รณรงค์ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องติดป้ายประกาศให้ชัดเจนเมื่อมีการซ่อมแซมถนน

ประเด็นรณรงค์

เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากความสะเพร่าของหน่วยงานรัฐในหลายๆแห่งทั่วประเทศที่ไม่ติดป้ายบอกว่ามีการซ่อมแซมถนนหรือเปิดท่อประปา ฯลฯ ทำให้เกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดใจขึ้นหลายครั้ง

จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันลงชื่อเพื่อรณรงค์ให้หน่วยงานรัฐติดป้ายประกาศให้ชัดเจนเพื่อลดอุบัติเหตุที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมทั้งควรประกาศชื่อของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการซ่อมแซนถนนครั้งนี้ วันเวลาที่คาดว่าจะเสร็จ พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถร้องเรียนได้หากผู้ใช้ถนนเกิดความไม่สะดวกหรือเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ฯลฯ และหากเกิดอุบัติเหตุจากความปล่อยปละละเลยของหน่วยงานรัฐเช่นนี้ หน่วยงานนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้ถนน

------------

"แม่-ลูก ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ตกหลุมถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาการสาหัส"
แม่ขับรถตกร่องถนนเจ็บทั้งคู่- สลด!ดญ.ลูกครึ่งโคม่า เหตุป้ายเตือนซ่อมทางไม่ชัดเจน! 

ข่าวจาก

http://hilight.kapook.com/view/112734 ;

https://www.facebook.com/Phuketandamannews.FC/photos/a.253708621390673.59439.251594288268773/733385636756300/?type=1&theater โพสเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา


จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลฯ เกี่ยวกับ 2 แม่ลูก ซึ่งขับรถยนต์กระบะ ตกลงไปในถนนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในช่องถนนสาย ม่าหนิก-บางโจ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนถนนขาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อซ่อมแซม เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 11 ธ.ค. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วเกาะภูเก็ตนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว บริเวณถนนสายม่าหนิก-บางโจ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ใกล้กับเรือนจำชั่วคราวบ้านบางโจ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กจ 1057 ภูเก็ต คันที่เกิดเหตุ ยังอยู่ในร่องกลางถนนที่ถูกขุดเป็นช่องขนาดใหญ่ ในสภาพที่พังเสียหาย และบริเวณใต้ท้องรถยนต์ พบรถจักรยานยนต์ถูกทับอยู่อีก 1 คัน ทราบว่าตกลงไปในคืนเกิดเหตุเช่นกัน ก่อนหน้ารถกระบอีซูซุของสองแม่ลูกตกลงไปเพียงครึ่งชั่วโมง คนขับรถ จยย.ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ขณะที่บนถนนก่อนถึงจุดที่รถตกลงไป มีแผงเหล็กติดป้ายเตือน ว่า ห้ามผ่าน แต่แผงเหล็กดังกล่าวนั้นสามารถเลื่อนออกไปมาได้ และเหลือช่องทางให้รถสามารถผ่านเข้าไปได้ นอกจากนี้จากการตรวจสอบไม่มีการติดตั้งไฟสัญญาณกระพริบที่ให้เห็นป้ายเตือนอย่างชัดเจน 

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือ นางภัคคมน ดวงฉายาเต็มจรัส อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บแขนด้านซ้ายหัก อาการปลอดภัยแล้ว นอกจากนั้นยังมีลูกสาวของนางภัคคมน ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน ทราบชื่อ คือ ด.ญ.มอลลี่แอน เบลลี่ อายุ 8 ปี สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แพทย์ต้องผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ระบุว่า ด.ญ.มอลลี่แอน มีโอกาสรอดเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งขณะนี้เด็กหญิงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมีนางภัคคมน และสามี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งญาติ เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการสอบถามทางทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ด้าน พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ถลาง กล่าวภายหลังลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานต่างๆ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นเท่าที่ดูป้ายหรือสัญญาณไฟแจ้งเตือนในจุดเกิดเหตุว่ามีถนนขาดหรือพังกำลังมีการซ่อมแซมปรับปรุงเส้นทางนั้น ยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร และอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ณ จุดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความผิดของใคร

ต่อมานายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร ได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการ ของด.ญ.มอนลี่แอน ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังจากประสบอุบัติเหตุ พร้อมกับกล่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเหตุการณ์ว่ารถตกลงไปในถนนที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาด ตนได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเดินทางเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

จากการสอบถาม นางภัคคมน ผู้ประสบเหตุ ทำให้ทราบว่า ปกติขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ และช่วงที่เกิดเหตุก็ขับรถมาตามเส้นทางดังกล่าวตามปกติก็ไม่เห็นแผงเหล็กกั้นบริเวณถนนดังกล่าว ก็เลยขับรถไปบนถนนตามปกติเพราะคิดว่าถนนมีการซ่อมแซมเสร็จแล้ว เมื่อถึงจุดที่ถนนถูกตัดขาดก็ไม่สามารถหยุดรถได้แล้ว ทำให้รถตกลงไปในช่องถนนดังกล่าวอย่างแรง ส่งผลให้นางภัคคมน และลูกสาวได้รับบาดเจ็บ

