ปรับปรุงกฏหมายเพื่อคัดกรองและควบคุมอาชีพ "คนขับแท็กซี่"

ประเด็นรณรงค์

จากกรณีที่มีให้เห็นกันอย่างมากมาย ในเหตุการณ์ที่คนขับแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร โกงมิเตอร์ ร้ายแรงไปจนถึงทำร้ายผู้โดยสาร ฆ่า ข่มขืนผู้โดยสารซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจมีทั้งที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย ทำให้เกิดคำถามในใจมาตลอด ว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์เหล่านี้จะหมดไปเสียที เมื่อไหร่จะมีใครสักคนที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้ และ วันไหนจะเป็นเราที่โดน!?

และจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น แท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสารชาวบราซิล และก่อคดีเดียวกันมาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนหน้า ภายในระยะเวลาที่ห่างกันเพียง 4-5 ปีเท่านั้น สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก คำถามแรกที่คิดได้คือ "ทำไมถึงยังปล่อยนักโทษคนนี้ออกมา" และตามมาด้วยคำถามอีกมากมาย ถึงกฏหมายการลงโทษของไทย มันทำให้ดิฉันคิดไปไกลว่า มันคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเรามีกฏหมายการคัดเลือกคนที่จะประกอบอาชีพ "ขับแท็กซี่" มีมาตรการในการลงโทษที่จริงจังและเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนก็มาขับแท็กซี่ได้อย่างในปัจจุบัน อย่างน้อยถ้าเรามีการคัดกรองตั้งแต่ต้น อาชีพนี้ก็คงจะมีคนไว้วางใจขึ้น ไม่ได้หวาดระแวงและสร้างความเสื่อมเสียมากมายขนาดเท่าที่เป็นอยู่

    แนวทางที่ดิฉันเสนอมีรายละเอียดดังนี้

  1. บังคับการฝึกอบรม มารยาท วินัย ในการบริการ และมีการสอบวัด มีใบรับรองการฝึกอบรม ที่แยกจากใบประกอบอาชีพแท็กซี่ หากไม่ผ่านการฝึกอบรม ไม่สามารถทำอาชีพขับแท็กซี่ได้ >>>> (ในปัจจุบันมีแต่การฝึกอมรมเกี่ยวกับทักษะการขับรถ และสมรรถภาพทางร่ายกาย)
  2. บังคับให้มีบัตรประจำตัวผู้ขับแท็กซี่ที่เป็นบัตรแข็งชิปการ์ด ให้เหมือนกับบัตรประชาชน เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและลงประวัติต่างๆ เช่น หากมีประวัติปฏิเสธผู้โดยสารเกิน 3 ครั้ง/เดือน โดยไม่มีเหตุอันควร พักใบประกอบวิชาชีพ หรือ เก็บอัตราค่าบริการเกินกว่าในมิเตอร์มาแล้วกี่ครั้ง จะถูกบันทึกลงในชิปการ์ด และสะสมเป็นคะแนนไปเรื่อยๆ ถ้าหากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ยึดใบประกอบวิชาชีพ 1 ปี ไม่น้อยกว่านี้ (โดยวิธีนี้อาจจะมีเครื่องกดให้คะแนนตรงที่นั่งผู้โดยสาร ลักษณะเดียวกับเครื่องกดให้คะแนนหน้าเคาน์เตอร์บริการธนาคาร และอาจต้องใช้งบประมาณในการพัฒนา) 
  3. มีการตรวจสอบสม่ำเสมอ หากไม่มีการมารายงานตัว หรือไม่มีบัตรผู้ขับขี่แท็กซี่ หรือ ไม่ได้ขับนานเกิน 6 เดือน อย่างมีนัย ยึดใบขับขี่แท็กซี่ 1 ปี ไม่น้อยกว่านี้
  4. อู่แท็กซี่ต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ผู้ขับแท็กซี่ทุกคนต้องมีประวัติทะเบียนกับอู่และกับทางกรมขนส่งเท่านั้น หากมีประวัติอยู่กับอู่ แต่ไม่ได้สอบอบรมกับทางกรมขนส่ง ไม่มีบัตรประจำตัวผู้ขับแท็กซี่ ไม่อนุญาติให้ขับแท็กซี่ หากอู่ใดฝ่าฝืน นำผู้ที่ยังไม่ผ่านการอบรมมาขับแท็กซี่ อู่นั้นจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด
  5. มีมาตรการที่ลงโทษอย่างเด็ดขาด ในกรณีความผิดไม่ร้ายแรง พักใบประกอบอาชีพไม่น้อยกว่า 1 ปี และกรณีร้ายแรง ยึดใบประกอบอาชีพถาวร ห้ามทำอาชีพขับแท็กซี่อีกต่อไป
  6. ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ติดกล้องวงจรปิดภายในห้องโดยสารและมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต สำหรับรุ่นที่ผลิตขึ้นเพื่อแท็กซี่โดยเฉพาะ (เพื่อป้องกันการดัดแปลงจากผู้ประกอบการ / ข้อนี้ดิฉันเพียงหวังไว้ลึกๆ และจะยังหวังต่อไป)

