จัดซื้อรถเมล์ที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้

ประเด็นรณรงค์

คนพิการอย่างพวกเราฝันอยากนั่งรถเมล์บ้าง กระทรวงคมนาคม และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ตอบตกลงให้พวกเราดีใจ แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญา

เมื่อปีที่แล้ว “เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนต้องขึ้นได้” ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนพิการ ได้รณรงค์ให้กระทรวงคมนาคมจัดซื้อ “รถเมล์ที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้" ผลจากการลงชื่อสนับสนุนของทุกคนทำให้กระทรวงคมนาคม และ ขสมก. ประกาศว่าจะแก้ไขร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ร่างที่ 7 เพื่อจัดซื้อรถเมล์ทั้งรถร้อนและปรับอากาศ จำนวน 3,183 คัน เป็นรถชานต่ำทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนทั้งคนแก่ คนพิการ เด็ก ผู้ป่วย ใช้ร่วมกันได้  พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมาก และได้รวมตัวกันเกาะติดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

แต่ความฝันของพวกเราที่จะได้เดินทางไปไหนมาไหนพร้อมรถเข็นคู่ใจ ก็ต้องพบกับอุปสรรค ต้นปีที่ผ่านมา  ขสมก.ผิดคำสัญญา ด้วยการแก้ TOR อีกหลายครั้ง  จนกระทั่งร่างฉบับที่ 10 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด ได้มีการแก้เนื้อหากลับไปยังฉบับที่ 1 โดยจะจัดซื้อรถชานตำ่เป็นรถปรับอากาศแค่ 1,524 คัน ส่วนรถร้อนจำนวน 1,659 คัน ยังเป็นรถชานสูงที่มีเสากั้นตรงกลางแบบเดิมๆ ซึ่งคนธรรมดาเองยังขึ้นลงลำบาก คนพิการไม่ต้องพูดถึง พวกเราผิดหวังมากเพราะต่อสู้เพื่อจะได้นั่งรถเมล์มาถึงสองปีแล้ว

 อยากให้ทุกท่านลองนึกภาพรถเมล์บ้านเรา ที่มีบันไดสูง มีเสากั้นตรงกลาง แคบ คนร่างกายปกติยังใช้ลำบาก อันตรายก็เกิดขึ้นง่าย นึกภาพคนที่วิ่งขึ้นลงรถเมล์ลำบากขนาดไหน บางวันมีคนตกบันไดรถเมล์ คนพิการยิ่งหนักไปใหญ่ อยากจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ บันไดก็สูง แถมยังมีเสากั้นอีก

 ทุกวันนี้สังคมเห็นคนพิการออกมาใช้ชีวิตน้อยมาก ไม่ใช่เพราะมีคนพิการน้อย แต่เพราะการจัดบริการขนส่งสาธารณะที่ไร้ความยุติธรรม ทำให้คนด้อยโอกาสเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก คนพิการที่ใช้รถเข็นไม่สามารถใช้รถเมล์ได้เลย ทำให้ต้องจำใจใช้แท็กซี่ การเดินทางของพวกเราจึงมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินเดือนเราไม่พอจะจ่ายค่าแท็กซี่ไปทำงานได้ทุกวัน

ความฝันของพวกเราก็เหมือนคนทั่วไป อยากมีรายได้ที่มั่นคง มีเงินเก็บหอมรอมริบ อยากเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินไว้ซื้อเสื้อผ้า ไปเที่ยวบ้าง เก็บเงินไว้เพื่ออนาคต การมีรถเมล์ที่เข้าถึงได้จะช่วยให้ส่วนหนึ่งของความฝันของดิฉันและเพื่อนๆ อีกหลายคนเป็นจริง 

ขสมก.อ้างว่า รถเมล์ชานสูงที่กำลังจะจัดซื้อจะมีลิฟท์ให้รถเข็นขึ้นได้  แต่พวกเราที่ใช้รถเข็นคงไม่กล้าใช้เพราะไม่อยากถูกมองด้วยสายตาไม่พอใจว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การเดินทางของคนท่ัวไปล่าช้า การเข้า-ออกขึ้นลงของรถเข็นบนรถเมล์ติดลิฟท์ใช้เวลาเกือบ 3 นาที ขณะที่รถเมล์ชานต่ำใช้แค่ 20วินาทีเท่านั้น  

