เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยุบ ขสมก.

ประเด็นรณรงค์

ยกระดับรถเมล์ไทยได้...ต้อง “ยุบ” ขสมก.

เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยุบ ขสมก.  แล้วสั่งการให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

            ทั้งๆ ที่รถประจำทาง หรือรถเมล์นั้นเป็นส่วนสำคัญของชีวิตคนกรุงเทพ แต่แปลกไหมว่า...ตลอดกว่าสี่สิบปีที่ผ่านมามันกลับไม่ได้ถูกพัฒนา  เพราะปัญหามันมาตั้งแต่ราก  !!!

ที่ปัจจุบัน ระบบรถเมล์ไทยห่วย ไม่ได้มาจากเราไม่มีความสามารถด้าน เทคโนโลยี แต่มาจากความล้มเหลวของโครงสร้างการจัดการภาครัฐ

 ปัญหาคืออะไร?

ปัญหา คือ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่แท้จริง ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก็ผลักภาระความรับผิดชอบ เพราะรถเมล์มีหน่วยงานที่ดูแลร่วมกันอยู่หลายฝ่าย ดังนี้

ส่วนที่ 1 :  เส้นทาง และ รถเมล์  มี 2 หน่วยงานดูแล คือ “กรมการขนส่งทางบก”  กำหนด และ ให้ใบอนุญาตเส้นทางรถเมล์ทั้งหมด แก่ ขสมก.​ ดังนั้น ขสมก. จึงมีหน้าที่รับเส้นทางมาบริหารจัดการโดย ขสมก. เลือกเส้นทางบางสายมาให้บริการเอง ส่วนเส้นทางบางสายให้เอกชนเข้ามาร่วม โดยเก็บค่าเส้นทาง

 ส่วนที่ 2 : ป้ายรถเมล์  และ ศาลารอนั่ง ก็มี  3หน่วยงานช่วยกันดูแล คือ “กรมการขนส่งทางบก”  กำหนดจุดปักป้าย จากนั้น “กทม.” นำป้ายไปปัก แต่ถ้าเป็นถนนเส้นหลักที่ออกนอกเมือง “กรมทางหลวง”จะเป็นคนดูแล ซึ่งบางครั้งก็เกิดปัญหา

สามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี้

ซึ่งได้นำเสนอผ่านผ่านรายการ นโยบาย by ประชาชน ทางช่อง Thai PBS

ใครที่สามารถ “ปฏิวัติรถเมล์ไทย” ได้ ? 


คำตอบ : นายกรัฐมนตรี  เพราะเรื่องของรถเมล์นั้นมีหน่วยงานอยู่ภายใต้ 2 หน่วยงานใหญ่ (กรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคม) นายกรัฐมนตรี ต้องนั่งหัวโต๊ะและสั่งการยุบ ขสมก. แล้วมอบหน้าที่ความรับผิดชอบนี้ให้กับ กทม.

            เพราะ โดยหลักๆ ขสมก. มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องรถเมล์มากที่สุด แต่กลับไม่มีอำนาจ,งบประมาณ และความสามารถในการพัฒนารถเมล์ จึงจำเป็นต้อง “ยุบ ขสมก.” ก่อน แล้วให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบมีอำนาจเต็ม

ทำไมต้องให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

 1.เมื่อการเดินทางเป็น 1ในส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตประจำวันของ คนกรุงเทพ ก็ควรจะให้การเดินทางของคนกรุงเทพเป็น 1 ในความรับผิดชอบของผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
เพื่อสร้าง ความเท่าเทียมในสังคม คือ เมื่อทุกถ้าคนมีรถเดินทางได้ , คนไม่มีรถก็ต้องเดินทางได้เหมือนกัน
ตัวอย่างเมืองที่ ระบบขนส่งมวลชนเป็น1 ในหน้าที่ของผู้ว่าเมือง ลอนดอน อังกฤษ,โซล เกาหลีใต้

 2. ป้าย และ ศาลารอรถเมล์เกือบทั้งหมด เป็นของ กทม. ในการจัดทำ แผนที่ ที่ป้ายรถเมล์ หรือที่นับถอดหลังรถเข้าป้าย ก็สามารถทำได้โดยไม่ติดอำนาจทับซ้อนหน่วยงานอื่น

3. เพราะการจะปฏิวัติรถเมล์ มันก็ต้องใช้เงิน ภาษีรถยนต์ส่วนบุคคลของกทม. ซึ่งกทม.เป็นผู้จัดสรรอยู่ สามารถนำมาบริหารจัดการรถเมล์ได้ เพราะตอนนี้ ขสมก. ขาดทุนสะสมอยู่กว่าแสนล้าน ถึงเป็นได้ยากมาก ที่ขสมก.จะพัฒนาอะไร

 

สรุป           
คือการที่  กทม. จะมีทั้งอำนาจในการจัดการ  100  % และงบประมาณในการพัฒนา ผมเชื่อว่า รถเมล์ในกรุงเทพมหานคร จะต้องถูกยกระดับขึ้น  ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ คือ        

            1. รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน นั่นหมายถึง การมีรถเมล์ที่มีเคาน์ดาวน์ เพื่อให้คนที่รอรถเมล์รู้ว่าต้องรออีกนานแต่ไหนกว่ารถเมล์ จะมาถึง เพราะการรอนานไม่ใช่ปัญหา  แต่ต้องการรออยากมีจุดหมาย...

