Climate Strike Thailand: Declare Climate Emergency and make Bangkok carbon-neutral

0 have signed. Let’s get to 1,000!


(English below)

สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นกำลังเผชิญกับวิกฤติ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก  ถึงเวลาแล้วที่ต้องประกาศให้ภาวะโลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉิน  ในขณะที่ประชาชนในหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นความลำบากที่ชุมชนริมทะเลต้องเจอจากภาวะน้ำทะเลขึ้นสูง หรือมลภาวะทางอากาศอันเลวร้ายที่ชาวภาคเหนือต้องเผชิญ เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯกลับยังไม่มีท่าทีจะสนใจรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (carbon-neutral)  ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทย กรุงเทพมหานคร และองค์กรภาครัฐอื่น ๆ จะต้องดูแลบ้านเมืองโดยเอาชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อมยึดเป็นสำคัญ มากกว่าผลประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการเมือง

ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะมีอากาศบริสุทธิ์หายใจและมีชีวิตที่ดี ซึ่งนั่นคือหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องออกนโยบาย กฎหมาย และ กฎระเบียบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เศรษกิจ ภาคอุตสาหกรรม องค์กรทั้งหลาย รวมถึงเมืองต่าง ๆ ในประเทศสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  เริ่มต้นจากการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองปลอดพลังงานฟอสซิล เพื่อจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และป้องกันการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกซึ่งส่งผลให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงมากขึ้น

เพื่อให้การจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีประสิทธิภาพสูงสุด พวกเรามีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้: 

  1. ประกาศภาวะโลกร้อนเป็นภาวะฉุกเฉินเพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่ารัฐจะจัดการกับปัญหา โดยหาวิธีจัดการที่เหมาะสม ทำได้จริง วัดผลได้ และทันท่วงทีที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเตรียมพร้อมสู่การปรับตัวเพื่อลดแรงกระทบจากภาวะโลกร้อน
    1. มีการวางแผนอย่างครอบคลุมเพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบ และร่วมวางแผนกับนานาชาติ เพื่อจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงจัดสรรงบประมาณไว้อย่างเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนแปลง
  2. เนื่องจากกรุงเทพฯมีสภาพการจราจรและสภาพอากาศที่แย่ที่สุดในโลก จึงต้องมีการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะอย่างจริงจัง
    1. ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบนดิน รถประจำทาง และเรือประจำทาง เพื่อรองรับอุปสงค์การใช้ขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น
    2. เพิ่มช่องทางการเข้าถึงขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกยิ่งขึ้น
    3. จัดการการจราจรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
  3. ทางกรุงเทพมหานครเคยกล่าวถึงนโยบายพลังงานหมุนเวียนมาบ้างแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีการจัดการจริงจังเพียงใด จึงขอให้รัฐเปลี่ยนแหล่งพลังงานของเมืองมาเป็นพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด
    1. ยกเลิกการให้สัมปทานกับธุรกิจพลังงานฟอสซิล เพื่อยกเลิกการใช้พลังงานฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคพลังงาน
    2. หันไปลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม 
    3. บังคับให้มีการติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารทั้งหมด ทั้งของภาครัฐและเอกชน
    4. บังคับให้อาคารทั้งหมด ทั้งของภาครัฐและเอกชน มีมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น ใช้หลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เป็นต้น
      เปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดไปใช้พลังงานไฟฟ้า
    5. เพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้คนหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น
  4. เนื่องจากชาวกรุงเทพฯคุ้นชินกับการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง รวมถึงความสะดวกสบายอื่น ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม รัฐจึงต้องสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดธุรกิจและรูปแบบวิถีชีวิตที่ยั่งยืนเพื่อผลักดันให้เกิดสังคมไร้ขยะ มีคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และเกิดเศรฐกิจหมุนเวียน
  5. กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวให้เพียงคนละ 3.3 ตารางเมตร ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ให้คนละ 66.2 ตารางเมตร ดังนั้นรัฐต้องเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อคนให้แก่ชาวกรุงเทพมหานคร
    1. เพิ่มจำนวนสวนสาธารณะทั่วเมือง
    2. เพิ่มทางรถจักรยานและทางเท้าที่ปลอดภัย รวมถึงเขตปลอดรถยนต์ให้มากขึ้น
    3. เปลี่ยนพื้นที่หลังคาปูนให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อลดภาวะ “เกาะความร้อน” ในเมือง
    4. เปลี่ยนพื้นที่ว่าง เช่น พื้นที่ริมถนน เกาะกลางถนน และกำแพงอาคารต่าง ๆ ให้เป็นพื้นที่สีเขียว

