เรียกร้องให้ กทม.และเทศบาลมีเกณฑ์มาตรฐานอาหารสุขภาพเพื่อใส่บาตรพระสงฆ์ บาตรไทยไกลโรค 4.0


เรียกร้องให้ กทม.และเทศบาลมีเกณฑ์มาตรฐานอาหารสุขภาพเพื่อใส่บาตรพระสงฆ์ บาตรไทยไกลโรค 4.0
ประเด็นรณรงค์
วิถีชีวิตที่เร่งรีบในยุคนี้ ทำให้ผู้คนนิยมความสะดวก ผู้คนจำนวนมากจะเลือกไปใส่บาตรที่ตลาดเช้า เราจะพบว่ามีกับข้าวสำเร็จรูปที่ถูกจัดเป็นชุดๆ เพื่อให้ผู้คนที่ต้องการทำบุญตักบาตรสามารถใส่บาตรได้เลย เพราะมักจะมีพระยืนบิณฑบาตในบริเวณนั้นๆ ราว 2 - 3 รูป
ส่วนใหญ่อาหารจะถูกพ่อค้าแม่ค้าจัดใส่เป็นชุดๆ ในจานบ้าง ในถุงพลาสติกบ้าง เพื่อใส่บาตรเป็นชุดๆ โดยที่บางทีคนที่ทำบุญก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าตัวเองใส่บาตรอาหารอะไร และ ไม่มีให้เลือก?
และมีการสำรวจพบว่า 90% อาหารใส่บาตรยอดนิยมส่วนใหญ่ คือ แกงเขียวหวาน พะโล้ ผัดกะเพรา และของทอด เพราะเป็นอาหารที่มีรูปลักษณ์น่ารับประทาน หน้าตาไม่เปลี่ยนมาก หากทำทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่ชุดอาหารเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทย โดยพบความเสี่ยงต่อภาวะอ้วน โรคกระเพาะอาหารและกระดูกพรุน เนื่องจากอาหารที่ถวายพระส่วนใหญ่ มีโปรตีนน้อย ผักน้อย มีรสจัด และไขมันสูง ซึ่งก็เข้าใจได้ว่า ฆราวาสเองก็อยากเลือกของดีมีประโยชน์เพื่อทำบุญตักบาตร แต่ปัญหาคือไม่มีให้เลือก!!!
จากการทำการทดลองค่ะ ว่าถ้ามีให้เลือก ระหว่างชุดอาหารใส่บาตรแบบเดิมที่มีอยู่ กับ ชุดอาหารใส่บาตรเพื่อสุขภาพพระสงฆ์ ประชาชนส่วนใหญ่ จะเลือกอาหารสุขภาพ ดังนั้นถ้ามีทางเลือก ใครๆก็อยากจะเลือกอาหารสุขภาพใส่บาตรกันทั้งนั้น
ดังนั้น ดิฉันจึงอยากเสนอนโยบาย “บาตรไทยไกลโรค 4.0” โดย...
เรียกร้องให้ กทม.และเทศบาล มีเกณฑ์โภชนาการเป็นมาตรฐานอาหารที่จำหน่ายใส่บาตร
ด้วยหลักโภชนาการอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ “บาตรไทยไกลโรค 4.0” อาหารสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง+ข้าวขาว ผัก กะทิใช้นมครึ่งกะทิครึ่ง ปานะสุขภาพ เครื่องดื่มดีต้องมีโปรตีน
ทำไมต้องเรียกร้อง กทม.และเทศบาล ?
วิถีชีวิตของคนในเมืองโดยเฉพาะชาวกรุงอย่างเรา ถึงจะเร่งรีบ แต่ก็ยังไม่ลืม หน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดี คือ การทำบุญตักบาตร จึงเลือกซื้ออาหารจากร้านค้าที่ทำขายอยู่แล้ว เพื่อความสะดวก แต่...อย่างที่บอกค่ะ โยมสะดวก แต่...พระไม่สบาย !!!
ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงเล็งเห็นว่า ผู้ที่มีอำนาจสามารถขอความร่วมมือจากพ่อค้าแม่ค้า นั่น กรุงเทพมหานคร เหมาะสมที่สุด
เพราะ กทม. เอง มีมาตรการในจัดมาตรฐานอาหารของตลาด ทั้งในเรื่องของความสะอาด และ ความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยดิฉันขอเสนอวิธีการวัดเกณฑ์มาตรฐานนี้ด้วยการ วัดเกณฑ์จากหลักโภชนาการของอาหารตักบาตรเข้าไปด้วย ในการหัวข้อของการประเมิน ดิฉันจึงมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก และ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้
โดย กทม. สามารถมอบป้ายเกียรติคุณ ให้รางวัล และ ประชาสัมพันธ์ ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์ได้มาตรฐาน เป็นตัวอย่างแก่ร้านค้าอื่นๆ รวมถึงถ้ามีร้านค้าที่ทำอาหารไม่ได้มาตรฐาน กทม. ก็มีอำนาจในการสั่งให้ปรับปรุง และ ตรวจสอบจนได้มาตรฐาน หรือ มีอำนาจถึงขั้นยกเลิกร้านค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้อีกด้วย
พ่อค้าแม่ค้าไม่ทำเพราะต้นทุนสูง ?
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าเอง ไม่ต้องห่วงว่าการทำอาหารสุขภาพจะเป็นเรื่องยุ่งยาก จะไปทำให้ต้นทุน หรือ กลัวรสชาติจะไม่อร่อยนะคะ เพราะดิฉันและทีมงาน ได้คิดค้นสูตรอาหารสุขภาพที่มีมากกว่า 100 สูตร จัดทำเป็นหนังสือ และ E-book ซึ่งสามารถดาวน์โหลด มาดูได้ฟรี ค่ะ !!! เอาสูตรนี้ไปทำขายรับรองว่า อร่อย ไม่ขาดทุน และ ดีต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะพระสงฆ์ค่ะ
ดังนั้นเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิต การใส่บาตรก็น่าที่จะตั้งใจทำดีแบบให้ถูกวิธี และเกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและต่อผู้อื่นด้วย เพื่อพระสงฆ์ไทย ห่างไกลโรคอย่าลืมมาร่วมสนับสนุนนโยบาย บาตรไทยไกลโรค 4.0 ให้เกิดขึ้นจริงด้วยนะคะ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ค สงฆ์ไทยไกลโรค

ประเด็นรณรงค์
วิถีชีวิตที่เร่งรีบในยุคนี้ ทำให้ผู้คนนิยมความสะดวก ผู้คนจำนวนมากจะเลือกไปใส่บาตรที่ตลาดเช้า เราจะพบว่ามีกับข้าวสำเร็จรูปที่ถูกจัดเป็นชุดๆ เพื่อให้ผู้คนที่ต้องการทำบุญตักบาตรสามารถใส่บาตรได้เลย เพราะมักจะมีพระยืนบิณฑบาตในบริเวณนั้นๆ ราว 2 - 3 รูป
ส่วนใหญ่อาหารจะถูกพ่อค้าแม่ค้าจัดใส่เป็นชุดๆ ในจานบ้าง ในถุงพลาสติกบ้าง เพื่อใส่บาตรเป็นชุดๆ โดยที่บางทีคนที่ทำบุญก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าตัวเองใส่บาตรอาหารอะไร และ ไม่มีให้เลือก?
และมีการสำรวจพบว่า 90% อาหารใส่บาตรยอดนิยมส่วนใหญ่ คือ แกงเขียวหวาน พะโล้ ผัดกะเพรา และของทอด เพราะเป็นอาหารที่มีรูปลักษณ์น่ารับประทาน หน้าตาไม่เปลี่ยนมาก หากทำทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่ชุดอาหารเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทย โดยพบความเสี่ยงต่อภาวะอ้วน โรคกระเพาะอาหารและกระดูกพรุน เนื่องจากอาหารที่ถวายพระส่วนใหญ่ มีโปรตีนน้อย ผักน้อย มีรสจัด และไขมันสูง ซึ่งก็เข้าใจได้ว่า ฆราวาสเองก็อยากเลือกของดีมีประโยชน์เพื่อทำบุญตักบาตร แต่ปัญหาคือไม่มีให้เลือก!!!