 พวกเรายังมีความหวัง ก่อนที่จะมีการจัดซื้ออย่างเป็นการในสิ้นเดือนนี้ ดิฉันและเครือข่ายฯ จะเข้าพบผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อยื่นข้อเสนออีกรอบ พวกเราต้องการเสียงสนับสนุนจากทุกท่านเพื่อนำไปยื่นประกอบ เพื่อแสดงพลังประชาชนที่เห็นด้วย

 เราขอรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม และ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ประกาศ “ฟื้นฟูกิจการรถเมล์: จัดซื้อรถเมล์ที่ทุกคนขึ้นได้”  ด้วยการยกเลิก TOR ฉบ้บที่10 ซึ่งส่อทุจริตเหมือนมีการล็อคสเปค แก้แล้วแก้อีกก็กล้บไปที่ร่างเดิม และยังไม่เปิดเผยตัวเลขทั้งหมดที่ไม่ใช่แค่ 13,000 ล้านบาทตามที่อ้าง ยังมีค่าซ่อมบำรุง 10 ปี จำนวน 15,000 ล้านบาท  รวมเป็นเกือบ 30,000 ล้านบาท แต่ ก.คมนาคม และ ขสมก. ไม่เคยพูดถึง

 เราต้องการให้ทั้งสองหน่วยงานเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดด้วยความโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่ทำประชาพิจารณ์แบบที่ผ่านมาที่ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น  ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ภาษีที่จัดซื้อรถเมล์ครั้งนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

ขอความร่วมมือจากทุกคนอีกครั้ง ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์นี้ให้มากที่สุดนะคะ เพื่อช่วยให้คนด้อยโอกาสในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ใกล้เคียงกับคนทั่วไปบ้าง  

avatar of the starter
อาภาณี มิตรทองผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 45,040 คน

ประเด็นรณรงค์

คนพิการอย่างพวกเราฝันอยากนั่งรถเมล์บ้าง กระทรวงคมนาคม และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ตอบตกลงให้พวกเราดีใจ แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญา

เมื่อปีที่แล้ว “เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนต้องขึ้นได้” ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนพิการ ได้รณรงค์ให้กระทรวงคมนาคมจัดซื้อ “รถเมล์ที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้" ผลจากการลงชื่อสนับสนุนของทุกคนทำให้กระทรวงคมนาคม และ ขสมก. ประกาศว่าจะแก้ไขร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ร่างที่ 7 เพื่อจัดซื้อรถเมล์ทั้งรถร้อนและปรับอากาศ จำนวน 3,183 คัน เป็นรถชานต่ำทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนทั้งคนแก่ คนพิการ เด็ก ผู้ป่วย ใช้ร่วมกันได้  พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมาก และได้รวมตัวกันเกาะติดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

แต่ความฝันของพวกเราที่จะได้เดินทางไปไหนมาไหนพร้อมรถเข็นคู่ใจ ก็ต้องพบกับอุปสรรค ต้นปีที่ผ่านมา  ขสมก.ผิดคำสัญญา ด้วยการแก้ TOR อีกหลายครั้ง  จนกระทั่งร่างฉบับที่ 10 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด ได้มีการแก้เนื้อหากลับไปยังฉบับที่ 1 โดยจะจัดซื้อรถชานตำ่เป็นรถปรับอากาศแค่ 1,524 คัน ส่วนรถร้อนจำนวน 1,659 คัน ยังเป็นรถชานสูงที่มีเสากั้นตรงกลางแบบเดิมๆ ซึ่งคนธรรมดาเองยังขึ้นลงลำบาก คนพิการไม่ต้องพูดถึง พวกเราผิดหวังมากเพราะต่อสู้เพื่อจะได้นั่งรถเมล์มาถึงสองปีแล้ว

 อยากให้ทุกท่านลองนึกภาพรถเมล์บ้านเรา ที่มีบันไดสูง มีเสากั้นตรงกลาง แคบ คนร่างกายปกติยังใช้ลำบาก อันตรายก็เกิดขึ้นง่าย นึกภาพคนที่วิ่งขึ้นลงรถเมล์ลำบากขนาดไหน บางวันมีคนตกบันไดรถเมล์ คนพิการยิ่งหนักไปใหญ่ อยากจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ บันไดก็สูง แถมยังมีเสากั้นอีก