ทั้งหมดที่ดิฉันกล่าวมา ก็เพียงหวังให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการแท็กซี่มาตลอด และทุกครั้งที่โบกแท็กซี่ จะต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลง?

เราต้องทนดูข่าวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? เราจะต้องระแวงว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเราเมื่อไหร่? ทั้งที่ประเทศไทยเรามีกำลังขับเคลื่อนมากมายที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ที่จะผลักดันและสร้างให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นได้ แต่เพราะอะไรถึงยังไม่เกิดขึ้นสักที ดิฉันหวังว่า สิ่งที่ดิฉันได้บอกไป อาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ในการช่วยพัฒนาระบบแท็กซี่ไทยค่ะ 

   

avatar of the starter
ธัญญาภรณ์ กาบโพพุฒผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 12,542 คน

ประเด็นรณรงค์

จากกรณีที่มีให้เห็นกันอย่างมากมาย ในเหตุการณ์ที่คนขับแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร โกงมิเตอร์ ร้ายแรงไปจนถึงทำร้ายผู้โดยสาร ฆ่า ข่มขืนผู้โดยสารซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอาจมีทั้งที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย ทำให้เกิดคำถามในใจมาตลอด ว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์เหล่านี้จะหมดไปเสียที เมื่อไหร่จะมีใครสักคนที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้ และ วันไหนจะเป็นเราที่โดน!?

และจากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น แท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสารชาวบราซิล และก่อคดีเดียวกันมาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนหน้า ภายในระยะเวลาที่ห่างกันเพียง 4-5 ปีเท่านั้น สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก คำถามแรกที่คิดได้คือ "ทำไมถึงยังปล่อยนักโทษคนนี้ออกมา" และตามมาด้วยคำถามอีกมากมาย ถึงกฏหมายการลงโทษของไทย มันทำให้ดิฉันคิดไปไกลว่า มันคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเรามีกฏหมายการคัดเลือกคนที่จะประกอบอาชีพ "ขับแท็กซี่" มีมาตรการในการลงโทษที่จริงจังและเด็ดขาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนก็มาขับแท็กซี่ได้อย่างในปัจจุบัน อย่างน้อยถ้าเรามีการคัดกรองตั้งแต่ต้น อาชีพนี้ก็คงจะมีคนไว้วางใจขึ้น ไม่ได้หวาดระแวงและสร้างความเสื่อมเสียมากมายขนาดเท่าที่เป็นอยู่