จากการทำการทดลองค่ะ ว่าถ้ามีให้เลือก ระหว่างชุดอาหารใส่บาตรแบบเดิมที่มีอยู่ กับ ชุดอาหารใส่บาตรเพื่อสุขภาพพระสงฆ์ ประชาชนส่วนใหญ่ จะเลือกอาหารสุขภาพ ดังนั้นถ้ามีทางเลือก ใครๆก็อยากจะเลือกอาหารสุขภาพใส่บาตรกันทั้งนั้น
ดังนั้น ดิฉันจึงอยากเสนอนโยบาย “บาตรไทยไกลโรค 4.0” โดย...
เรียกร้องให้ กทม.และเทศบาล มีเกณฑ์โภชนาการเป็นมาตรฐานอาหารที่จำหน่ายใส่บาตร
ด้วยหลักโภชนาการอาหารใส่บาตรพระสงฆ์ “บาตรไทยไกลโรค 4.0” อาหารสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง+ข้าวขาว ผัก กะทิใช้นมครึ่งกะทิครึ่ง ปานะสุขภาพ เครื่องดื่มดีต้องมีโปรตีน
ทำไมต้องเรียกร้อง กทม.และเทศบาล ?
วิถีชีวิตของคนในเมืองโดยเฉพาะชาวกรุงอย่างเรา ถึงจะเร่งรีบ แต่ก็ยังไม่ลืม หน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดี คือ การทำบุญตักบาตร จึงเลือกซื้ออาหารจากร้านค้าที่ทำขายอยู่แล้ว เพื่อความสะดวก แต่...อย่างที่บอกค่ะ โยมสะดวก แต่...พระไม่สบาย !!!
ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงเล็งเห็นว่า ผู้ที่มีอำนาจสามารถขอความร่วมมือจากพ่อค้าแม่ค้า นั่น กรุงเทพมหานคร เหมาะสมที่สุด
เพราะ กทม. เอง มีมาตรการในจัดมาตรฐานอาหารของตลาด ทั้งในเรื่องของความสะอาด และ ความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยดิฉันขอเสนอวิธีการวัดเกณฑ์มาตรฐานนี้ด้วยการ วัดเกณฑ์จากหลักโภชนาการของอาหารตักบาตรเข้าไปด้วย ในการหัวข้อของการประเมิน ดิฉันจึงมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก และ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้
โดย กทม. สามารถมอบป้ายเกียรติคุณ ให้รางวัล และ ประชาสัมพันธ์ ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์ได้มาตรฐาน เป็นตัวอย่างแก่ร้านค้าอื่นๆ รวมถึงถ้ามีร้านค้าที่ทำอาหารไม่ได้มาตรฐาน กทม. ก็มีอำนาจในการสั่งให้ปรับปรุง และ ตรวจสอบจนได้มาตรฐาน หรือ มีอำนาจถึงขั้นยกเลิกร้านค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้อีกด้วย
พ่อค้าแม่ค้าไม่ทำเพราะต้นทุนสูง ?
ส่วนพ่อค้าแม่ค้าเอง ไม่ต้องห่วงว่าการทำอาหารสุขภาพจะเป็นเรื่องยุ่งยาก จะไปทำให้ต้นทุน หรือ กลัวรสชาติจะไม่อร่อยนะคะ เพราะดิฉันและทีมงาน ได้คิดค้นสูตรอาหารสุขภาพที่มีมากกว่า 100 สูตร จัดทำเป็นหนังสือ และ E-book ซึ่งสามารถดาวน์โหลด มาดูได้ฟรี ค่ะ !!! เอาสูตรนี้ไปทำขายรับรองว่า อร่อย ไม่ขาดทุน และ ดีต่อสุขภาพของทุกคน โดยเฉพาะพระสงฆ์ค่ะ
ดังนั้นเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิต การใส่บาตรก็น่าที่จะตั้งใจทำดีแบบให้ถูกวิธี และเกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและต่อผู้อื่นด้วย เพื่อพระสงฆ์ไทย ห่างไกลโรคอย่าลืมมาร่วมสนับสนุนนโยบาย บาตรไทยไกลโรค 4.0 ให้เกิดขึ้นจริงด้วยนะคะ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ เฟสบุ๊ค สงฆ์ไทยไกลโรค

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 แล้ว