หยุดโครงการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ หาดท้องศาลา เกาะพะงัน


หยุดโครงการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ หาดท้องศาลา เกาะพะงัน
ประเด็นรณรงค์
หาดท้องศาลาเป็นหนึ่งในหลายๆหาดสวยงามของเกาะพะงัน และเป็นหาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมาย ต่างจับจองที่พักและพื้นที่เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น
หาดท้องศาลาทอดตัวยาวเรื่อยมากจากท่าเรือหลักท้องศาลา ต่อเนื่องไปจนถึงบ้านใต้ ลักษณะเป็นอ่าวโค้ง และมีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ยามน้ำขึ้นชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงจะออกเรือหาปลา บ้างออกจับปู ยามน้ำลดชาวบ้านบริเวณนี้จะพากันออกขุดหอย หาปลาเล็กปลาน้อยเพื่อมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว แต่ในวันนี้หน้าหาดท้องศาลากำลังจะเปลี่ยนไป หากแต่การเปลี่ยนไปเกิดจากธรรมชาติ ดังเช่นในหน้ามรสุมที่มีการพัดพาของคลื่นน้ำ และทราย เข้า ออกบริเวณหาดเป็นจำนวนมาก แต่ชาวบ้านก็มิได้เดือดร้อน หรือประสบภัยธรรมชาติแต่อย่างใด กลับเป็นผลดีที่ธรรมชาติได้ช่วยผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนพื้นที่หน้าหาด ซึ่งหลังจากหน้ามรสุมผ่านไป ชายหาดบริเวณท้องศาลายังคงความสวยงามดังเช่นที่เคยเป็นมา แต่ในวันนี้ พื้นที่หน้าหาดส่วนหนึ่งของหาดท้องศาลาได้เปลี่ยนไป เสียงอึกทึก ครึกโครมของรถสิบล้อ ที่ผลัดกันเข้าออกขุดดิน ถมดิน มีการก่อสร้างพนังหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่า การก่อสร้างนี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะ
ในนามของผู้ร่วมลงชื่อและในฐานะเจ้าของร่วมในทรัพยากรธรรมชาติ มีความเห็นต่อการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ ดังนี้
1. เขื่อนฯ จะเป็นการทำลายระบบนิเวศชายหาดท้องศาลาอย่างสิ้นเชิง และการทำเขื่อนฯ จะไม่สามารถป้องกันการกัดเซาะชายหาดได้ ตรงข้ามกลับจะทำให้มีกัดเซาะชายหาดรุนแรงขึ้น
2. การดำเนินการเป็นไปด้วยความเร่งรีบ ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม หรือแม้แต่จะรับฟังเสียงจากชาวบ้าน อีกทั้งพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนฯ เป็นพื้นที่ของสมาชิกเทศบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ผลักดันงบประมาณของเทศบาลมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
3. มีการอ้างเหตุผลการก่อสร้างสร้างเขื่อนฯ ว่าเป็นการป้องกันภัยพิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างเขื่อนยาว 190 เมตร ไม่เกิน 200 เมตร ซึ่งจะต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมาย
4. การก่อสร้างเขื่อนฯนี้ มีโครงการในอนาคต ที่จะทำเป็นถนนเลียบชายหาด เช่นนั้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งคนในพื้นที่ ที่จะกระทบในเรื่องการทำมาหากินของทั้งชาวบ้าน และแม้ผู้ประกอบการธุรกิจ รีสอร์ท บังกะโล
ในนามของผู้ร่วมลงชื่อ ขอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดดำเนินการโครงการนี้ และขอให้เปิดระดมความคิดเห็นจากท้องถิ่น นักวิชาการ และองค์กรอนุรักษ์ เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
สำเนาส่งถึง(นอกเหนือจากที่ส่งถึงข้างบน)
1. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
2. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในภาครัฐ (ป.ป.ท)

ประเด็นรณรงค์
หาดท้องศาลาเป็นหนึ่งในหลายๆหาดสวยงามของเกาะพะงัน และเป็นหาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากมาย ต่างจับจองที่พักและพื้นที่เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น
หาดท้องศาลาทอดตัวยาวเรื่อยมากจากท่าเรือหลักท้องศาลา ต่อเนื่องไปจนถึงบ้านใต้ ลักษณะเป็นอ่าวโค้ง และมีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ยามน้ำขึ้นชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงจะออกเรือหาปลา บ้างออกจับปู ยามน้ำลดชาวบ้านบริเวณนี้จะพากันออกขุดหอย หาปลาเล็กปลาน้อยเพื่อมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว แต่ในวันนี้หน้าหาดท้องศาลากำลังจะเปลี่ยนไป หากแต่การเปลี่ยนไปเกิดจากธรรมชาติ ดังเช่นในหน้ามรสุมที่มีการพัดพาของคลื่นน้ำ และทราย เข้า ออกบริเวณหาดเป็นจำนวนมาก แต่ชาวบ้านก็มิได้เดือดร้อน หรือประสบภัยธรรมชาติแต่อย่างใด กลับเป็นผลดีที่ธรรมชาติได้ช่วยผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนพื้นที่หน้าหาด ซึ่งหลังจากหน้ามรสุมผ่านไป ชายหาดบริเวณท้องศาลายังคงความสวยงามดังเช่นที่เคยเป็นมา แต่ในวันนี้ พื้นที่หน้าหาดส่วนหนึ่งของหาดท้องศาลาได้เปลี่ยนไป เสียงอึกทึก ครึกโครมของรถสิบล้อ ที่ผลัดกันเข้าออกขุดดิน ถมดิน มีการก่อสร้างพนังหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่า การก่อสร้างนี้ทำขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะ
ในนามของผู้ร่วมลงชื่อและในฐานะเจ้าของร่วมในทรัพยากรธรรมชาติ มีความเห็นต่อการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ ดังนี้
1. เขื่อนฯ จะเป็นการทำลายระบบนิเวศชายหาดท้องศาลาอย่างสิ้นเชิง และการทำเขื่อนฯ จะไม่สามารถป้องกันการกัดเซาะชายหาดได้ ตรงข้ามกลับจะทำให้มีกัดเซาะชายหาดรุนแรงขึ้น
2. การดำเนินการเป็นไปด้วยความเร่งรีบ ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม หรือแม้แต่จะรับฟังเสียงจากชาวบ้าน อีกทั้งพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนฯ เป็นพื้นที่ของสมาชิกเทศบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ผลักดันงบประมาณของเทศบาลมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
3. มีการอ้างเหตุผลการก่อสร้างสร้างเขื่อนฯ ว่าเป็นการป้องกันภัยพิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงกฎหมายสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างเขื่อนยาว 190 เมตร ไม่เกิน 200 เมตร ซึ่งจะต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมาย
4. การก่อสร้างเขื่อนฯนี้ มีโครงการในอนาคต ที่จะทำเป็นถนนเลียบชายหาด เช่นนั้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งคนในพื้นที่ ที่จะกระทบในเรื่องการทำมาหากินของทั้งชาวบ้าน และแม้ผู้ประกอบการธุรกิจ รีสอร์ท บังกะโล
ในนามของผู้ร่วมลงชื่อ ขอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หยุดดำเนินการโครงการนี้ และขอให้เปิดระดมความคิดเห็นจากท้องถิ่น นักวิชาการ และองค์กรอนุรักษ์ เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
สำเนาส่งถึง(นอกเหนือจากที่ส่งถึงข้างบน)
1. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
2. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในภาครัฐ (ป.ป.ท)

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 แล้ว