

ออกมาตราการควบคุม-ตรวจสอบลงทะเบียนเก็บภาษี สถานเพาะเลี้ยงร้านขายสัตว์
ประเด็นรณรงค์
สัตว์เลี้ยง ขายไม่หมด ต้องตายคากรงและถูกปล่อยให้เป็นภาระสังคม กลายเป็นขยะที่มีชีวิต
การประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อปราบปรามและลงโทษผู้กระทำการทารุณกรรมสัตว์หรือเจ้าของไร้ความรับผิดชอบ ละทิ้ง หรือเลี้ยงสัตว์ผิดสวัสดิภาพ แต่ดูเหมือน พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ลุกลาม จนสร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างที่เห็นตามข่าว จนกลายเป็นกระแสในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหานั้นคือ"ปัญหาสัตว์จร" การฆ่า หรือ วางยาเบื่อสัตว์จร เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะต้นเหตุของปัญหาสัตว์จรที่แท้จริงก็คือ มนุษย์
ดังนั้นปัจจัยหลักของเค้าปัญหาสัตว์จร มีอยู่ 2 ข้อ
1.ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันมี (พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ บังคับอยู่)
2.การควบคุมประชากรสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ควรจะมีระบบบันทึกจำนวนประชากรที่ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ (ยังไม่มีกฏควบคุมใดๆ)
จึงต้องการเรียกร้องให้กรมปศุสัตว์ ออกมาตราการควบคุมสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ จะมีส่วนช่วยลดปัญหาสัตว์จรและการทารุณกรรมสัตว์ได้อย่างมาก ดังนี้
1.กรมปศุสัตว์ต้องมีการลงทะเบียน เก็บภาษี และมีการตรวจสอบสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงเพื่อต่อใบอนุญาตปีต่อปี
1.1 การลงทะเบียน และตรวจสอบสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงเพื่อออกใบอนุญาตปีต่อปี สัตว์ที่เลี้ยงจะต้องอยู่ในที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน สุขภาพดี มีน้ำ และ อาหารเหมาะสมตามชนิด ลักษณะและอายุสัตว์
-การเพาะพันธุ์ต้องมีกฏควบคุมชัดเจนโดยเฉพาะสุนัขกับแมว
-การขนส่ง ขนย้ายสัตว์ ต้องให้เหมาะสมตามชนิด ลักษณะ สภาพและอายุของสัตว์
-สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในการดูแลต้องมีการขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนด้วย
1.2 การเก็บภาษี ทำให้ผู้ขายสัตว์เลี้ยง มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้น
2.ในกรณีสุนัขและแมว ผู้ซื้อต้องมีการลงทะเบียน เช่นเดียวกับการทำทะเบียนรถยนต์ จะทำให้ผู้ที่อยากจะซื้อไปเลี้ยง ต้องคิดให้รอบคอบก่อนซื้อมากขึ้น อย่างเช่นที่อเมริกา การมีสุนัขเลี้ยงไว้สักตัวต้องมีการจดทะเบียนเพื่อระบุการเป็นเจ้าของหรืออาจต้องมีการฝังชิป เวลาถูกทารุณ ถูกฆ่าหรือถูกปล่อยที่ไหน จะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ สืบสวนง่ายขึ้นหาผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น
3.ผู้ซื้อจะได้สัตว์เลี้ยงที่สุขภาพดีไม่เป็นโรค ไม่โดนหลอกขายจากสถานเพราะเลี้ยงหรือร้านขายสัตว์เลี้ยง
มาตราการนี้จะช่วยคุ้มครอง"ชีวิต"อีกหลายชีวิตเหลือคณานับ ทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดในอนาคต อย่าให้พวกเค้าต้องเจ็บป่วย หิวโซ จนตายคากรงหรือถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมกลายเป็นภาระสังคมที่ต้องแก้ปัญหาด้วยการฆ่า...
ใครที่ต้องการให้เค้าเกิดมา..เค้าผิดอะไร...ทำไมต้องกลายเป็นขยะ... ขยะที่มีลมหายใจ....