ในขณะที่ประชาชนทั่วไปอย่างพวกเรากำลังช่วยในส่วนช่วยได้ ด้วยการบริโภคอย่างฉลาดและไม่ฟุ่มเฟือย พวกเราก็ต้องการการสนับสนุนจากรัฐมากกว่านี้เพื่อเอื้อให้พวกเรามีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ได้อย่างยั่งยืนในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร  รัฐบาลไทย และกรุงเทพฯไม่สามารถจะมองข้ามสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตของคนกรุงเทพฯและคนไทยทุกคนได้อีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับที่ผู้นำทั่วโลกก็ไม่สามารถมองข้ามสัญญาณเตือนภัยที่โลกส่งมาให้เราทุกวันได้อีกต่อไป

Thailand, like every country in the world, is now facing environmental destruction--a Climate Emergency needs to be declared. While the rest of Thailand's population suffers the consequences of rapid climate change--whether from rising sea levels for coastal communities or worsening air pollution up North--its capital Bangkok continues to neglect any responsibilities to follow sustainable development and become a carbon-neutral city. It is about time the Thai government, Bangkok Metropolitan Administration and all other departments involved to consider the livelihood of its citizens and the environment over industrial, economic and political benefits.

We all deserve the right to breathe clean air and live healthy lifestyles, and it is the government's duty to take serious action in its policies, laws and regulations to shift our economy, corporations, cities and industries to a cleaner, greener future. This starts by entirely shifting to a city free of fossil fuels to limit carbon emissions and any further temperature increase contributing to climate change effects.

To most effectively limit carbon emissions, we demand the following:

  1. DECLARE CLIMATE EMERGENCY to demonstrate concrete commitment to addressing climate change and implementing immediate, feasible, and measurable plans to reduce carbon emissions and create resiliency for an adaptation phase to mitigate climate change effects:
    1. Engage in comprehensive planning to anticipate impacts and participate in global planning to counter these changes and adequately fund adaptation.
  2. Bangkok has had one of the worst traffic and air pollution in the world. IMPROVE PUBLIC TRANSPORTATION SYSTEM:
    1. Improving efficiency of existing public transit networks including subways, skytrains, buses and boats to increase capacity and support increased demand
    2. Increasing accessibility of public transportation routes to enable more people to convenient use shared commute
    3. Managing traffic more effectively to reduce congestion and idling which also create air pollution
  3. Bangkok has talked about renewable energy policies, but is it actually committing to it? SHIFT TO CLEAN, RENEWABLE ENERGY SOURCES to power the city:
    1. Divest from fossil fuels for industries, transportation and energy
      Incorporate renewable energy sources such as solar and wind power
    2. Require all public and private buildings and rooftops to install solar panels
    3. Require all public and private buildings to change to energy-efficient lights, insulation, etc.
    4. Convert all public transportation modes to electric vehicles
      Increase e-charging facilities to encourage more demand of electric vehicles
  4. Bangkokians are too familiar with the cheap single-use plastic and other environmentally-damaging conveniences. CREATE INCENTIVES FOR SUSTAINABLE BUSINESSES AND LIFESTYLES to promote zero-waste, zero or neutral carbon, and circular economy
  5. Bangkok has only 3.3 sq. m. of green space per capita, while Singapore has 66.2. INCREASE GREEN SPACE RATIO in the city:
    1. Increase number of public parks distributed throughout the city
    2. Increase green bike-lanes, pedestrian and car-free zones
    3. Transform concrete rooftops to green space to reduce urban heat island effect
    4. Turn all vacant spaces such as roadsides, traffic islands and building walls to green spaces

While all individuals can do their part in consuming less and wisely, we need better systems to support our sustainable lifestyles in a metropolis like Bangkok to be able to continue with our normal lives. The Thai government and BMA can no longer continue with their negligence in providing such basic rights of living for Bangkokians and all Thai citizens, just as all world leaders can no longer ignore the warning signs our planet gives away every single day.


Want to share this petition?