เพื่อความโปร่งใส หยุดขายเกินราคา นำเงินมาพัฒนาสังคม


เพื่อความโปร่งใส หยุดขายเกินราคา นำเงินมาพัฒนาสังคม
ประเด็นรณรงค์
กี่สิบปีแล้วที่คนไทยต้องทนกับปัญหาล็อตเตอร์รี่ขายเกินราคา คนไทยรายได้น้อยถึงปานกลางซื้อล็อตเตอรี่ด้วยความหวังจะรวยทางลัด เผื่อสักวันหนึ่งโชคจะเป็นของเรา หรือถ้าไม่ถูกก็คิดว่าเป็นการทำบุญ คุณคิดแบบนี้รึเปล่า
จริงๆ แล้วเงินจากสลากมาจากไหน และไปไหน พวกเราขอไขความกระจ่าง
ข้อมูลจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2555 พบว่า คนส่วนใหญ่ที่ซื้อล็อตเตอรี่เป็นผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และแต่ละปีมีคนไทยซื้อล็อตเตอรี่เกือบ 20 ล้านคน คิดเป็นเงินกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเก็บภาษีจากคนจนที่แพงมาก แต่เงินเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกนำไปใช้พัฒนาสังคมอย่างที่ควรจะเป็น แถมกองสลากฯ ยังขายล็อตเตอรี่เกินราคามาไม่รู้กี่ปี ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปแก้ไขอย่างเร่งด่วน
1.คนไทยต้องทนกับปัญหาสลากราคาแพงมาเป็นสิบๆ ปี จากใบละ 80 บาท เป็น 120-130 บาท ซึ่งเกิดขึ้นเพราะกองสลากจัดสรรโควตาสลากไม่เป็นธรรม ทำให้ล็อตเตอรี่จำนวนมากไปกระจุกอยู่ที่ผู้ค้ารายใหญ่หรือ “เสือ” เพียงไม่กี่ราย คนกลางเหล่านี้จึงมีอิทธิพลในการบวกเพิ่มราคา ยิ่งเลขสวย ยิ่งแพงหนัก นอกจากนี้ กองสลากยังบริหารงานแบบปิดประตูขาดทุน ด้วยการขายล็อตเตอรี่ 72 ล้านงวดออกไปทั้งหมดแบบไม่รับซื้อคืน ผลักภาระต้นทุนล็อตเตอรี่ที่ขายไม่หมดนี้มาเป็นทอดๆ จนถึงผู้ค้ารายย่อยปลายแถว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและคนพิการ
2.สำนักงานกองสลากฯ ถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมือง โดยบอร์ดบริหาร 8 ใน 9 คน เป็นข้าราชการประจำหรือมาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมือง มีตัวแทนจากภาคสังคมแค่ 1 คนเท่านั้น
3.ทุกวันนี้รายได้จาการขายสลากที่เราเชื่อกันว่าเป็นการทำบุญ ถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมแค่ 500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3-5% เท่านั้น ที่เหลือเกือบ 20,000 ล้านบาทเข้ากระเป๋ารัฐ โดยไม่มีรายละเอียดว่านำไปใช้อะไรบ้าง ยิ่งกว่านั้นอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ที่มาจากการขายสลากเกินราคาไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้มีอิทธิพลที่ล้วนโยงใยกับฝ่ายการเมืองทั้งสิ้น
ดังนั้น เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจปฏิรูปกองสลากฯ ตั้งแต่ต้นทาง โดยพิจารณา
1. แก้ไข พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ให้มีเจตนารมย์เพื่อพัฒนาสังคม โดยเปลี่ยนชื่อเป็น พรบ.กิจการสลากเพื่อสังคม
2. เปลี่ยนสัดส่วนการจัดสรรรายได้ ให้เน้นพัฒนาสังคมแทน รวมถึงการตั้งกองทุนรับซื้อสลากคืน เพื่อแก้ปัญหาสลากราคาแพงด้วย
3. เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการสำนักงานสลาก เป็น 3 บอร์ด คือ บอร์ดบริหารกิจการ บอร์ดกำกับและตรวจสอบ และบอร์ดจัดสรรเงินรายได้จากการขายล็อตเตอรี ให้ที่มาของบอร์ดทั้ง 3 ชุด โปร่งใส ถ่วงดุล และตรวจสอบได้ ปลอดจากการครอบงำของฝ่ายการเมือง
ขอพลังทุกคนให้ช่วยกันลงชื่อให้มากที่สุด เพื่อทำให้กองสลากโปร่งใสปลอดการครอบงำของฝ่ายการเมือง แก้ปัญหาล็อตเตอรี่แพงได้ และมีเงินกองทุนที่คืนเงินกลับมาพัฒนาสังคม เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้เรื่องนี้เป็นจริงให้ได้ โดยสิ้นเดือนนี้เราจะนำรายชื่อของทุกท่านไปยื่นให้กับผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปฏิรูปสำนักงานสลากฯโดยเร็วที่สุด

