ปิดแคมเปญรณรงค์

ฟื้นการสัญจรทางน้ำท่าเรือวัดดาวดึงษาราม

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 9 คน


ในอดีตย้อนช่วงไปไม่ถึง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ชุมชนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาละแวกวัดดาวดึงษาราม ปิ่นเกล้า  ตลอดจนชุมชนละแวกวัดพระยาศิริไอยสวรรค์  แถบบางยี่ขันกว่าพันหลังคาเรือน เคยได้อาศัยการสัญจรทางน้ำด้วยเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ย่านท่าพระอาทิตย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าติดวังหน้า   สวนสันติชัยปราการ   วัดชนะสงคราม ตลอดไปจนถึงย่านบางลำพู ฯลฯ   ในทางกลับกัน ก็มีประชาชนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้อาศัยเส้นทางสัญจรทางน้ำดังกล่าวเดินทางมายังชุมชนอันอุดมไปด้วยวัดวาอาราม และย่านชุมชนเก่าแก่ฟากตะวันตกด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพท่าเรือที่เสื่อมไปตามอายุการใช้งาน  ประกอบกับผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งดำเนินกิจการเรือข้ามฟากจากท่าเรือวัดดาวดึงษารามในลักษณะหาเช้ากินค่ำภายในครอบครัวไม่อาจทนต่อสภาพการขาดทุนอันเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในขณะนั้นได้  จึงต้องเลิกรากิจการ และปล่อยให้ท่าเรือมีสภาพเสื่อมทรุดไปจนไม่อาจจะใช้ขึ้นลงอย่างปลอดภัยได้    

การขาดบริการเรือโดยสารข้ามฟาก ไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ชุมชนละแวกวัดดาวดึงษารามต้องประสบกับความยากลำบากในใช้ชีวิต และการทำมาหากินเป็นอย่างมาก  เพราะเมื่อปลอดจากประชาชนที่เคยอาศัยเส้นทางการจราจรทางน้ำดังกล่าว  ชาวบ้านในชุมชนก็ไม่สามารถค้าขายเลี้ยงตนเองได้ดังเช่นที่เคยเป็นมา  ร้านค้าของชำก็ต้องทยอยปิดตัวลงเพราะค้าขายได้ไม่พอเลี้ยงตน  คนขายอาหาร ขายกับข้าวต่างๆ ก็ต้องทยอยปิดตัวลงตาม หรือต้องออกไปค้าขายในย่านแหล่งธุรกิจที่ไกลจากที่พักอาศัยของตน  หนุ่มสาวในชุมชนต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำมาหากินในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น  เพราะต้องเดินเท้าออกจากบ้านไปยังวินมอเตอร์ไซค์ เพื่อต่อรถออกไปยังป้ายรถเมล์เชิงสะพานปิ่นเกล้า ค่าใช้จ่ายอันเนื่องด้วยการเดินทางและเวลาที่ต้องใช้เพื่อการเดินทางกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายอันจำยอมสำหรับชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับแต่กิจการเรือข้ามฟากได้สิ้นสุดลง และเป็นความทุกข์ที่มิอาจจะปลดเปลื้องลงได้โดยลำพังกำลังของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามเอง

แต่ทุกข์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอาจจะสิ้นสุดได้ลงไปไม่ยากหากได้รับความช่วยเหลือจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช)  หน่วยงานของรัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า  ตลอดจนภาคธุรกิจที่มีความชำนาญด้านกิจการสัญจรทางเรืออย่าง บริษัท  สุภัทรา จำกัด  ฯลฯ  ให้การสนับสนุนด้านการลงทุนเบื้องต้น  ตลอดจนเข้ามาจัดบริการเรือสาธารณะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู   ซึ่งกิจการที่ว่านี้  ไม่เพียงแต่จะช่วยปลดทุกข์ให้แก่ชุมชนวัดดาวดึงษารามได้เท่านั้น  ยังสามารถให้ผลในทางกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี 

