

ขอให้ยกเลิกประกาศการขายชาติ ขายแผ่นดินของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ประเด็นรณรงค์
จม.ถึง รษก.นายกฯ ให้ยกเลิกประกาศขายชาติของ พล อ.ประยุทธ์
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกประกาศส่งเสริมการลงทุนให้ต่างชาติที่นำเงิน 50 ล้านบาทมาลงทุนในไทย สามารถซื้อที่ดินที่ตั้งสถานประกอบการได้ 5 ไร่ ซึ่งน่าจะแพงกว่า 50 ล้านบาท นี่เท่ากับฉ้อฉลขายชาติขายแผ่นดินโดยตรง
นอกจากนี้ยังให้ผู้บริหารต่างชาติันั้นซื้อที่ดินได้อีก 10 ไร่ไว้อยู่อาศัย ทั้งที่กิจการใหญ่ๆ ที่มาลงทุนในไทย ต่างก็อยู่ห้องชุดหรือเช่าบ้านอยู่ในเมือง ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อที่ดินมาอยู่อาศัยเลย และ 10 ไร่นี้น่าจะแพงกว่า 50 ล้านบาท แถมอยู่ห่างกันก็ได้ อาจไปซื้อที่ิติดทะเล หรืออยู่นาขั้นบันไดแล้วสั่งงานมาที่ทำงานแบบออนไลน์ได้
ที่ขายชาติชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือยังสามารถซื้อที่ดินได้อีก 20 ไร่ไปสร้างที่พักอาศัยให้คนงาน ทั้งที่ทั้งคนงานไทยหรือคนงานต่างด้าวที่มาอยู่ในไทย เช่น ลาว เขมร พม่า ต่างก็จัดหาที่อยู่อาศัยกันเอง วาระซ่อนเร้นแบบนี้สงสัยจะเอาคนจากบังคลาเทศ ตะวันออกกลาง ปากีฯ อุยกูร์ หรือจากจักรวรรดินิยมจีนมาอยู่ในไทย
ประกาศที่ขายชาติขายแผ่นดินเช่นนี้ ทำไมรัฐบาลและ พลเอกประยุทธ์ผู้อ้างตนว่าเป็นผู้รักชาติ มองไม่เห็นว่านี่เป็นการขายชาติ และกลับกล้าประกาศออกมา โดยประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2565 อย่างเงียบๆ แถมยังให้มีผลย้อนหลังกลับไปถึง 16 มิถุนายน น่าสงสัยว่าคงมีอริราชศัตรูแอบซื้อที่ดินไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ถ้าเรายอม ก็จะทำให้ต่อไปคนไทยคงต้องเช่าแผ่นดินไทยในมือต่างชาติอยู่ ราคาบ้านและที่ดินคงถีบตัวสูงขึ้นเพราะมีอีแร้งต่างชาติมากว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรกันยกใหญ่ นี่คือการทำลายความมั่นคงของชาติโดยแท้
ดร.โสภณ พรโชคชัย จึงทำหนังสือถึง พลเอกประวิตร รักษาการนายกฯ ให้ยกเลิกประกาศส่งเสริมการลงทุนนี้เสีย และเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ซื้อที่ดินตามประกาศนี้ จะได้เปิดโปงเหล่าคนขายชาติให้ชัดเจน
ขอเชิญคนไทยผู้รักชาติช่วยกันลงชื่อให้ยกเลิกประกาศนี้โดยทันที
ปิดแคมเปญรณรงค์
ประเด็นรณรงค์
จม.ถึง รษก.นายกฯ ให้ยกเลิกประกาศขายชาติของ พล อ.ประยุทธ์
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกประกาศส่งเสริมการลงทุนให้ต่างชาติที่นำเงิน 50 ล้านบาทมาลงทุนในไทย สามารถซื้อที่ดินที่ตั้งสถานประกอบการได้ 5 ไร่ ซึ่งน่าจะแพงกว่า 50 ล้านบาท นี่เท่ากับฉ้อฉลขายชาติขายแผ่นดินโดยตรง
นอกจากนี้ยังให้ผู้บริหารต่างชาติันั้นซื้อที่ดินได้อีก 10 ไร่ไว้อยู่อาศัย ทั้งที่กิจการใหญ่ๆ ที่มาลงทุนในไทย ต่างก็อยู่ห้องชุดหรือเช่าบ้านอยู่ในเมือง ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อที่ดินมาอยู่อาศัยเลย และ 10 ไร่นี้น่าจะแพงกว่า 50 ล้านบาท แถมอยู่ห่างกันก็ได้ อาจไปซื้อที่ิติดทะเล หรืออยู่นาขั้นบันไดแล้วสั่งงานมาที่ทำงานแบบออนไลน์ได้
ที่ขายชาติชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือยังสามารถซื้อที่ดินได้อีก 20 ไร่ไปสร้างที่พักอาศัยให้คนงาน ทั้งที่ทั้งคนงานไทยหรือคนงานต่างด้าวที่มาอยู่ในไทย เช่น ลาว เขมร พม่า ต่างก็จัดหาที่อยู่อาศัยกันเอง วาระซ่อนเร้นแบบนี้สงสัยจะเอาคนจากบังคลาเทศ ตะวันออกกลาง ปากีฯ อุยกูร์ หรือจากจักรวรรดินิยมจีนมาอยู่ในไทย
ประกาศที่ขายชาติขายแผ่นดินเช่นนี้ ทำไมรัฐบาลและ พลเอกประยุทธ์ผู้อ้างตนว่าเป็นผู้รักชาติ มองไม่เห็นว่านี่เป็นการขายชาติ และกลับกล้าประกาศออกมา โดยประกาศ ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2565 อย่างเงียบๆ แถมยังให้มีผลย้อนหลังกลับไปถึง 16 มิถุนายน น่าสงสัยว่าคงมีอริราชศัตรูแอบซื้อที่ดินไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ถ้าเรายอม ก็จะทำให้ต่อไปคนไทยคงต้องเช่าแผ่นดินไทยในมือต่างชาติอยู่ ราคาบ้านและที่ดินคงถีบตัวสูงขึ้นเพราะมีอีแร้งต่างชาติมากว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรกันยกใหญ่ นี่คือการทำลายความมั่นคงของชาติโดยแท้
ดร.โสภณ พรโชคชัย จึงทำหนังสือถึง พลเอกประวิตร รักษาการนายกฯ ให้ยกเลิกประกาศส่งเสริมการลงทุนนี้เสีย และเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ซื้อที่ดินตามประกาศนี้ จะได้เปิดโปงเหล่าคนขายชาติให้ชัดเจน
ขอเชิญคนไทยผู้รักชาติช่วยกันลงชื่อให้ยกเลิกประกาศนี้โดยทันที
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 7 กันยายน ค.ศ. 2022 แล้ว