรนเอาตัวรอดจากการขาดทุนหลังจากหมดสัญญาสัมปทานและพยายามใช้ข้อกฎหมายแบบศรีธนชัย เพื่อตีความเข้าข้างตนว่ามีสิทธิ์ยึดคืน 900 Mhz มาบริหารต่อ ทั้งที่ พรบ. กสทช. ออกมาภายหลังมีเจตนารมณ์ เพื่อให้บริหารคลื่นซึ่งเป็นสมบัติของชาติอย่างเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดย กสทช. มีนโยบายเพื่อเปิดประมูลและนำรายได้ส่งเข้ารัฐ โดยมีตัวอย่างหลังจากการประมูล 2100 Mhz. ครั้งแรกเพื่อทำ 3G มีผลให้ราคาค่าบริการเปลี่ยนไปดังนี้

คลื่น 2100 Mhz. ทำ 3G/4G (เปิดประมูลโดย กสทช.) ราคาอยู่ที่ 0.84 บาท ต่อนาที
คลื่น 1800 Mhz. (กำลังจะเปิดประมูลโดย กสทช.) ราคาอยู่ที่ 0.75 บาท ต่อนาที
คลื่น 900 Mhz. (AIS ใต้สัมปทาน ทีโอที) ราคาอยู่ที่ 0.99 บาท ต่อนาที

ทำไม ทีโอที และสหภาพฯ อยากได้คลื่น 900 Mhz.?

เพราะการบริหารที่ร่อแร่.. รอคอยแต่ส่วนแบ่งรายได้จากการให้เอกชนสัมปทานคลื่นไปให้บริการมือถือแล้ว ทีโอทีเองซึ่งไร้ประสิทธิภาพด้านการบริหารทรัพยากรอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเมื่อขาดรายได้จากเอกชนที่หมดสัญญาสัมปทานไป เท่ากับ ทีโอที และสหภาพฯ ต้องขาดอากาศในการหายใจไปด้วย โบนัสที่เคยได้ คงต้องชวดกันยกคณะแน่คราวนี้ ทั้งๆ ที่ผลประกอบการที่ดีนั้นไม่ได้มาจากการบริหารของทีโอทีเลย แต่มาจากส่วนแบ่งรายได้ที่สูงมากๆ จากเอกชน

ทีโอที เจ้าแห่งทรัพยากรชาติ แต่ไม่เคยบริหารให้ได้ประโยชน์ จริงหรือไม่?

ปัจจุบันทีโอทีถือคลื่นความถี่อยู่ดังนี้ 

คลื่น 900 Mhz ให้สัมปทาน AIS หมดสัมปทานปี 2558 

รายได้ปี 54 = 21,793 ล้านบาท
รายได้ปี 55 = 24,348 ล้านบาท
รายได้ปี 56 = 22,002 ล้านบาท
รายได้ปี 57 = 11,673 ล้านบาท (รายได้ลดลงเพราะลูกค้าย้ายไป AIS3G คลื่น 2100 Mhz ที่ประมูลได้) 

(อ้างอิงรายได้จากรายงานประจำปีทีโอที) 

คลื่น 2100 Mhz. จำนวน 15x2 Mhz ให้บริการ TOT 3G ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 6 แสน ราย (ปี 57) ลงทุนทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท มีรายได้ 300 ล้านบาทโดยยอมรับว่าทำตลาดไม่เก่ง

2300 Mhz จำนวน 64x1 Mhz (ว่างอีกเยอะ) สามารถใช้ทำ 4G TD-LTE ได้ โดย กสทช. เคยขอมาประมูลทำ 4G แต่ทีโอทีก็อ้างสิทธิ์ว่าเอาทำโทรศัพท์ทางไกล แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพเลย เพราะปัจจุบันเลี่ยงไปเช่าใช้คลื่นมือถือของภาคเอกชนที่ได้ลงทุนไปครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว

1900 Mhz จำนวน 15x1 Mhz  สามาถใช้ทำ 4G TD-LTE ได้ เคยนำมาทำโทรศัพท์มือถือแต่ก็ล้มเหลว

470 Mhz ถือครอง แต่ยังไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์กับทีโอที

นอกจากนี้ทีโอที ยังมีโครงข่าย โทรศัพท์บ้าน (Fixed Line), โครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, โครงข่ายไฟเบอร์ออพติก (FTTx)

ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถพัฒนาเป็นบริการดีๆ ที่สร้างรายได้ให้กับทีโอทีมากมาย แต่ที่ผ่านทีโอที ซึ่งมีการบริหารงานที่ร่อแร่ ขาดประสิทธิภาพที่จะทำให้เกิดรายได้แก่องค์ ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีผู้บริหารองค์กรมากความสามารถ แต่กลับไม่สามารถทำกำไรได้ กลับมีแต่รายจ่ายจำนวนมหาศาล ซึ่งถ้ารายได้จากสัมปทานหายไปจะทำให้ทีโอทีขาดทุนทันที แล้วทรัพยากรที่เหลือทำประโยชน์ใดๆ ไม่ได้เลยหรือ และนอกจากนี้ยังจะได้รับเสาสัญญาจาก AIS อีกเป็นหมื่นๆ ต้นจะหาประโยชน์อย่างไร ถ้าสิ่งที่ทีโอทีถือครอง อยู่กลับมาอยู่ในภาคเอกชนทั้งหมด รายได้จากภาษีของภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่ปัจจุบันทีโอทีกลับทำให้ขาดทุน ซึ่งเราๆในฐานะประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้เหล่านั้นเป็นหนี้สาธารณะ

ทีโอทีไม่ทราบหรือว่าใกล้หมดสัมปทาน?

เพราะการบริหารและการวางแผนที่ล้มเหลว จึงไม่เคยมีแผนที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรเมื่อสัมปทานหมดลง จะเอาตัวรอดอย่างไร จะกำไรได้อย่างไร รอเล่นแง่ทางข้อกฎหมาย หน่วยงานเช่นนี้คงต้องรื้อองค์กรอย่างเร่งด่วน แต่ไม่ควรเอาประโยชน์ชาติและประชาชนมาเป็นตัวประกัน ถ้าทีโอที ยึดคลื่น 900 Mhz. ไว้ได้ แน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่ขาดทุนเหมือนเดิม หนี้ของคนไทยจะไม่สูงขึ้นจากการกระทำนี้

900 Mhz. ในมือทีโอที (ความฝัน)

นายมนต์ชัย หนูสง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวกับพนักงานวันที่ 5 ต.ค.58 โดยสรุปใจความส่วนหนึ่ง

หากทีโอที ได้คลื่นความถี่ 900 MHz มาให้บริการต่อ ทีโอทีคาดว่าจะมีรายได้ปีละ 22,800 ล้านบาท จากการต่อยอดในย่านความถี่ดังกล่าว โดยเป้าหมายรายได้ที่คาดการณ์นั้นประกอบด้วย 1.การให้บริการลูกค้าระบบ 2G ที่มีลูกค้าค้างอยู่ 2.4 ล้านราย โดยคาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 4,800 ล้านบาทต่อปี และ 2.รายได้จาการโรมมิ่งบริการจาก 3G ของทีโอทีเองอีกปีละ 18,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทีโอทีสามารถเลี้ยงตัวเองได้

สรุปแบบชาวบ้าน

  • ลูกค้าค้างอยู่ 2.4 ล้านเลขหมาย เขายังจะอยู่ต่อกันหรือ? เขาไม่ย้ายไปค่ายอื่นหรือ? ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทีโอทีเองเคยยอมรับว่า "ไม่เก่งการตลาด" แล้วปัจจุบันการตลาดดีขึ้นแล้วหรือยัง? สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้จริงหรือ?
  • โรมมิ่ง 3G ใครจะใช้ของ TOT ของเดิมยังมีรายได้แค่ 300 ล้านบาท ทั้งที่ลงทุนไป 20,000 ล้านบาท

ข้อเสียถ้าคลื่น 900 Mhz. ไปอยู่กับทีโอที

  1. รัฐจะขาดรายได้จากการประมูล หลายหมื่นล้านบาท
  2. จบการประมูลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะลงทุนในการสร้างเครือข่ายอีกมหาศาลจะหายไป
  3. ตำแหน่งที่ต้องเพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมจะหายไป
  4. รัฐต้องค้ำประกันทีโอที ในกรณีต้องลงทุนเพิ่มกับการขยายความสามารถคลื่น 900 Mhz. ทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นตามไปด้วย
  5. เกิดการกักตุนคลื่นความถี่ที่เป็นสมบัติชาติไว้กับหน่วยงานใดหน่วยหนึ่ง โดยไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุผลเหล่านี้คงเพียงพอที่จะเชิญชวนพวกเราๆ ในฐานะประชาชนให้ร่วมกันเรียกร้องให้ทีโอที ยอมปล่อยคลื่น 900 Mhz. ป้องกันหนี้สินที่อาจจะพอกพูนในอนาคต ประชาชนในฐานะผู้ใช้บริการได้มีโอกาสใช้ของดีราคาถูกจากการแข่งขันของภาคเอกชน

avatar of the starter
Weerapath Nผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ทีโอที จำกัด (มหาชน)
สหภาพทีโอที
สหภาพทีโอที

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 22 ตุลาคม ค.ศ. 2015 แล้ว