มาช่วยกันลดพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของมนุษย์บางกลุ่มที่เห็นสิ่งมีชีวิตเป็นเพียงเครื่องมือหาเงินและสร้างปัญหาให้สังคมกัน พวกเรามาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นกันค่ะ
โดย A CALL FOR ANIMAL RIGHTS THAILAND, มูลนิธิ และองค์กรช่วยสัตว์ทั่วประเทศไทย
ขอบพระคุณรูปการเข้าช่วยเหลือสุนัขจากฟาร์มเพาะสุนัขในเชียงใหม่ จาก Elephant Nature Park คุณเล็ก แสงเดือน
#นโยบายbyประชาชน
ปิดแคมเปญรณรงค์
ประเด็นรณรงค์
สัตว์เลี้ยง ขายไม่หมด ต้องตายคากรงและถูกปล่อยให้เป็นภาระสังคม กลายเป็นขยะที่มีชีวิต
การประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อปราบปรามและลงโทษผู้กระทำการทารุณกรรมสัตว์หรือเจ้าของไร้ความรับผิดชอบ ละทิ้ง หรือเลี้ยงสัตว์ผิดสวัสดิภาพ แต่ดูเหมือน พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ลุกลาม จนสร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างที่เห็นตามข่าว จนกลายเป็นกระแสในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหานั้นคือ"ปัญหาสัตว์จร" การฆ่า หรือ วางยาเบื่อสัตว์จร เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะต้นเหตุของปัญหาสัตว์จรที่แท้จริงก็คือ มนุษย์
ดังนั้นปัจจัยหลักของเค้าปัญหาสัตว์จร มีอยู่ 2 ข้อ
1.ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันมี (พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ บังคับอยู่)
2.การควบคุมประชากรสัตว์ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ควรจะมีระบบบันทึกจำนวนประชากรที่ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ (ยังไม่มีกฏควบคุมใดๆ)
จึงต้องการเรียกร้องให้กรมปศุสัตว์ ออกมาตราการควบคุมสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ จะมีส่วนช่วยลดปัญหาสัตว์จรและการทารุณกรรมสัตว์ได้อย่างมาก ดังนี้
1.กรมปศุสัตว์ต้องมีการลงทะเบียน เก็บภาษี และมีการตรวจสอบสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงเพื่อต่อใบอนุญาตปีต่อปี
1.1 การลงทะเบียน และตรวจสอบสถานเพาะเลี้ยงและร้านขายสัตว์เลี้ยงเพื่อออกใบอนุญาตปีต่อปี สัตว์ที่เลี้ยงจะต้องอยู่ในที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน สุขภาพดี มีน้ำ และ อาหารเหมาะสมตามชนิด ลักษณะและอายุสัตว์
-การเพาะพันธุ์ต้องมีกฏควบคุมชัดเจนโดยเฉพาะสุนัขกับแมว
-การขนส่ง ขนย้ายสัตว์ ต้องให้เหมาะสมตามชนิด ลักษณะ สภาพและอายุของสัตว์
-สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในการดูแลต้องมีการขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนด้วย
1.2 การเก็บภาษี ทำให้ผู้ขายสัตว์เลี้ยง มีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้น
2.ในกรณีสุนัขและแมว ผู้ซื้อต้องมีการลงทะเบียน เช่นเดียวกับการทำทะเบียนรถยนต์ จะทำให้ผู้ที่อยากจะซื้อไปเลี้ยง ต้องคิดให้รอบคอบก่อนซื้อมากขึ้น อย่างเช่นที่อเมริกา การมีสุนัขเลี้ยงไว้สักตัวต้องมีการจดทะเบียนเพื่อระบุการเป็นเจ้าของหรืออาจต้องมีการฝังชิป เวลาถูกทารุณ ถูกฆ่าหรือถูกปล่อยที่ไหน จะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ สืบสวนง่ายขึ้นหาผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น
3.ผู้ซื้อจะได้สัตว์เลี้ยงที่สุขภาพดีไม่เป็นโรค ไม่โดนหลอกขายจากสถานเพราะเลี้ยงหรือร้านขายสัตว์เลี้ยง
มาตราการนี้จะช่วยคุ้มครอง"ชีวิต"อีกหลายชีวิตเหลือคณานับ ทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดในอนาคต อย่าให้พวกเค้าต้องเจ็บป่วย หิวโซ จนตายคากรงหรือถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมกลายเป็นภาระสังคมที่ต้องแก้ปัญหาด้วยการฆ่า...
ใครที่ต้องการให้เค้าเกิดมา..เค้าผิดอะไร...ทำไมต้องกลายเป็นขยะ... ขยะที่มีลมหายใจ....
มาช่วยกันลดพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของมนุษย์บางกลุ่มที่เห็นสิ่งมีชีวิตเป็นเพียงเครื่องมือหาเงินและสร้างปัญหาให้สังคมกัน พวกเรามาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นกันค่ะ
โดย A CALL FOR ANIMAL RIGHTS THAILAND, มูลนิธิ และองค์กรช่วยสัตว์ทั่วประเทศไทย
ขอบพระคุณรูปการเข้าช่วยเหลือสุนัขจากฟาร์มเพาะสุนัขในเชียงใหม่ จาก Elephant Nature Park คุณเล็ก แสงเดือน
#นโยบายbyประชาชน
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 23 มีนาคม ค.ศ. 2017 แล้ว