นำร่างซีอุย แซ่อึ้งออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 15,000 คน!


ผมเชื่อว่ามีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก"ซีอุย" ชายที่แม้แต่เด็กที่ร้องไห้ยังต้องหยุดร้องเมื่อได้ยินชื่อของเขา พร้อมกับประโยคสุดคลาสสิกของพ่อแม่ "ถ้าไม่หยุดร้อง เดี๋ยวซีอุยมากินตับนะ!!"

ตำนานฆาตกรฆ่าเด็กผ่าท้องเอาหัวใจและตับเด็กไปต้มกิน ถูกสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆในยุคนั้นโหมกระหน่ำใส่สีตีไข่กันอย่างสนุกสนาน ประกอบกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้นที่เต็มไปด้วยข้อกังขามากมายว่า เหตุใดคำสารภาพในหลายๆคดีของซีอุยนั้น จึงไม่ตรงกับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หลายคดีแม้แต่ครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิตยังปฏิเสธว่าซีอุยนั้นไม่ใช่ฆาตกร หรือในบางคดีที่เขารับสารภาพ สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงได้แล้วเสียด้วยซ้ำ 

อีกทั้งยังปรากฏในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าคดีที่ซีอุยถูกพิพากษาประหารชีวิตนั้นคือคดีฆาตกรรมเด็กชายสมบุญ บุณยกาญจน์ คดีสุดท้ายเพียงคดีเดียว และในคดีนั้นซีอุยไม่ได้กินตับและหัวใจของเด็กชายสมบุญแต่อย่างใด

ต่อมาได้มีการนำเรื่องราวของซีอุยมาผลิตซ้ำผ่านสื่อทั้งภาพยนต์ ละคร และนวนิยายอีกมากมาย ทั้งที่จวบจนปัจจุบันนี้ยังไม่มีหลักฐานใดเลยที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าซีอุย เคยได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อมนุษย์ 

เกือบ 60 ปีแล้วนับแต่วันที่ซีอุยถูกประหารชีวิต แม้เขาจะได้รับโทษประหารไปแล้วแต่ร่างของเขายังถูกจองจำในตู้โชว์ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช และตราหน้าบนป้ายชื่อเหนือตู้โชว์ว่าว่าชายผู้นี้คือ "มนุษย์กินคน" 

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมาร่วมกันลงชื่อรณรงค์ให้พิพิธภัณฑ์ยุติการจัดแสดงร่างของซีอุย และคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับชายผู้นี้ด้วยการนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนา และลบล้างตราบบาป"มนุษย์กินคน" ด้วยการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ 

เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าในอดีตเคยมีชายคนหนึ่งตกเป็นจำเลยสังคมเพราะการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่มีพยานหลักฐานของสื่อสำนักพิมพ์ และเพื่อเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวในการตระหนักถึงสิทธิและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งตนเองและผู้อื่น ของคนไทยทั้งปวง