ยอมรับ และให้การสนับสนุน การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

ประเด็นรณรงค์

เด็กไทยไม่จำเป็น ต้อง “เก่งเหมือนกัน”

จะปฏิรูปการศึกษาไทยได้ ต้องใช้นโยบาย

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

                                                         

ปัญหาการศึกษาไทย ตอบได้ด้วยภาพนี้  คือ 

 

 

            1. การศึกษาทางหลัก ซึ่งหมายถึง การศึกษาที่เด็กเรียนในระบบแบบเดียวกันหมด ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนด้านวิชาการเป็นหลัก และ มีการประเมินผลแบบเดียวกันหมด คือวัดด้วยการสอบ แล้วให้คะแนนหรือเกรดนั้น ไม่สามารถตอบสนองผู้เรียนที่มีความชอบ หรือ ความถนัดที่แตกต่างกันได้ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่นเดียวกับที่ออกข้อสอบให้ปีนต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็น ลิง   ช้าง ปลา เพนกวิน หรือ สัตว์อื่น  ก็ต้องวัดผลด้วยการปีนต้นไม้ แล้วใครจะสู้ลิงได้ ???

            2. การศึกษาทางเลือก ซึ่งหมายถึง การศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ และ เสริมสร้างทักษะ  ตามความสนใจ หรือ ความถนัดของผู้เรียน บนพื้นฐานการยอมรับว่าทุกคนย่อมมีความแตกต่างกัน  และมีการวัดประเมินผลตามสามารถ โดยไม่ใช้คะแนนหรือเกรดมาเป็นตัวชี้วัด

            แต่ปัญหาคือ การศึกษาทางเลือกนี้ ยังไม่ได้รับการยอมรับ และ การสนับสนุนจากรัฐ ให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน การศึกษาทางเลือกจึงกลายเป็นทางเลือกของการศึกษาของกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม ที่เป็นกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ทั้งๆที่มีผู้ปกครอง หรือเด็กอีกจำนวนมากที่อยากเข้ามาศึกษาในแบบการศึกษาทางเลือกนี้ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากมาขอเสนอนโยบาย

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

 

ผมไม่ได้ปฏิเสธการศึกษาทางหลัก แต่ผมขอให้ผู้เรียนมีทางเลือกทางการศึกษามากขึ้น เพราะเด็กมีความแตกต่างกัน บางคนก็เหมาะที่จะเรียนตามกระแสหลัก ส่วนบางคนก็เหมาะที่เรียนแบบทางเลือก

           

โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

            1. ภาครัฐต้องยอมรับว่าคนทุกคนมีความต่างกัน แต่มีค่าเท่าเทียมกัน  โดยต้องยกเลิกการประเมินผลแบบ เดียวกัน   เพราะเราไม่ควรประเมินผลงานช่างไม้ฝีมือเยี่ยมในแบบเดียวกับนายแพทย์ที่เก่งกาจ เพราะพวกเขามีความสามารถและทักษะที่ไม่เหมือนกัน แต่พวกเขาล้วนมีคุณค่าตามทักษะความสามารถของตัวเอง     โดยต้องต่อยอดการประเมินผลนี้ไปจนถึงระดับ มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยต้องเปิดรับนักศึกษาจากผลงานตามความสามารถที่ประเมินแล้วเห็นว่า เรียนได้ ไม่ใช่ประเมินเพียงตัวเลขจากผลการสอบเท่านั้น

                        2.  ภาครัฐต้องสนับสนุนการเรียนการสอน ตามวิธีการของการศึกษาทางเลือก

             วิธีการของการศึกษาทางเลือก

                        2.1 เด็กต้องเริ่มต้นการเรียนรู้ ผ่านการเล่น และ เรียนรู้วินัยทักษะพื้นฐานการใช้ชีวิตทั่วไป            ก่อนที่จะไปเรียนรู้ทางวิชาการ ซึ่งในโรงเรียนทางเลือกบางโรงเรียน เด็กเริ่มอ่านออกเขียนได้ตอนประมาณ ป. 3 เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่การเรียนรู้พร้อมเปิดรับเบ่งบานเต็มที่ ทำให้สามารถใช้ภาษา ใช้คำได้ดีกว่าหลายๆคนที่เริ่มเรียนตั้งแต่อนุบาลเสียอีก

                       

                        2.2 ผู้ปกครอง และ สถานที่ศึกษา ต้องช่วยเด็กค้นหาความสนใจว่าพวกเขาอยากเป็นอะไรในอนาคต โดยขั้นตอนนี้ อาจจะต้องใช้เวลากว่าที่เด็กจะรู้ตัวว่าชอบอะไร โดยอาจจะเข้าสู่ระดับประถมฯปลาย หรือ มัธยมฯต้นแล้ว   

