เด็กพบจิตแพทย์ได้โดยไม่ผู้ปกครอง

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 100 คน!


                                เด็กพบจิตแพทย์ได้โดยไม่มีผู้ปกครอง

       จากสถานการณ์ของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน เห็นได้จากข้อมูลโครงการยูรีพอร์ต ประเทศไทย (5-13 กันยายน 2561) ที่ได้สำรวจเรื่องสุขภาพจิตกับวัยรุ่น 2,692 คน พบว่า ครึ่งหนึ่งบอกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เคยรู้สึกหดหู่ เศร้า สิ้นหวัง ท้อแท้ และ ร้อยละ 70 รู้สึกเบื่อหรือทำอะไรไม่สนุก ไม่เพลิดเพลิน โดย 1 ใน 4 เคยคิดทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย ขณะที่ร้อยละ 87 ไม่เคยได้รับการบริการสุขภาพจิตจากหน่วยงานใด  

         และข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต พบว่า วัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงร้อยละ 44 หรือมีประมาณ 3 ล้านกว่าคนจากวัยรุ่นทั้งหมดประมาณ 8 ล้านคน และมีอัตราป่วยเป็นโรคนี้ร้อยละ 18 คาดว่าขณะนี้ทั่วประเทศมีวัยรุ่นป่วยด้วยโรคซึมเศร้าแล้วกว่า 1 ล้านคน แต่ยังเข้าถึงบริการน้อย

         โดยในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องสุขภาพจิตในชื่อพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ซึ่งกล่าวได้ว่ากฎหมายฉบับนี้มีอายุมาแล้วถึง 10 ปี ซึ่งตามความในมาตรา 21 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติว่า “ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ ต้องมีผู้ปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอมตามวรรคสองแทน”

          ความในมาตรานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัยรุ่นอีกจำนวนมากซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพจิตซึ่งไม่สามารถเข้าจะสู่บริการได้ เนื่องจากมีการจำกัดสิทธิในด้านการติดสินใจเข้ารับการรักษาได้ด้วยตนเอง ทั้งที่สิทธิในการตัดสินใจในการนี้ควรเป็นการเฉพาะตัวที่วัยรุ่นจะตัดสินใจเองว่าเข้าทำการเข้ารับการรักษาได้หรือไม่ ทั้งนี้ยังมีวัยรุ่นอีกจำนวนที่ไม่อาจปรึกษาผู้ปกครองได้ เหตุเพราะผู้ปกครองหรือครอบครัวไม่ยอมรับและตีตราผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพทางจิต หรือวัยรุ่นคนนั้นไม่ได้อาศัยอยู่กับครอบครัว

            ดังนั้น เพื่อเปิดช่องทางให้วันรุ่นไทยได้รับการเข้าถึงบริการ และรับการบำบัดรักษาสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว คณะตัวแทนเด็กและเยาวชนจึงเสนอข้อเรียกร้องขอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 “ให้ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ มีสิทธิในการตัดสินใจที่จะเข้ารับการบำบัดรักษาได้ด้วยตนเอง” โดยไม่ถือเสมือนว่าบุคคลที่อายุต่ำกว่าที่ 18 ปี เป็นเสมือนที่บกพร่องทางความสามารถตามกฎหมายอื่นใด และไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองเป็นผู้ให้ความยินยอมด้วย

           ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าสูงสุดของพระราชบัญญัติดังกล่าวที่มุ่งหวังแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยเป็นสำคัญ