    แนวทางที่ดิฉันเสนอมีรายละเอียดดังนี้

  1. บังคับการฝึกอบรม มารยาท วินัย ในการบริการ และมีการสอบวัด มีใบรับรองการฝึกอบรม ที่แยกจากใบประกอบอาชีพแท็กซี่ หากไม่ผ่านการฝึกอบรม ไม่สามารถทำอาชีพขับแท็กซี่ได้ >>>> (ในปัจจุบันมีแต่การฝึกอมรมเกี่ยวกับทักษะการขับรถ และสมรรถภาพทางร่ายกาย)
  2. บังคับให้มีบัตรประจำตัวผู้ขับแท็กซี่ที่เป็นบัตรแข็งชิปการ์ด ให้เหมือนกับบัตรประชาชน เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและลงประวัติต่างๆ เช่น หากมีประวัติปฏิเสธผู้โดยสารเกิน 3 ครั้ง/เดือน โดยไม่มีเหตุอันควร พักใบประกอบวิชาชีพ หรือ เก็บอัตราค่าบริการเกินกว่าในมิเตอร์มาแล้วกี่ครั้ง จะถูกบันทึกลงในชิปการ์ด และสะสมเป็นคะแนนไปเรื่อยๆ ถ้าหากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ยึดใบประกอบวิชาชีพ 1 ปี ไม่น้อยกว่านี้ (โดยวิธีนี้อาจจะมีเครื่องกดให้คะแนนตรงที่นั่งผู้โดยสาร ลักษณะเดียวกับเครื่องกดให้คะแนนหน้าเคาน์เตอร์บริการธนาคาร และอาจต้องใช้งบประมาณในการพัฒนา) 
  3. มีการตรวจสอบสม่ำเสมอ หากไม่มีการมารายงานตัว หรือไม่มีบัตรผู้ขับขี่แท็กซี่ หรือ ไม่ได้ขับนานเกิน 6 เดือน อย่างมีนัย ยึดใบขับขี่แท็กซี่ 1 ปี ไม่น้อยกว่านี้
  4. อู่แท็กซี่ต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ผู้ขับแท็กซี่ทุกคนต้องมีประวัติทะเบียนกับอู่และกับทางกรมขนส่งเท่านั้น หากมีประวัติอยู่กับอู่ แต่ไม่ได้สอบอบรมกับทางกรมขนส่ง ไม่มีบัตรประจำตัวผู้ขับแท็กซี่ ไม่อนุญาติให้ขับแท็กซี่ หากอู่ใดฝ่าฝืน นำผู้ที่ยังไม่ผ่านการอบรมมาขับแท็กซี่ อู่นั้นจะต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียด
  5. มีมาตรการที่ลงโทษอย่างเด็ดขาด ในกรณีความผิดไม่ร้ายแรง พักใบประกอบอาชีพไม่น้อยกว่า 1 ปี และกรณีร้ายแรง ยึดใบประกอบอาชีพถาวร ห้ามทำอาชีพขับแท็กซี่อีกต่อไป
  6. ผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ติดกล้องวงจรปิดภายในห้องโดยสารและมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต สำหรับรุ่นที่ผลิตขึ้นเพื่อแท็กซี่โดยเฉพาะ (เพื่อป้องกันการดัดแปลงจากผู้ประกอบการ / ข้อนี้ดิฉันเพียงหวังไว้ลึกๆ และจะยังหวังต่อไป)

ทั้งหมดที่ดิฉันกล่าวมา ก็เพียงหวังให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้น ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการแท็กซี่มาตลอด และทุกครั้งที่โบกแท็กซี่ จะต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนแปลง?

เราต้องทนดูข่าวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? เราจะต้องระแวงว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเราเมื่อไหร่? ทั้งที่ประเทศไทยเรามีกำลังขับเคลื่อนมากมายที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ที่จะผลักดันและสร้างให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นได้ แต่เพราะอะไรถึงยังไม่เกิดขึ้นสักที ดิฉันหวังว่า สิ่งที่ดิฉันได้บอกไป อาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ในการช่วยพัฒนาระบบแท็กซี่ไทยค่ะ 

   

avatar of the starter
ธัญญาภรณ์ กาบโพพุฒผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

กรมการขนส่ง
กรมการขนส่ง
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 27 เมษายน ค.ศ. 2017 แล้ว