            2. รู้ว่าไปไหน ในเมื่อป้ายรถเมล์เป็นของกรุงเทพอยู่แล้ว กรุงเทพฯสามารถทำแผนที่ระบุสายรถเมล์ที่ผ่าน และจอดรับ รวมถึงบอกเส้นทางที่สายๆนั้นผ่านอย่างชัดเจน

           3.ลดความทับซ้อนของการ บริหารงาน ให้น้อยลง ทำให้คุณภาพการบริการมากขึ้น

          4.ระบบรถเมล์ไทยจะได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเต็ม แล้วรถเมล์ยังห่วยอยู่ เราก็จะได้เลือกตั้งผู้ว่าคนใหม่ คนที่มีความสามารถ ในการจัดการปัญหาได้ ในอีก4ปัถัดไป

             ที่ผ่านมา ประเทศของเราพยายามแก้ปัญหารถด้วยการทำให้ รถวิ่งได้มากขึ้น(ขยายถนน-สร้าง ทางด่วน ฯลฯ) แต่ผลลัพธ์ ที่ได้คือกรุงเทพฯกลายเป็นเมืองที่มีรถติดที่สุดในโลก ถึงเวลาที่เราต้องตั้งคำถามใหม่

จาก “ทำอย่างไรให้รถสามารถวิ่งบนถนนได้มากขึ้น?”
เป็น “ทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์?”


มีIdea อยากเห็นรถเมล์ไทยดีขึ้นเข้าไปคุยกันได้ ที่นี้

นโยบาย : เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยุบ ขสมก. แล้วสั่งการให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

#นโยบาย by ประชาชน

avatar of the starter
อธิบดี เขมะประสิทธิ์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 389 คน

ประเด็นรณรงค์

ยกระดับรถเมล์ไทยได้...ต้อง “ยุบ” ขสมก.

เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยุบ ขสมก.  แล้วสั่งการให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

            ทั้งๆ ที่รถประจำทาง หรือรถเมล์นั้นเป็นส่วนสำคัญของชีวิตคนกรุงเทพ แต่แปลกไหมว่า...ตลอดกว่าสี่สิบปีที่ผ่านมามันกลับไม่ได้ถูกพัฒนา  เพราะปัญหามันมาตั้งแต่ราก  !!!

ที่ปัจจุบัน ระบบรถเมล์ไทยห่วย ไม่ได้มาจากเราไม่มีความสามารถด้าน เทคโนโลยี แต่มาจากความล้มเหลวของโครงสร้างการจัดการภาครัฐ

 ปัญหาคืออะไร?

ปัญหา คือ ไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่แท้จริง ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาก็ผลักภาระความรับผิดชอบ เพราะรถเมล์มีหน่วยงานที่ดูแลร่วมกันอยู่หลายฝ่าย ดังนี้

ส่วนที่ 1 :  เส้นทาง และ รถเมล์  มี 2 หน่วยงานดูแล คือ “กรมการขนส่งทางบก”  กำหนด และ ให้ใบอนุญาตเส้นทางรถเมล์ทั้งหมด แก่ ขสมก.​ ดังนั้น ขสมก. จึงมีหน้าที่รับเส้นทางมาบริหารจัดการโดย ขสมก. เลือกเส้นทางบางสายมาให้บริการเอง ส่วนเส้นทางบางสายให้เอกชนเข้ามาร่วม โดยเก็บค่าเส้นทาง

 ส่วนที่ 2 : ป้ายรถเมล์  และ ศาลารอนั่ง ก็มี  3หน่วยงานช่วยกันดูแล คือ “กรมการขนส่งทางบก”  กำหนดจุดปักป้าย จากนั้น “กทม.” นำป้ายไปปัก แต่ถ้าเป็นถนนเส้นหลักที่ออกนอกเมือง “กรมทางหลวง”จะเป็นคนดูแล ซึ่งบางครั้งก็เกิดปัญหา

สามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี้

ซึ่งได้นำเสนอผ่านผ่านรายการ นโยบาย by ประชาชน ทางช่อง Thai PBS

ใครที่สามารถ “ปฏิวัติรถเมล์ไทย” ได้ ? 