ผลดีที่จะเห็นได้ชัดนอกเหนือจากเรื่องการคมนาคมเองแล้ว  ยังเป็นเรื่องของการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกด้วย  สืบเนื่องจากชุมรายรอบท่าน้ำวัดดาวดึงษารามนั้นเป็นชุมชนเก่าที่สืบทอดมาแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์  มีวัดวาอารามจำนวนมากที่สามารถเดินเท้าถึงกันได้  ได้แก่  วัดดาวดึงษาราม วัดจตุรมิตร วัดพระยาศิริไอยสวรรค์ วัดบางยี่ขัน วัดอมรคีรี วัดน้อยนางหงส์ วัดคฤหบดี วัดดุสิตตาราม   ลำพังแค่ฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาก็พร้อมสำหรับการเดินเท้าทำบุญ ๙ วัดได้แล้ว  หากเชื่อมต่อไปยังฟากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ก็จะมีวัดสำคัญๆ ในละแวกบางลำพู วิสุทธิกษัตริย์ และบางขุนพรหม อย่างเช่น วัดสังเวชวิชยาราม วัดชนะสงคราม วัดบวรนิเวศน์วิหาร วัดใหม่อมตรส วัดตรีทศเทพ วัดอินทรวิหาร  วัดสามพระยา วัดนรนาถสุนทริการาม วัดเทวราชกุญชร  อีกไม่น้อยกว่า ๙ วัด  ให้สามารถทำบุญทำทานได้อย่างต่อเนื่องภายในหนึ่งถึงสองวัน  การเชื่อมต่อเส้นทางเดินเท้าระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณท่าเรือวัดดาวดึงษาราม และท่าเรือบางลำพู ยังเป็นการส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรมของพระเณรที่จำพรรษาอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เนื่องจากสามารถเดินทางไปวัดสามพระยาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

แต่หากจะมองในเชิงการท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวก็มีสวนสาธารณะสำคัญสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนถึงสองแห่งที่ถูกตัดแยกออกจากกันด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา  คือ  สวนสันติชัยปราการ และสวนสมเด็จพระปรเมนทร อานันทมหิดล  รัชกาลที่ ๘   เป็นพื้นที่โล่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีสถานที่สำคัญจำนวนมากระหว่างสะพานพระราม ๘ และสะพานพระปินเกล้า  อาทิ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  โรงเหล้าเก่าบางยี่ขัน   บ้านพักเดิมของ ฯพณฯ ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ประศาสน์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  อุโบสถเก่าร้างยุคสมัยอยุธยา ที่วัดสวนสวรรค์ใกล้สะพานพระราม ๘  และอุโบสถวัดภุมรินราชปักษี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลอง บางกอกน้อย ฯลฯ  เมื่อเปิดเส้นทางการจราจรทางน้ำเชื่อมก็จะทำให้การเดินทางศึกษาเส้นทางทางวัฒนธรรมเป็นไปอย่างสะดวกและน่าสนใจมากขึ้น  มีผลดีต่อการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์สร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทยของเยาวชน  ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ในละแวกบางลำพูซึ่งมีระยะเวลาจำกัด  ก็อาจจะใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ครึ่งวัน หรือหนึ่งวันไปกับการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อารยธรรมดังกล่าว

ในเชิงสังคม  การเปิดพื้นที่ชุมชนแออัดซึ่งห่างไกลสายตาของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และสาธารณชนทั่วไป  ก็จะช่วยลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชนลงไปได้อีกทางหนึ่ง   นอกเหนือไปจากการลดทอนปัญหาด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนเหล่านั้น  เพราะเมื่อการทำมาค้าขายในชุมชนดีขึ้น  ประชาชนและเยาวชนก็จะใช้เวลาไปกับการทำมาหากินมากขึ้น มีเวลาเหลือน้อยลง  มีรายได้ดีขึ้น   ไม่ต้องไปแสวงหารายได้จากช่องทางที่ไม่สุจริต   ไม่ใช้เวลาไปซ้องเสพกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยง  การพนัน หรือยาเสพติดที่บ่อนทำลายทั้งตัวผู้เสพ และทำลายทั้งสังคมโดยรวม 

สรุปว่า การรณรงค์ดังกล่าวจะช่วยให้เกิดผลดีดังนี้

 ๑)  เพื่อปลดเปลื้องทุกข์ของชาวชุมชนวัดดาวดึงษารามอันเนื่องจากขาดเส้นทางการคมนาคมอย่างเหมาะสมที่เกิดต่อเนื่องยาวนานร่วม ๑๐ ปี

<!--[if !supportLists]-->๒)<!--[endif]-->เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของประชาชนในละแวกใกล้เคียง ชุมชนวัดดาวดึงษาราม ชุมชนคลองเจ้าครุฑ  ชุมชนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ชุมชนวัดบางยี่ขัน  ชุมชนใต้สะพานพระราม ๘ ฯลฯ 

<!--[if !supportLists]-->๓)<!--[endif]-->เพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่ดี และส่งเสริมการท่องเที่ยว ในย่านฟากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้เกิดความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องพื้นที่ทางวัฒนธรรมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

<!--[if !supportLists]-->๔)<!--[endif]-->เพื่อลดทอนปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด การพนัน และการมั่วสุมของเยาวชน ในพื้นที่ชุมชนแออัด



สุรพล อยากให้คุณช่วย

สุรพล ศรีบุญทรง ชวนคุณร่วมลงชื่อในแคมเปญ «กทม. บริษัท สุภัทรา จำกัด และ คสช.: ฟื้นการสัญจรทางน้ำท่าเรือวัดดาวดึงษาราม» ร่วมกับ สุรพล และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 8 คน