                       และการที่เด็กจะรู้ได้ว่า ตัวเองสนใจ ชอบอะไร และจะเติบโตขึ้นไปเป็นอะไรนั้น ผู้ปกครอง คุณครูเองก็ต้องไม่ปิดกั้นโอกาสที่ให้เด็กจะได้ทดลอง และทำในสิ่งที่สนใจ เพื่อเป็นการค้นหาตัวเอง รวมถึงต้อง      ช่วยเปิดโลกของอาชีพให้เด็กได้รู้จักหลากหลายอาชีพ และทำให้รู้ว่าทุกความชอบ ทุกความถนัด และทุกความสามารถ สามารถทำเป็นอาชีพได้

 

            การศึกษาทางเลือกที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นีั หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ผมอยากให้ลองนึกภาพ โรงเรียนในภาพยนตร์ เรื่อง X-men นักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ มีความสามารถที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนไปในทางที่ถูกที่ควร พวกเขาจะกลายเป็นคนแปลกแยก ดูไร้ค่าในสังคม แต่เมื่อได้รับการเรียนรู้ ผ่านการเรียนการสอน ที่มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถของพวกเขาให้ใช้ประโยชน์ได้ เด็กเหล่านี้จะกลายเป็น ผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในที่สุด

โรงเรียน X-men อาจเป็นเพียงโรงเรียนในจินตนาการ แต่โรงเรียนทางเลือกนี้ควรเกิดขึ้นได้จริงในบ้านเมืองเรา

 

            ถ้านโยบายนี้เกิดขึ้นจริง ผลดีไม่ได้ตกอยู่กับเด็ก หรือผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติอีกด้วย

            1. เราจะได้บุคลาการที่มีความหลากหลายทางอาชีพ และ เป็นผู้ที่มีความสามารถเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ  

           

            2. เราจะได้บุคลากรที่มีความคิดเชิงบวก มีทัศนคติชิงบวกต่อวิชาชีพของตน เรียนอย่างมีความสุข ทำงานอย่างมีความสุข เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า และมีคุณภาพมากขึ้น  

 

ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องก้าวเข้าสู่การศึกษายุคใหม่ ที่เปิดพื้นที่การศึกษาทางเลือกเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยนอกจากเปลี่ยนการศึกษาระบบเดียวไปสู่การศึกษาที่หลากหลายเหมาะสมกับตัวผู้เรียนแล้ว สิ่งสำคัญต้องสนับสนุนทุกภาคส่วน ที่เป็นเสียงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ  มาช่วยกันสนับสนุนลงชื่อในนโยบาย...

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

 

avatar of the starter
ชนะ เสวิกุลผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 587 คน

ประเด็นรณรงค์

เด็กไทยไม่จำเป็น ต้อง “เก่งเหมือนกัน”

จะปฏิรูปการศึกษาไทยได้ ต้องใช้นโยบาย

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

                                                         

ปัญหาการศึกษาไทย ตอบได้ด้วยภาพนี้  คือ 

 

 

            1. การศึกษาทางหลัก ซึ่งหมายถึง การศึกษาที่เด็กเรียนในระบบแบบเดียวกันหมด ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนด้านวิชาการเป็นหลัก และ มีการประเมินผลแบบเดียวกันหมด คือวัดด้วยการสอบ แล้วให้คะแนนหรือเกรดนั้น ไม่สามารถตอบสนองผู้เรียนที่มีความชอบ หรือ ความถนัดที่แตกต่างกันได้ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่นเดียวกับที่ออกข้อสอบให้ปีนต้นไม้ ไม่ว่าจะเป็น ลิง   ช้าง ปลา เพนกวิน หรือ สัตว์อื่น  ก็ต้องวัดผลด้วยการปีนต้นไม้ แล้วใครจะสู้ลิงได้ ???

            2. การศึกษาทางเลือก ซึ่งหมายถึง การศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ และ เสริมสร้างทักษะ  ตามความสนใจ หรือ ความถนัดของผู้เรียน บนพื้นฐานการยอมรับว่าทุกคนย่อมมีความแตกต่างกัน  และมีการวัดประเมินผลตามสามารถ โดยไม่ใช้คะแนนหรือเกรดมาเป็นตัวชี้วัด

            แต่ปัญหาคือ การศึกษาทางเลือกนี้ ยังไม่ได้รับการยอมรับ และ การสนับสนุนจากรัฐ ให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน การศึกษาทางเลือกจึงกลายเป็นทางเลือกของการศึกษาของกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม ที่เป็นกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ทั้งๆที่มีผู้ปกครอง หรือเด็กอีกจำนวนมากที่อยากเข้ามาศึกษาในแบบการศึกษาทางเลือกนี้ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากมาขอเสนอนโยบาย

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

 

ผมไม่ได้ปฏิเสธการศึกษาทางหลัก แต่ผมขอให้ผู้เรียนมีทางเลือกทางการศึกษามากขึ้น เพราะเด็กมีความแตกต่างกัน บางคนก็เหมาะที่จะเรียนตามกระแสหลัก ส่วนบางคนก็เหมาะที่เรียนแบบทางเลือก

           

โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

            1. ภาครัฐต้องยอมรับว่าคนทุกคนมีความต่างกัน แต่มีค่าเท่าเทียมกัน  โดยต้องยกเลิกการประเมินผลแบบ เดียวกัน   เพราะเราไม่ควรประเมินผลงานช่างไม้ฝีมือเยี่ยมในแบบเดียวกับนายแพทย์ที่เก่งกาจ เพราะพวกเขามีความสามารถและทักษะที่ไม่เหมือนกัน แต่พวกเขาล้วนมีคุณค่าตามทักษะความสามารถของตัวเอง     โดยต้องต่อยอดการประเมินผลนี้ไปจนถึงระดับ มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยต้องเปิดรับนักศึกษาจากผลงานตามความสามารถที่ประเมินแล้วเห็นว่า เรียนได้ ไม่ใช่ประเมินเพียงตัวเลขจากผลการสอบเท่านั้น

                        2.  ภาครัฐต้องสนับสนุนการเรียนการสอน ตามวิธีการของการศึกษาทางเลือก

             วิธีการของการศึกษาทางเลือก

                        2.1 เด็กต้องเริ่มต้นการเรียนรู้ ผ่านการเล่น และ เรียนรู้วินัยทักษะพื้นฐานการใช้ชีวิตทั่วไป            ก่อนที่จะไปเรียนรู้ทางวิชาการ ซึ่งในโรงเรียนทางเลือกบางโรงเรียน เด็กเริ่มอ่านออกเขียนได้ตอนประมาณ ป. 3 เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่การเรียนรู้พร้อมเปิดรับเบ่งบานเต็มที่ ทำให้สามารถใช้ภาษา ใช้คำได้ดีกว่าหลายๆคนที่เริ่มเรียนตั้งแต่อนุบาลเสียอีก

                       

                        2.2 ผู้ปกครอง และ สถานที่ศึกษา ต้องช่วยเด็กค้นหาความสนใจว่าพวกเขาอยากเป็นอะไรในอนาคต โดยขั้นตอนนี้ อาจจะต้องใช้เวลากว่าที่เด็กจะรู้ตัวว่าชอบอะไร โดยอาจจะเข้าสู่ระดับประถมฯปลาย หรือ มัธยมฯต้นแล้ว   

                       และการที่เด็กจะรู้ได้ว่า ตัวเองสนใจ ชอบอะไร และจะเติบโตขึ้นไปเป็นอะไรนั้น ผู้ปกครอง คุณครูเองก็ต้องไม่ปิดกั้นโอกาสที่ให้เด็กจะได้ทดลอง และทำในสิ่งที่สนใจ เพื่อเป็นการค้นหาตัวเอง รวมถึงต้อง      ช่วยเปิดโลกของอาชีพให้เด็กได้รู้จักหลากหลายอาชีพ และทำให้รู้ว่าทุกความชอบ ทุกความถนัด และทุกความสามารถ สามารถทำเป็นอาชีพได้

 

            การศึกษาทางเลือกที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นีั หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ผมอยากให้ลองนึกภาพ โรงเรียนในภาพยนตร์ เรื่อง X-men นักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ มีความสามารถที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนไปในทางที่ถูกที่ควร พวกเขาจะกลายเป็นคนแปลกแยก ดูไร้ค่าในสังคม แต่เมื่อได้รับการเรียนรู้ ผ่านการเรียนการสอน ที่มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถของพวกเขาให้ใช้ประโยชน์ได้ เด็กเหล่านี้จะกลายเป็น ผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในที่สุด

โรงเรียน X-men อาจเป็นเพียงโรงเรียนในจินตนาการ แต่โรงเรียนทางเลือกนี้ควรเกิดขึ้นได้จริงในบ้านเมืองเรา

 

            ถ้านโยบายนี้เกิดขึ้นจริง ผลดีไม่ได้ตกอยู่กับเด็ก หรือผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติอีกด้วย

            1. เราจะได้บุคลาการที่มีความหลากหลายทางอาชีพ และ เป็นผู้ที่มีความสามารถเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ  

           

            2. เราจะได้บุคลากรที่มีความคิดเชิงบวก มีทัศนคติชิงบวกต่อวิชาชีพของตน เรียนอย่างมีความสุข ทำงานอย่างมีความสุข เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า และมีคุณภาพมากขึ้น  

 

ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศไทยต้องก้าวเข้าสู่การศึกษายุคใหม่ ที่เปิดพื้นที่การศึกษาทางเลือกเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยนอกจากเปลี่ยนการศึกษาระบบเดียวไปสู่การศึกษาที่หลากหลายเหมาะสมกับตัวผู้เรียนแล้ว สิ่งสำคัญต้องสนับสนุนทุกภาคส่วน ที่เป็นเสียงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ  มาช่วยกันสนับสนุนลงชื่อในนโยบาย...

ขอเสนอให้ กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับ และให้การสนับสนุน

การศึกษาทางเลือก ให้เทียบเท่ากับ การศึกษาทางหลัก

 

avatar of the starter
ชนะ เสวิกุลผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์

แชร์แคมเปญรณรงค์นี้

สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 23 ตุลาคม ค.ศ. 2017 แล้ว