คำตอบ : นายกรัฐมนตรี  เพราะเรื่องของรถเมล์นั้นมีหน่วยงานอยู่ภายใต้ 2 หน่วยงานใหญ่ (กรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคม) นายกรัฐมนตรี ต้องนั่งหัวโต๊ะและสั่งการยุบ ขสมก. แล้วมอบหน้าที่ความรับผิดชอบนี้ให้กับ กทม.

            เพราะ โดยหลักๆ ขสมก. มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องรถเมล์มากที่สุด แต่กลับไม่มีอำนาจ,งบประมาณ และความสามารถในการพัฒนารถเมล์ จึงจำเป็นต้อง “ยุบ ขสมก.” ก่อน แล้วให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบมีอำนาจเต็ม

ทำไมต้องให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

 1.เมื่อการเดินทางเป็น 1ในส่วนที่สำคัญที่สุดของชีวิตประจำวันของ คนกรุงเทพ ก็ควรจะให้การเดินทางของคนกรุงเทพเป็น 1 ในความรับผิดชอบของผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
เพื่อสร้าง ความเท่าเทียมในสังคม คือ เมื่อทุกถ้าคนมีรถเดินทางได้ , คนไม่มีรถก็ต้องเดินทางได้เหมือนกัน
ตัวอย่างเมืองที่ ระบบขนส่งมวลชนเป็น1 ในหน้าที่ของผู้ว่าเมือง ลอนดอน อังกฤษ,โซล เกาหลีใต้

 2. ป้าย และ ศาลารอรถเมล์เกือบทั้งหมด เป็นของ กทม. ในการจัดทำ แผนที่ ที่ป้ายรถเมล์ หรือที่นับถอดหลังรถเข้าป้าย ก็สามารถทำได้โดยไม่ติดอำนาจทับซ้อนหน่วยงานอื่น

3. เพราะการจะปฏิวัติรถเมล์ มันก็ต้องใช้เงิน ภาษีรถยนต์ส่วนบุคคลของกทม. ซึ่งกทม.เป็นผู้จัดสรรอยู่ สามารถนำมาบริหารจัดการรถเมล์ได้ เพราะตอนนี้ ขสมก. ขาดทุนสะสมอยู่กว่าแสนล้าน ถึงเป็นได้ยากมาก ที่ขสมก.จะพัฒนาอะไร

 

สรุป           
คือการที่  กทม. จะมีทั้งอำนาจในการจัดการ  100  % และงบประมาณในการพัฒนา ผมเชื่อว่า รถเมล์ในกรุงเทพมหานคร จะต้องถูกยกระดับขึ้น  ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ คือ        

            1. รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน นั่นหมายถึง การมีรถเมล์ที่มีเคาน์ดาวน์ เพื่อให้คนที่รอรถเมล์รู้ว่าต้องรออีกนานแต่ไหนกว่ารถเมล์ จะมาถึง เพราะการรอนานไม่ใช่ปัญหา  แต่ต้องการรออยากมีจุดหมาย...

            2. รู้ว่าไปไหน ในเมื่อป้ายรถเมล์เป็นของกรุงเทพอยู่แล้ว กรุงเทพฯสามารถทำแผนที่ระบุสายรถเมล์ที่ผ่าน และจอดรับ รวมถึงบอกเส้นทางที่สายๆนั้นผ่านอย่างชัดเจน

           3.ลดความทับซ้อนของการ บริหารงาน ให้น้อยลง ทำให้คุณภาพการบริการมากขึ้น

          4.ระบบรถเมล์ไทยจะได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเต็ม แล้วรถเมล์ยังห่วยอยู่ เราก็จะได้เลือกตั้งผู้ว่าคนใหม่ คนที่มีความสามารถ ในการจัดการปัญหาได้ ในอีก4ปัถัดไป

             ที่ผ่านมา ประเทศของเราพยายามแก้ปัญหารถด้วยการทำให้ รถวิ่งได้มากขึ้น(ขยายถนน-สร้าง ทางด่วน ฯลฯ) แต่ผลลัพธ์ ที่ได้คือกรุงเทพฯกลายเป็นเมืองที่มีรถติดที่สุดในโลก ถึงเวลาที่เราต้องตั้งคำถามใหม่

จาก “ทำอย่างไรให้รถสามารถวิ่งบนถนนได้มากขึ้น?”
เป็น “ทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องมีรถยนต์?”


มีIdea อยากเห็นรถเมล์ไทยดีขึ้นเข้าไปคุยกันได้ ที่นี้

นโยบาย : เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ยุบ ขสมก. แล้วสั่งการให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ

#นโยบาย by ประชาชน

avatar of the starter
อธิบดี เขมะประสิทธิ์ผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

นายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี
ทําเนียบรัฐบาล
ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
กระทรวงคมนาคม
อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 18 กันยายน ค.ศ. 2017 แล้ว