ให้รถขยะมาเก็บขยะที่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 100 คน!


             ถ้าถามว่าทำไมวันนี้เราถึงกลับมาพูดถึงปัญหาขยะล้นเมืองกันอีก เราเคยคิดไหมว่าจริงๆ แล้วคำว่าขยะล้นเมืองมันคือขยะอะไร  ที่เราเห็นภูเขาขยะกองพะเนินที่รถเก็บขยะเก็บไปกองรวมกันไว้มันก็คือขยะที่เกิดจากบ้าน หรือชุมชนที่เราอาศัยกันอยู่นี่แหละครับ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าขยะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ ขยะที่ขายได้ และขายไม่ได้ ประเภทที่ขายได้อย่างขยะบรรจุภัณฑ์ แก้ว กระดาษ พลาสติก มันเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ไม่ว่าจะนำมาใช้ซ้ำ (reuse) หรือแปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (recycle) เพราะฉะนั้น พวกนี้มันมีการจัดการอยู่แล้วตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

        เราเคยทำการสำรวจมาแล้วว่า ในกองขยะมันแทบไม่เหลืออะไรที่จะส่งต่อได้แล้ว แต่สิ่งที่อยู่ในนั้นและเป็นปัญหากับคุณจริงๆ มันคือขยะเศษอาหาร ใน 21% ของขยะพลาสติก มีถึง 19% ที่เป็นถุงพลาสติกใส่เศษอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ถ้ามองในห่วงโซ่ของการบริโภคหรือ supply chain กว่า 40% ของพืชผลทางการเกษตรเป็นขยะที่เรียกว่า food waste หรือขยะเศษอาหารทั้งสิ้น สังเกตง่ายๆ เลย ทุกขั้นตอนมีการคัดเลือก และคัดทิ้ง ตั้งแต่เกษตรกร มาถึงตลาด พ่อค้าคนกลาง จนกระทั่งผู้ซื้ออย่างเรา ทุกคนเลือกสรรแต่สิ่งดีๆ และคัดสิ่งไม่ดีทิ้งมาตลอด ซึ่งนี่คือปัญหาขยะที่ใหญ่มาก

         ลองคิดดูสิครับว่าถ้ารถขยะเข้าไปรับขยะที่บ้านของคุณทุกวันอย่างที่เคยเป็น เราเอาทุกอย่างออกไปทิ้งทุกวันอย่างที่เราเคยทำ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เมื่อมันมีคนมาจัดการให้เรา เราเลยบริโภคทุกอย่างแล้วก็ทิ้งไปโดยไม่ได้นึกอะไร คนส่วนใหญ่เอาขยะใส่ถุงพลาสติกแล้วมัด เขาคิดว่าเขาจัดการได้แล้ว แต่เขาไม่รู้หรอกว่ามันไปที่ไหน แล้วมันไปมีผลต่อคนอื่น รถขยะก็รวมไปจัดการ เขาคิดว่าเขาควบคุมได้  แต่พอเราไม่คุยกัน ปริมาณขยะมันเลยเกินการควบคุม เมื่อควบคุมไม่ได้มันก็เกิดปัญหา แน่นอนว่าปัญหาขยะล้นเมืองก็จะยังคงอยู่ในสังคมต่อไป และไม่ถูกแก้ไขครับ การไม่มีกฎระเบียบ ส่งผลให้คนไม่มีวินัย แน่นอนว่าปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด ก็ทำให้ต้นทุนการขนส่งและการจัดการขยะมีมูลค่าที่สูง

จริงๆ แล้วเวลาจัดการขยะ มันมี what when where why how ซึ่งเรามองแต่ how อย่างเดียวว่าเราจะทำยังไงกับมัน แต่เราไม่เคยเริ่มจาก why เลยว่าทำไมมันถึงมีขยะ หลักการง่ายๆ คือ ให้คนได้บริหารจัดการตามพื้นฐานของเขาก่อน ระยะเวลาในการไปจัดเก็บคือคำตอบ คุณไปเก็บทุกวัน ผู้บริโภคก็ไม่คิด  คุณสร้างเงื่อนไขมากำหนด เขาก็จะคิดมากขึ้น

            ดังนั้น วันนี้ผมเลยอยากจะมานำเสนอนโยบายในการลดขยะด้วยการให้รถขยะมาเก็บขยะที่บ้านเดือนละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการสร้างกรอบ หรือขอบเขตการดำเนินงานให้คนได้หันกลับมาคิดทบทวนถึงการบริโภคของตนเอง ซึ่งเป็นต้นทางของขยะที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ครับ