-------------------------------------------

ทางหลวงชนบท ซ่อมถนนไม่ติดป้ายบอก รถเก๋งเสียหลักตกคูน้ำหน้าวัดบันลือธรรม มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

พ.ต.ต.โกเมศ กวมทรัพย์ ร้อยเวร สภ.ลาดบัวหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะ ประสบอุบัติเหตุ พุ่งลงคูน้ำ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ 2 ราย เหตุเกิดถนนสายสามโคก-ลาดบัวหลวง ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ฟอร์ด สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บท 2693 พระนครศรีอยุธยา จมอยู่ในคูน้ำหน้าวัดบันลือธรรม หมู่ 1 ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ 2 คน ทราบชื่อ นายบุญยัง คำเสียง อายุ 36 ปี ติดอยู่ในรถหน้าพวงมาลัย ส่วนผู้เสียชีวิตที่โดยสารมาด้วยเป็นชายอีกหนึ่งคน ยังไม่ทราบชื่อ ไม่มีหลักฐานติดตัวมา

ทางด้าน พ.ต.ต.โกเมศ กวมทรัพย์ ร้อยเวร สภ.ลาดบัวหลวง เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่า ผู้ขับขี่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่ทราบว่า ถนนทางหลวงชนบทเส้นนี้กำลังซ่อมแซม และไม่มีป้ายบอกทางกำลังก่อสร้างถนนเป็นบางจุด และไฟแจ้งเตือนบอกทาง เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าว ถนนฝั่งหนึ่งถูกขุดออกไป ทำให้พื้นที่ต่างระดับ รถอาจวิ่งมาด้วยความเร็วจนพลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำบริเวณดังกล่าว เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต จึงนำส่ง ร.พ.ลาดบัวหลวง ตรวจสอบต่อไป

-----------------

ขอบคุณภาพและข่าวจาก http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=578416

avatar of the starter
Kop Narumolผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 30,513 คน

ประเด็นรณรงค์

เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากความสะเพร่าของหน่วยงานรัฐในหลายๆแห่งทั่วประเทศที่ไม่ติดป้ายบอกว่ามีการซ่อมแซมถนนหรือเปิดท่อประปา ฯลฯ ทำให้เกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดใจขึ้นหลายครั้ง

จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันลงชื่อเพื่อรณรงค์ให้หน่วยงานรัฐติดป้ายประกาศให้ชัดเจนเพื่อลดอุบัติเหตุที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมทั้งควรประกาศชื่อของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการซ่อมแซนถนนครั้งนี้ วันเวลาที่คาดว่าจะเสร็จ พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถร้องเรียนได้หากผู้ใช้ถนนเกิดความไม่สะดวกหรือเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ฯลฯ และหากเกิดอุบัติเหตุจากความปล่อยปละละเลยของหน่วยงานรัฐเช่นนี้ หน่วยงานนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้ถนน

------------

"แม่-ลูก ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ตกหลุมถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อาการสาหัส"
แม่ขับรถตกร่องถนนเจ็บทั้งคู่- สลด!ดญ.ลูกครึ่งโคม่า เหตุป้ายเตือนซ่อมทางไม่ชัดเจน! 

ข่าวจาก

http://hilight.kapook.com/view/112734 ;

https://www.facebook.com/Phuketandamannews.FC/photos/a.253708621390673.59439.251594288268773/733385636756300/?type=1&theater โพสเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา


จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในโลกโซเชียลฯ เกี่ยวกับ 2 แม่ลูก ซึ่งขับรถยนต์กระบะ ตกลงไปในถนนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในช่องถนนสาย ม่าหนิก-บางโจ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนถนนขาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่เพื่อซ่อมแซม เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 11 ธ.ค. จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วเกาะภูเก็ตนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว บริเวณถนนสายม่าหนิก-บางโจ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ใกล้กับเรือนจำชั่วคราวบ้านบางโจ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กจ 1057 ภูเก็ต คันที่เกิดเหตุ ยังอยู่ในร่องกลางถนนที่ถูกขุดเป็นช่องขนาดใหญ่ ในสภาพที่พังเสียหาย และบริเวณใต้ท้องรถยนต์ พบรถจักรยานยนต์ถูกทับอยู่อีก 1 คัน ทราบว่าตกลงไปในคืนเกิดเหตุเช่นกัน ก่อนหน้ารถกระบอีซูซุของสองแม่ลูกตกลงไปเพียงครึ่งชั่วโมง คนขับรถ จยย.ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ขณะที่บนถนนก่อนถึงจุดที่รถตกลงไป มีแผงเหล็กติดป้ายเตือน ว่า ห้ามผ่าน แต่แผงเหล็กดังกล่าวนั้นสามารถเลื่อนออกไปมาได้ และเหลือช่องทางให้รถสามารถผ่านเข้าไปได้ นอกจากนี้จากการตรวจสอบไม่มีการติดตั้งไฟสัญญาณกระพริบที่ให้เห็นป้ายเตือนอย่างชัดเจน 

