ปิดแคมเปญรณรงค์

ถึงเวลาที่คนไทยควรเรียนรู้วิธีกู้ชีพที่ถูกต้องและสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานมีพื้นที่ช่วยชีวิต

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 10,380 คน


          ที่ผ่านมาเราได้เห็นข่าวการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมามากมาย ไม่ว่าจะจากคนรอบข้าง ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวในโทรทัศน์ หรือแม้แต่คลิปที่แชร์ต่อๆ กันมาบนโซเชียล เหตุการณ์แบบนี้ไม่เข้าใครออกใคร เพราะมันเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา เมื่อกี้เราอาจเห็นเขาเดินปกติ แต่อยู่ดีๆ เขาอาจล้มหมดสติไปดื้อๆ คนที่เจอเหตุการณ์กะทันหันก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี ถึงจะเคยเรียนมาบ้างในวิชาลูกเสือ หรือดูจากละครหลังข่าวแต่พอเจอเหตุการณ์จริงก็ทำไม่เป็น บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คืออาการภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำให้ไม่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้ทันเวลา 

          เห็นแล้วน่าเศร้านะครับ! เวลาที่เราได้เห็นวินาทีที่ชีวิตของคนๆ หนึ่งกำลังแขวนอยู่บนความเป็นความตาย แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์กลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย นอกจากรอให้คนอื่นหรือเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ บางทีกว่าจะรอให้รถพยาบาลมาถึง มันก็อาจสายไปแล้ว ลองคิดกลับกันนะครับว่า ถ้าทุกคนรู้จักวิธีกู้ชีพที่ถูกต้องล่ะ? วันนี้การสูญเสียจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันของคนไทยคงลดลงได้อีกเยอะ

          แต่...น่าเสียดายนะครับ! ที่คนไทยเอาเวลาไปสนใจเรื่องอื่นมากกว่าจะเรียนรู้วิธีการกู้ชีพช่วยชีวิตคนที่สำคัญกับชีวิต แล้วเมื่อไหร่เราทุกคนจะเริ่มตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตกันมากขึ้นซะที!!

·       ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือภาวะหัวใจเต้นพลิ้วไหวผิดจังหวะ ทำให้เลือดไม่สามารถส่งไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้คือ สาเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ  

ทุกๆ ปี มีคนเสียชีวิตจากภาวะโรคหัวใจสูงกว่า 50,000 คน เฉลี่ยถึง 6 คนต่อชั่วโมง

·       ในต่างประเทศแทบจะทุกที่จะมีเครื่อง AED ติดตั้งไว้อย่างน้อย 1 เครื่อง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ สวนสาธารณะ ฯลฯ ไว้สำหรับช่วยชีวิตคนที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

สงสัยไหมว่า เครื่อง AED คืออะไร?
          เครื่องช็อกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator หรือ AED) เป็นอุปกรณ์เครื่องมือแบบพกพาที่ใช้ประเมินอาการของคนที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้โดยอัตโนมัติ เมื่อเปิดใช้งาน จะสามารถช่วยรักษาภาวะหัวใจหยุดเต้นด้วยการช็อกกระแสไฟฟ้า เพื่อให้หัวใจที่เต้นผิดจังหวะกลับมาเต้นเป็นปกติได้อีกครั้ง          
          เครื่อง AED จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการช่วยชีวิตคนที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เพราะหากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น จะต้องรีบช่วยชีวิตให้ทันในเวลา 4 นาที ก่อนที่สมองจะขาดออกซิเจน จนทำให้เซลล์สมองบางส่วนเกิดการสูญเสียได้ โดยใช้เครื่อง AED ร่วมกับการทำ CPR จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากขึ้น

ลองคิดดูนะครับว่าตอนนี้ประเทศไทยมีจำนวนประชากรประมาณ 66 ล้านคน แต่จำนวนเครื่อง AED ในประเทศไทยมีแค่ราวๆ 10,000 เครื่องเท่านั้น
หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02 เทียบเป็นอัตราส่วน 1 : 4,500 คน ต่างกับประเทศญี่ปุ่นที่มีประชากรประมาณ 128 ล้านคน แต่กลับมีเครือง AED กว่า 600,000 เครื่อง เทียบเป็นอัตราส่วน 1 : 210 คน เทียบกันแล้วมีมากกว่าบ้านเราถึง 22 เท่า !!!

หลายคนอาจจะมองว่าความจำเป็นในการใช้เครื่อง AED ดูไกลตัวไปหน่อย คนในครอบครัวก็ไม่ได้มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทำไมจะต้องรู้เกี่ยวกับเครื่องนี้ด้วยล่ะ!! แต่รู้มั้ยครับจริงๆ มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ ตามสถิติแล้วทุกๆ 6 นาที ประเทศไทยจะมีคนเสียชีวิต 1 คน จากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ผมว่าเรื่องแบบนี้เราควรป้องกันไว้ดีกว่ามานั่งแก้ทีหลังนะครับ ดีกว่าวัวหายแล้วค่อยล้อมคอก

อย่ามัวแต่นั่งอยู่เฉยๆ แล้วรอให้ใครคนใดคนหนึ่งมาดูแลความปลอดภัยในชีวิตให้เรา

“นักวิ่ง 70 ปี หยุดหายใจคาสนามวิ่ง จนท. กกท. ช่วยชีวิตด้วยเครื่อง AED ก่อนส่งรพ.อย่างปลอดภัย”

จากหัวข้อข่าวนี้อาจจะเปลี่ยนเป็น “ดับชีวิต” ถ้าไม่มีเครื่อง AED ติดตั้งที่ กกท. แล้วเราจะยังอยากให้เรื่องใกล้ตัวแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันอีกต่อไปเหรอครับ?

          เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การทำ CPR ร่วมกับเครื่อง AED ช่วยให้โอกาสในการรอดชีวิตจาก 5 % จะเพิ่มขึ้นถึง 47 หรือมากกว่านั้น ถ้าผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือด้วยเครื่อง AED ภายใน 4 นาทีหลังจากหัวใจหยุดเต้น แต่ตอนนี้เครื่อง AED ยังไม่ได้รับการติดตั้งอย่างทั่วถึงเท่าที่ควร ทำให้อัตราส่วนของผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง

          ผมว่าเรายังมีพื้นที่เปล่าอีกมากที่เอาไปทำประโยชน์อย่างการช่วยชีวิตคนได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการผลักดันเรื่องนี้กันมาเป็นระยะๆ แต่ก็ดูไม่จริงจัง อย่างนี้ต้องรอให้เกิดการสูญเสียกันไปอีกเท่าไหร่เราถึงจะเริ่มจริงจังกับความปลอดภัยในชีวิตกันซะที

          เมื่อเร็วๆ นี้เองผมเริ่มเห็นองค์กรเอกชนอย่าง AP เริ่มลุกขึ้นมาเดินหน้าหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่สามารถช่วยชีวิตคนแล้วเหมือนกัน ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ เลยครับที่ AP เริ่มจากการใช้พื้นที่เล็กๆ 0.1 ตร.ม. ในคอนโดมิเนียมที่ตัวเองบริหารจัดการมาเป็นตัวอย่างในการจุดประกายให้หน่วยงานอื่นๆ ตื่นตัวจากภัยอันตรายนี้ ผ่านแคมเปญ The Smallest Space To Save Lives #ขอพื้นที่เล็กๆให้หัวใจได้เต้นต่อ ซึ่งเอพีเค้าก็ได้เริ่มติดตั้งเครื่อง AED สำหรับช่วยชีวิตคนโดยเริ่มต้นจากการดูแลลูกค้า พนักงานของตัวเองและชุมชนรอบข้าง พอได้เห็นแบบนี้แล้วผมรู้สึกว่า เฮ้ย! ทำไมเราถึงไม่ช่วยกันสนับสนุนให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยกันจริงจังสักทีล่ะ คนที่จะได้ประโยชน์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันก็ทำเพื่อคุณภาพชีวิตพวกเราทุกคนเองทั้งนั้น!!

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรตระหนักถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น?

          เหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นในชีวิตเราได้ทุกวินาที ผมอยากขอใช้พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้เป็นกระบอกเสียงให้เราช่วยกันสนับสนุนให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้วิธีการกู้ชีพกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และอยากเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเปลี่ยนพื้นที่ที่ไร้ประโยชน์ให้เป็นพื้นที่ช่วยชีวิต เพื่อร่วมกันดูแลสังคมและชุมชน

ถ้าคุณเห็นด้วยกับเรื่องนี้ มาร่วมลงชื่อสนับสนุนโครงการนี้ให้สำเร็จเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของคนไทยทุกคน โดยสนับสนุนให้มีการจัดสอนเรียนรู้วิธีการกู้ชีพอย่างจริงจังในหลักสูตรการศึกษา และร่วมกันรณรงค์ให้มีพื้นที่ช่วยชีวิตคนไทย ด้วยการติดตั้งเครื่อง AED ในพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัย ทำงาน หรือสัญจรไปมาอย่างหนาแน่นกันเถอะ

ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนอยู่ในมือเราแล้วนะครับ...

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง:

https://m.bangkokpattayahospital.com/th/newsroom-th/health-articles-th/item/1063-aed-th.html
https://thaipublica.org/2016/01/varakorn-42/
http://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMsa1600011#t=article
http://service.nso.go.th/nso/web/statseries/statseries09.html
http://www.nsc.org/learn/Safety-Training/Pages/AEDs-Could-Save-40,000-Lives.aspx
http://www.hopkinsmedicine.org/news/media/releases/results_of_definitive_study_are_in_lives_are_saved_when_defibrillators_are_placed_in_large_public_spaces
http://bit.ly/2f17RiD
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/731578
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285640



Kasame กำลังรอให้คุณช่วย

Kasame . อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ถึงเวลาที่คนไทยควรเรียนรู้วิธีกู้ชีพที่ถูกต้องและสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานมีพื้นที่ช่วยชีวิต» คุณสามารถร่วมกับ Kasame และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 10,379 คน ได้แล้วตอนนี้เลย