          โดยวิธีการนี้จะเป็นไปตามเงื่อนไขสังคมที่เราสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ คือ เมื่อมีนโยบายนี้เกิดขึ้น นี่จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เราต้องเอาตัวรอด เราจะไม่ผลักภาระไปให้คนอื่นอย่างการเอาขยะของเราไปทิ้งหน้าบ้านใครก็ไม่รู้เพียงเพราะว่าถังขยะของเราล้น เนื่องจากเรามีบรรทัดฐานทางสังคมในเรื่องความเห็นแก่ตัว แต่สิ่งที่เราจะทำ คือ เลือกที่จะคิดก่อนซื้อมากขึ้น เราจะเริ่มมาคิดวางแผนแล้วว่า เราจะใช้อะไรเท่าไหร่ อะไรที่ใช้แล้วเกิดขยะ ใช้แล้วจัดการไม่ได้ เราอาจจะปฏิเสธมันตั้งแต่ต้นทาง คือ คิดดีแล้วก็ไม่ซื้อมาตั้งแต่แรก  หรือ จะคิดแล้วว่าจะจัดการอย่างไรไม่ให้เกิดขยะเพิ่มมากขึ้น เพราะรถขยะเข้ามารับขยะเพียงเดือนละครั้ง ถ้าเราสร้างขยะเยอะ ภาระก็จะตกอยู่ที่บ้านของเราเอง ดังนั้น ทุกคนก็จะดูแลและรับผิดชอบในส่วนของตัวเองมากขึ้น ถ้าคุณไม่ทำ...ก็ได้ แต่นั่นเป็นหน้าที่ของสังคมที่จะจัดการกับคุณเอง เขาเรียกว่า social sanction

            ซึ่งถ้านโยบายนี้ถูกขับเคลื่อนได้จริง ประโยชน์ที่ตามมา คือ 

            1. ลดต้นทุน  การลดจำนวนความถี่การวิ่งของรถขยะเหลือเดือนละครั้งแน่นอนว่าจะสามารถลดต้นทุนที่เกิดขึ้นทั้งด้านการขนส่งขยะได้ คนจัดการก็จะเริ่มคิดมากขึ้นแล้วว่ารถคันหนึ่งเข้าไปในหมู่บ้านหนึ่ง มีประชากรเท่าไหร่ ต้องรับขยะเท่าไหร่ รถขนาดไหนถึงจะพอ

            2. เปลี่ยนพฤติกรรมคน เมื่อสังคมมีข้อจำกัดให้เราได้คิด แต่ละหน่วยในสังคมก็จะหันมาวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง แล้วหาวิธีการเพื่อให้ทั้งวงจรในสังคมสามารถส่งไม้ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ต้นทางของขยะจนถึงการจัดการ ซึ่งนี่จะช่วยให้เกิดประโยชน์ในข้อที่ 3 ตามมานั่นคือการลดปริมาณขยะ  ผ่านวิธีการลดการสร้างขยะ การใช้ซ้ำ การพิจารณาก่อนซื้อ และหาวิธีการบริหารจัดการหลังการบริโภค ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดการขยะลงไปได้อีกมาก

            เพราะฉะนั้น รถขยะที่วิ่งเดือนละครั้ง ก็ตอบโจทย์ เราไม่ได้จะสร้างภาระ แต่เป็นการสร้างภารกิจที่จะทำร่วมกัน สังคมไทยเราไม่เคยมีระบบเรื่องพวกนี้ เราคิดถึงแต่ตัวเอง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าปลายทางของขยะมันจะไปอยู่ตรงไหน ดังนั้น สังคมต้องใส่ข้อจำกัดเข้าไปครับ เราตามใจ ตามสบายกันมามากพอแล้ว ลองมาฉุกคิดและนำร่องทำสักพื้นที่หนึ่งไหม แล้วมาลองดูกันว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้างในสังคมนี้ ขอบคุณครับ



Sinchai กำลังรอให้คุณช่วย

Sinchai Thiensiri อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«กรุงเทพมหานคร : ให้รถขยะมาเก็บขยะที่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง» คุณสามารถร่วมกับ Sinchai และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 38 คน ได้แล้วตอนนี้เลย