ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเอง

ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเอง

ประเด็นรณรงค์

                                     ให้อิสระสถานศึกษาทั่วประเทศ                                                                   ปลดล็อกการปฏิรูปการศึกษาไทย

            ในเรื่องการศึกษาทุกวันนี้เราคุยกับใครก็ตาม เราเชื่อว่าประชาชนทั่วไปสนใจเยอะมากในเรื่องของการศึกษา แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าพูดและสะท้อนความเป็นจริง วันนี้เราเห็นความเป็นจริงของการศึกษาไทยหลายๆอย่างที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้เรามีระบบระเบียบของการศึกษา มีการตรวจสอบ มีการประเมินมาตรฐานการศึกษาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

              (สมศ.) หรือ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เช่น โอเน็ต  แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาพบว่า...เด็กทั้งประเทศสอบไม่ผ่าน มีคะแนนค่าเฉลี่ยไม่เกินครึ่ง ขณะที่เรามีเด็กเก่งๆ ระดับโอลิมปิกเยอะมาก มีครูที่ได้วิทยฐานะ 80 % ของทั้งประเทศในระบบครูของรัฐ แต่ในขณะเดียวกันประเทศเราก็มีเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกอยู่เป็นจำนวนมาก  และเรายังมีบัณฑิตตกงานอยู่ปีละหลายแสนคน

            นโยบายที่ทำผมมองเห็นและอยากจะนำเสนอในวันนี้ และเชื่อว่าถ้านำไปสู่การไปใช้งานจริงๆจะสามารถปฏิรูปการศึกษาไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ นั่นคือ  ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเอง

            วันนี้เรามีกฎหมายออก พรบ.การศึกษาแห่งชาติที่ออกมาตั้งแต่ปี 2542 ที่กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจแก่สถานศึกษา และแก้ไขเพิ่มเติมใน พรบ.ระเบียบบริหารราชการและกระทรวงศึกษาธิการ 2546 มาตรา 35 ที่กำหนดให้ สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล คือ การให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระ คล่องตัวสามารถบริหารจัดการศึกษาเองได้ แต่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีสถานศึกษาไหนเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริง  

            และงบประมาณการศึกษาของไทย ที่ลงทุนไปกับการศึกษาพบว่าใช้งบประมาณเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ผลสัมฤทธิ์ไม่ได้อย่างที่ลงทุนไป ดังนั้น การเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเองครั้งนี้ ต้องไม่ให้งบประมาณเพิ่ม และตรวจสอบโดยทุกภาคส่วนในชุมชนสังคม

  • 1. ให้อิสระในการจัดการหลักสูตร ให้สอดคล้องกับพื้นที่ กับ ชุมชน
  • 2. ให้อิสระบริหารจัดการบุคคลกรได้เอง
  • 3. ให้อิสระงบประมาณ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม
  • 4. ให้อิสระในการจัดการบริหารงานทั่วไป ที่จะสามารถบูรณาการได้ทุกเรื่อง

            ซึ่งนี่แหละ เป็น “กุญแจ” สำคัญของการพัฒนาการศึกษาของไทย ที่จะสร้างโรงเรียนดีมีคุณภาพให้เกิดขึ้นในทุกโรงเรียน เพื่อกู้วิกฤติการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ขณะนี้ให้ดีขึ้น สิ่งหนึ่งคือ การปลดล็อคความเป็นอิสระของสถานศึกษาในการบริหารจัดการและการรับผิดชอบต่อความคาดหวังของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมโดยรวม ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนาและผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในแนวทางดังกล่าว การเกิดขึ้นของโรงเรียนดีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง คงไม่นานเกินรอ !!

avatar of the starter
อนุพงค์ มกรานุรักษ์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 527 คน

ประเด็นรณรงค์

                                     ให้อิสระสถานศึกษาทั่วประเทศ                                                                   ปลดล็อกการปฏิรูปการศึกษาไทย

            ในเรื่องการศึกษาทุกวันนี้เราคุยกับใครก็ตาม เราเชื่อว่าประชาชนทั่วไปสนใจเยอะมากในเรื่องของการศึกษา แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าพูดและสะท้อนความเป็นจริง วันนี้เราเห็นความเป็นจริงของการศึกษาไทยหลายๆอย่างที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้เรามีระบบระเบียบของการศึกษา มีการตรวจสอบ มีการประเมินมาตรฐานการศึกษาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

              (สมศ.) หรือ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เช่น โอเน็ต  แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาพบว่า...เด็กทั้งประเทศสอบไม่ผ่าน มีคะแนนค่าเฉลี่ยไม่เกินครึ่ง ขณะที่เรามีเด็กเก่งๆ ระดับโอลิมปิกเยอะมาก มีครูที่ได้วิทยฐานะ 80 % ของทั้งประเทศในระบบครูของรัฐ แต่ในขณะเดียวกันประเทศเราก็มีเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกอยู่เป็นจำนวนมาก  และเรายังมีบัณฑิตตกงานอยู่ปีละหลายแสนคน

            นโยบายที่ทำผมมองเห็นและอยากจะนำเสนอในวันนี้ และเชื่อว่าถ้านำไปสู่การไปใช้งานจริงๆจะสามารถปฏิรูปการศึกษาไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ นั่นคือ  ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเอง

            วันนี้เรามีกฎหมายออก พรบ.การศึกษาแห่งชาติที่ออกมาตั้งแต่ปี 2542 ที่กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจแก่สถานศึกษา และแก้ไขเพิ่มเติมใน พรบ.ระเบียบบริหารราชการและกระทรวงศึกษาธิการ 2546 มาตรา 35 ที่กำหนดให้ สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล คือ การให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระ คล่องตัวสามารถบริหารจัดการศึกษาเองได้ แต่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีสถานศึกษาไหนเป็นนิติบุคคลอย่างแท้จริง  

            และงบประมาณการศึกษาของไทย ที่ลงทุนไปกับการศึกษาพบว่าใช้งบประมาณเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ผลสัมฤทธิ์ไม่ได้อย่างที่ลงทุนไป ดังนั้น การเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ให้สถานศึกษาทั่วประเทศมีอิสระในการจัดการตัวเองครั้งนี้ ต้องไม่ให้งบประมาณเพิ่ม และตรวจสอบโดยทุกภาคส่วนในชุมชนสังคม

  • 1. ให้อิสระในการจัดการหลักสูตร ให้สอดคล้องกับพื้นที่ กับ ชุมชน
  • 2. ให้อิสระบริหารจัดการบุคคลกรได้เอง
  • 3. ให้อิสระงบประมาณ ที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม
  • 4. ให้อิสระในการจัดการบริหารงานทั่วไป ที่จะสามารถบูรณาการได้ทุกเรื่อง

            ซึ่งนี่แหละ เป็น “กุญแจ” สำคัญของการพัฒนาการศึกษาของไทย ที่จะสร้างโรงเรียนดีมีคุณภาพให้เกิดขึ้นในทุกโรงเรียน เพื่อกู้วิกฤติการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ขณะนี้ให้ดีขึ้น สิ่งหนึ่งคือ การปลดล็อคความเป็นอิสระของสถานศึกษาในการบริหารจัดการและการรับผิดชอบต่อความคาดหวังของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมโดยรวม ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนาและผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในแนวทางดังกล่าว การเกิดขึ้นของโรงเรียนดีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง คงไม่นานเกินรอ !!

avatar of the starter
อนุพงค์ มกรานุรักษ์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 แล้ว