ยกเลิกExitExamมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 200 คน!


เราเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อนำความรู้ความสามารถทางวิชาชีพในด้านที่เราสนใจไปพัฒนาประเทศชาติและสังคม 

แต่มหาวิทยาลัยยังบังคับให้เราท่องจำแขนงวิชา คล้ายกับวิชาสมัยมัธยมปลายเพื่อสอบจบ 

ในขณะที่โลกใบนี้กำลังเข้าสู่ยุคdata ยุคที่เราจะได้รับข้อมูลมหาศาลและรวดเร็ว ยุคที่ใครๆก็เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ตนเองสนใจได้เพียงปลายนิ้ว ยุคที่เทคโนโลยีกำลังจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ 

  1. วิชาภาษาอังกฤษทั้งๆที่ขณะเรียนในหลักสูตรก็ใช้การเรียนการสอบในแต่ละวิชาเป็นภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีของประเทศที่พัฒนาแล้วกำลังสร้างเทคโนโลยี่เพื่อให้ภาษาไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ต้องมาเสียเวลาเรียน เพราะเห็นว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ทั้งหมดที่เราจะไปเผชิญโลกภายนอก ต่อไปมีภาษาจีน เยอรมัน ฝรังเศส เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งมีความสำคัญเท่าๆกัน ขึ้นอยู่กับความสนใจและแนวทางของแต่ละคน แต่ถ้าหากคุณเชียวชาญภาษาจีนจนพอที่จะทำงานดีๆสักแห่งหรือสามารถทำการค้าขายกับเอกชนในประเทศจีนได้ เอาชีวิตรอดเชียวชาญด้านภาษาจีน หากคุณไม่ผ่านวิชาภาษาอังกฤษก่อนจบคุณไม่ต้องรับปริญญา เทอมก่อนจบคุณอย่าใช้เวลาเต็มที่กับภาษาจีน อย่าใช้เวลาหางานหรือตลาดดีๆของประเทศจีน คุณมาอ่านภาษาอังกฤษสอบExitExamแม้คุณจะสื่อสารกับชาวอเมริกันรู้เรื่องแต่คุณทำ error gramma ไม่ได้ก็ไม่ต้องรับปริญญา 
  2. วิชาความรอบรู้ในเรื่องโลกาภิวัตน์ การมีโลกทัศน์การใช้วิจารณญาณและวิสัยทัศน์ต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน มันคือวิชาสังคมศึกษาขั้นสูงรู้รอบโลกนั่นเอง ใครเป็นเลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน ใครคือนายกอังกฤษ เป็นต้น (55555ขออนุญาติขำ) คำถามแนวนี้สุดท้ายได้ใช้แค่ในห้องสอบแต่ต้องท่องจำชื่อไปเป็นสอบคน ครั้งสุดท้ายที่คุณต้องกล่าวชื่อปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เมื่อไหร? ไม่ใช่ในห้องสอบหรือ โชคดีหน่อยอาจจะได้ตอบในรายการเกมเศรษฐี นายกอังกฤไม่ได้เป็นตลอดชีพนะครับ เขามีวาระ เช่นเดียวกับเลขาธิการอาเซียน นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เห็นในระบบการศึกษาไทยแม้แต่ระดับอุดมศึกษา คือการสอนให้ใช้สมองเปลืองซึ่งหมายความว่าต้องสูญเสียเวลาอันมีค่าด้วย ทั้งๆที่ยุคสมัยเปลี่ยนเพราะมนุษย์สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาซับพอตเพื่อความสะดวกรวดเร็ว คือให้เรื่องรอบตัวง่าย ในขณะที่การศึกษาไทยต้องยากต้องจำในสิ่งที่(อาจจะมีประโยชน์ในภายภาคหน้า)ไร้ประโยชน์มากในความเป็นจริง นี่ยังไม่รวมข่าวสารทางวิทยาศาสตร์ รางวัลโนเบล กล่าวคือคุณจะรู้และเชียวชาญเฉพาะด้านที่คุณสนใจเรียนและใช้เวลาเพื่อเป็นเลิศในสิ่งนั้นไม่ได้ คุณต้องเอาเวลาที่จะไปพัฒนาตนเองให้เชียวชาญในด้านที่คุณสนใจอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องไปสู่รู้ทุกๆเรื่องในโลกใบนี้แล้วท่องจำด้วย ไม่เช่นนั้นไม่ต้องเอาปริญญา "แก่เป็นนกหรอ จะหัดบินอย่างเดียวได้ไง แกต้องรู้ด้วยว่าปลาว่ายน้ำยังไง ทรงตัวแบบไหน แล้วอย่าลืมวิธีปีนต้นไม้แบบที่ลิงเขาปีนกันหล่ะ ออ รวมถึงเวลาไหนสิงโตล่าเหยื่อด้วย" ครับแล้วทำไมนกป่าข้างๆเขาเอาเวลาไปหากิ่งไม้เหมาะๆทำรังกันแล้วผมยังต้องมาดูว่าลิงมีวิธีปีนต้นไม้กี่รูปแบบ สิงโตออกล่าบ่ายสามถึงหกโมง
  3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สอบเกี่ยวกับ window Ms-word/excel/powerpoit อะไรเป็นฮาดแวร์ ซอพแวร์ กลับไปอ่านข้อสองเหตุผลคล้ายๆกัน 

สุดท้ายแล้ว ระบบการศึกษาแบบนี้ใช่หรือไม่ที่จะเอามาเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศชาติในขณะที่โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคที่มนุษย์จะมีอาชีพได้ต้องเชียวชาญหรือเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่งหรือมีความสุขกับสิ่งที่ตนเองรักตนเองชอบไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน เรากำลังจะสร้างมนุษย์ยนต์ทั้งๆที่รู้ว่าไม่อาจจะสู้หุ้นยนต์AIที่จะเริ่มมีบทบาทขึ้นในอนาคต

พลังของนักศึกษาที่จะช่วยกันเปลี่ยนหากเราไม่ทำอะไรเลย ไม่เริ่มอะไรเลย รุ่นน้อง รุ่นหลังๆก็จะได้รับผลกระทบมากที่สุดที่จะอยู่ในยุคสมัยแห่งระบอบExitExamขณะที่โลกเขาอยู่ในยุคdata 

ช่วยๆกันออกเสียงเพื่อวันข้างหน้าของลูกเรา สังคมเรา ประเทศเรา 

มาลงชื่อ พูดคุย แสดงทัศนะของเราให้มหาวิทยาลัยรู้กันเถอะ 



นักศึกษาตัวเล็ก กำลังรอให้คุณช่วย

นักศึกษาตัวเล็ก อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«่ฟ้าหลวง : ยกเลิกExitExamมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง» คุณสามารถร่วมกับ นักศึกษาตัวเล็ก และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 181 คน ได้แล้วตอนนี้เลย