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือ นางภัคคมน ดวงฉายาเต็มจรัส อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บแขนด้านซ้ายหัก อาการปลอดภัยแล้ว นอกจากนั้นยังมีลูกสาวของนางภัคคมน ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน ทราบชื่อ คือ ด.ญ.มอลลี่แอน เบลลี่ อายุ 8 ปี สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แพทย์ต้องผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ระบุว่า ด.ญ.มอลลี่แอน มีโอกาสรอดเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งขณะนี้เด็กหญิงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยมีนางภัคคมน และสามี ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งญาติ เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากการสอบถามทางทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ด้าน พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ถลาง กล่าวภายหลังลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานต่างๆ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เบื้องต้นเท่าที่ดูป้ายหรือสัญญาณไฟแจ้งเตือนในจุดเกิดเหตุว่ามีถนนขาดหรือพังกำลังมีการซ่อมแซมปรับปรุงเส้นทางนั้น ยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร และอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ณ จุดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความผิดของใคร

ต่อมานายวรวุฒิ ทรงยศ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทร ได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการ ของด.ญ.มอนลี่แอน ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังจากประสบอุบัติเหตุ พร้อมกับกล่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเหตุการณ์ว่ารถตกลงไปในถนนที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาด ตนได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเดินทางเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

จากการสอบถาม นางภัคคมน ผู้ประสบเหตุ ทำให้ทราบว่า ปกติขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ และช่วงที่เกิดเหตุก็ขับรถมาตามเส้นทางดังกล่าวตามปกติก็ไม่เห็นแผงเหล็กกั้นบริเวณถนนดังกล่าว ก็เลยขับรถไปบนถนนตามปกติเพราะคิดว่าถนนมีการซ่อมแซมเสร็จแล้ว เมื่อถึงจุดที่ถนนถูกตัดขาดก็ไม่สามารถหยุดรถได้แล้ว ทำให้รถตกลงไปในช่องถนนดังกล่าวอย่างแรง ส่งผลให้นางภัคคมน และลูกสาวได้รับบาดเจ็บ

-------------------------------------------

ทางหลวงชนบท ซ่อมถนนไม่ติดป้ายบอก รถเก๋งเสียหลักตกคูน้ำหน้าวัดบันลือธรรม มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

พ.ต.ต.โกเมศ กวมทรัพย์ ร้อยเวร สภ.ลาดบัวหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีรถกระบะ ประสบอุบัติเหตุ พุ่งลงคูน้ำ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ 2 ราย เหตุเกิดถนนสายสามโคก-ลาดบัวหลวง ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ฟอร์ด สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บท 2693 พระนครศรีอยุธยา จมอยู่ในคูน้ำหน้าวัดบันลือธรรม หมู่ 1 ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ 2 คน ทราบชื่อ นายบุญยัง คำเสียง อายุ 36 ปี ติดอยู่ในรถหน้าพวงมาลัย ส่วนผู้เสียชีวิตที่โดยสารมาด้วยเป็นชายอีกหนึ่งคน ยังไม่ทราบชื่อ ไม่มีหลักฐานติดตัวมา

ทางด้าน พ.ต.ต.โกเมศ กวมทรัพย์ ร้อยเวร สภ.ลาดบัวหลวง เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุคาดว่า ผู้ขับขี่ไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่ทราบว่า ถนนทางหลวงชนบทเส้นนี้กำลังซ่อมแซม และไม่มีป้ายบอกทางกำลังก่อสร้างถนนเป็นบางจุด และไฟแจ้งเตือนบอกทาง เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าว ถนนฝั่งหนึ่งถูกขุดออกไป ทำให้พื้นที่ต่างระดับ รถอาจวิ่งมาด้วยความเร็วจนพลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำบริเวณดังกล่าว เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต จึงนำส่ง ร.พ.ลาดบัวหลวง ตรวจสอบต่อไป

-----------------

ขอบคุณภาพและข่าวจาก http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=578416

avatar of the starter
Kop Narumolผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ปิดแคมเปญรณรงค์

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 30,513 คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

นายไพจิตร โพธิ์จันทร์ ผู้อำนวยการแขวงการทางอยุธยา (แขวงการทางอยุธยา สำนักทางหลวงที่ 11)
นายไพจิตร โพธิ์จันทร์ ผู้อำนวยการแขวงการทางอยุธยา (แขวงการทางอยุธยา สำนักทางหลวงที่ 11)
แขวงการทางอยุธยา สำนักทางหลวงที่ 11
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
กระทรวงคมนาคม
นายชูศักดิ์ เกวี Mr.CHUSAK GAYWEE อธิบดีกรมทางหลวง (คนที่ ๓๐)
นายชูศักดิ์ เกวี Mr.CHUSAK GAYWEE อธิบดีกรมทางหลวง (คนที่ ๓๐)
กรมทางหลวง
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
กรมทางหลวงชนบท
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 แล้ว