ประเด็นรณรงค์
กี่สิบปีแล้วที่คนไทยต้องทนกับปัญหาล็อตเตอร์รี่ขายเกินราคา คนไทยรายได้น้อยถึงปานกลางซื้อล็อตเตอรี่ด้วยความหวังจะรวยทางลัด เผื่อสักวันหนึ่งโชคจะเป็นของเรา หรือถ้าไม่ถูกก็คิดว่าเป็นการทำบุญ คุณคิดแบบนี้รึเปล่า
จริงๆ แล้วเงินจากสลากมาจากไหน และไปไหน พวกเราขอไขความกระจ่าง
ข้อมูลจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2555 พบว่า คนส่วนใหญ่ที่ซื้อล็อตเตอรี่เป็นผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และแต่ละปีมีคนไทยซื้อล็อตเตอรี่เกือบ 20 ล้านคน คิดเป็นเงินกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเก็บภาษีจากคนจนที่แพงมาก แต่เงินเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกนำไปใช้พัฒนาสังคมอย่างที่ควรจะเป็น แถมกองสลากฯ ยังขายล็อตเตอรี่เกินราคามาไม่รู้กี่ปี ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปแก้ไขอย่างเร่งด่วน
1.คนไทยต้องทนกับปัญหาสลากราคาแพงมาเป็นสิบๆ ปี จากใบละ 80 บาท เป็น 120-130 บาท ซึ่งเกิดขึ้นเพราะกองสลากจัดสรรโควตาสลากไม่เป็นธรรม ทำให้ล็อตเตอรี่จำนวนมากไปกระจุกอยู่ที่ผู้ค้ารายใหญ่หรือ “เสือ” เพียงไม่กี่ราย คนกลางเหล่านี้จึงมีอิทธิพลในการบวกเพิ่มราคา ยิ่งเลขสวย ยิ่งแพงหนัก นอกจากนี้ กองสลากยังบริหารงานแบบปิดประตูขาดทุน ด้วยการขายล็อตเตอรี่ 72 ล้านงวดออกไปทั้งหมดแบบไม่รับซื้อคืน ผลักภาระต้นทุนล็อตเตอรี่ที่ขายไม่หมดนี้มาเป็นทอดๆ จนถึงผู้ค้ารายย่อยปลายแถว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและคนพิการ
2.สำนักงานกองสลากฯ ถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมือง โดยบอร์ดบริหาร 8 ใน 9 คน เป็นข้าราชการประจำหรือมาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมือง มีตัวแทนจากภาคสังคมแค่ 1 คนเท่านั้น
3.ทุกวันนี้รายได้จาการขายสลากที่เราเชื่อกันว่าเป็นการทำบุญ ถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมแค่ 500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3-5% เท่านั้น ที่เหลือเกือบ 20,000 ล้านบาทเข้ากระเป๋ารัฐ โดยไม่มีรายละเอียดว่านำไปใช้อะไรบ้าง ยิ่งกว่านั้นอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท ที่มาจากการขายสลากเกินราคาไหลเข้าสู่กระเป๋าผู้มีอิทธิพลที่ล้วนโยงใยกับฝ่ายการเมืองทั้งสิ้น
ดังนั้น เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจปฏิรูปกองสลากฯ ตั้งแต่ต้นทาง โดยพิจารณา
1. แก้ไข พรบ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 ให้มีเจตนารมย์เพื่อพัฒนาสังคม โดยเปลี่ยนชื่อเป็น พรบ.กิจการสลากเพื่อสังคม
2. เปลี่ยนสัดส่วนการจัดสรรรายได้ ให้เน้นพัฒนาสังคมแทน รวมถึงการตั้งกองทุนรับซื้อสลากคืน เพื่อแก้ปัญหาสลากราคาแพงด้วย
3. เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการสำนักงานสลาก เป็น 3 บอร์ด คือ บอร์ดบริหารกิจการ บอร์ดกำกับและตรวจสอบ และบอร์ดจัดสรรเงินรายได้จากการขายล็อตเตอรี ให้ที่มาของบอร์ดทั้ง 3 ชุด โปร่งใส ถ่วงดุล และตรวจสอบได้ ปลอดจากการครอบงำของฝ่ายการเมือง
ขอพลังทุกคนให้ช่วยกันลงชื่อให้มากที่สุด เพื่อทำให้กองสลากโปร่งใสปลอดการครอบงำของฝ่ายการเมือง แก้ปัญหาล็อตเตอรี่แพงได้ และมีเงินกองทุนที่คืนเงินกลับมาพัฒนาสังคม เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้เรื่องนี้เป็นจริงให้ได้ โดยสิ้นเดือนนี้เราจะนำรายชื่อของทุกท่านไปยื่นให้กับผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปฏิรูปสำนักงานสลากฯโดยเร็วที่สุด

ปิดแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 21 มีนาคม ค.ศ. 2014 แล้ว