 ทุกวันนี้สังคมเห็นคนพิการออกมาใช้ชีวิตน้อยมาก ไม่ใช่เพราะมีคนพิการน้อย แต่เพราะการจัดบริการขนส่งสาธารณะที่ไร้ความยุติธรรม ทำให้คนด้อยโอกาสเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก คนพิการที่ใช้รถเข็นไม่สามารถใช้รถเมล์ได้เลย ทำให้ต้องจำใจใช้แท็กซี่ การเดินทางของพวกเราจึงมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินเดือนเราไม่พอจะจ่ายค่าแท็กซี่ไปทำงานได้ทุกวัน

ความฝันของพวกเราก็เหมือนคนทั่วไป อยากมีรายได้ที่มั่นคง มีเงินเก็บหอมรอมริบ อยากเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินไว้ซื้อเสื้อผ้า ไปเที่ยวบ้าง เก็บเงินไว้เพื่ออนาคต การมีรถเมล์ที่เข้าถึงได้จะช่วยให้ส่วนหนึ่งของความฝันของดิฉันและเพื่อนๆ อีกหลายคนเป็นจริง 

ขสมก.อ้างว่า รถเมล์ชานสูงที่กำลังจะจัดซื้อจะมีลิฟท์ให้รถเข็นขึ้นได้  แต่พวกเราที่ใช้รถเข็นคงไม่กล้าใช้เพราะไม่อยากถูกมองด้วยสายตาไม่พอใจว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้การเดินทางของคนท่ัวไปล่าช้า การเข้า-ออกขึ้นลงของรถเข็นบนรถเมล์ติดลิฟท์ใช้เวลาเกือบ 3 นาที ขณะที่รถเมล์ชานต่ำใช้แค่ 20วินาทีเท่านั้น  

 พวกเรายังมีความหวัง ก่อนที่จะมีการจัดซื้ออย่างเป็นการในสิ้นเดือนนี้ ดิฉันและเครือข่ายฯ จะเข้าพบผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อยื่นข้อเสนออีกรอบ พวกเราต้องการเสียงสนับสนุนจากทุกท่านเพื่อนำไปยื่นประกอบ เพื่อแสดงพลังประชาชนที่เห็นด้วย

 เราขอรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม และ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ประกาศ “ฟื้นฟูกิจการรถเมล์: จัดซื้อรถเมล์ที่ทุกคนขึ้นได้”  ด้วยการยกเลิก TOR ฉบ้บที่10 ซึ่งส่อทุจริตเหมือนมีการล็อคสเปค แก้แล้วแก้อีกก็กล้บไปที่ร่างเดิม และยังไม่เปิดเผยตัวเลขทั้งหมดที่ไม่ใช่แค่ 13,000 ล้านบาทตามที่อ้าง ยังมีค่าซ่อมบำรุง 10 ปี จำนวน 15,000 ล้านบาท  รวมเป็นเกือบ 30,000 ล้านบาท แต่ ก.คมนาคม และ ขสมก. ไม่เคยพูดถึง

 เราต้องการให้ทั้งสองหน่วยงานเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดด้วยความโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่ทำประชาพิจารณ์แบบที่ผ่านมาที่ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น  ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ภาษีที่จัดซื้อรถเมล์ครั้งนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

ขอความร่วมมือจากทุกคนอีกครั้ง ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนการรณรงค์นี้ให้มากที่สุดนะคะ เพื่อช่วยให้คนด้อยโอกาสในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ใกล้เคียงกับคนทั่วไปบ้าง  

avatar of the starter
อาภาณี มิตรทองผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ปิดแคมเปญรณรงค์

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 45,040 คน

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

นายสมชัย ศิริวัฒนโชค
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค
ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์
ปลัดกระทรวงคมนาคม
การองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
การองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
นายนเรศ บุญเปี่ยม (รองผู้อำนวยการการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
นายนเรศ บุญเปี่ยม (รองผู้อำนวยการการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
รองผู้อำนวยการการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
นายโอภาส เพชรมุณี (กรรมการและเลขานุการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
นายโอภาส เพชรมุณี (กรรมการและเลขานุการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
กรรมการและเลขานุการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 13 ตุลาคม ค.ศ. 2013 แล้ว