เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 25,000 คน!
หากถึง25,000รายชื่อแคมเปญนี้จะเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีคนที่ลงชื่อมากที่สุดบน Change.org
We’re all voters: เลือกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องเกิดขึ้นจริง ได้สร้างแคมเปญรณรงค์นี้ร้องเรียน พรรคการเมือง

ขณะนี้การเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ผานไปแล้วและบรรยากาศหลังการเลือกตั้งเต็มไปด้วยความหวัง แต่อีก 76 จังหวัดทั่วประเทศไทยยังคงมีผู้ว่าฯ แบบแต่งตั้ง  เราอยากเลือกตั้งผู้ว่าฯ ของเราเองเช่นกัน และอยากเห็นทุกพรรคการเมืองบรรจุการแก้ไข รธน.ให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้ทั่วประเทศ เป็นนโยบายพรรคก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า มีเหตุผลมากมายที่เราควรเลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้เอง ดังนี้ 

1. เกิดการแข่งขันเสนอนโยบายที่เหมาะสมตามแต่ละพื้นที่

ภารกิจส่วนใหญ่ของผู้ว่าฯ แต่งตั้งนั้นมักผูกกับส่วนกลาง เราอยากเห็นคนมีศักยภาพมาเเข่งขันกันนำเสนอนโยบายที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะสมกับการอยู่บ้านเกิด ไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

เช่นมีโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีหลักสูตรเหมาะสม มีหลักสูตรสอนการทำเกษตรอย่างมีคุณภาพและมีแนวนโยบายปฏิรูปที่ดินกระทั่งการกู้เงินเพื่อเพาะปลูกอย่างเป็นธรรมในจังหวัดที่เน้นการทำเกษตร  มีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพในจังหวัดที่เน้นการท่องเที่ยว เป็นต้น เราเชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ประชาชนแต่ละพื้นที่จะมีคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างกันมากและมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน

2. เกิดการกระจายทรัพยากรที่ทั่วถึง

เราเชื่อว่าประชาชนพร้อมจะเสียภาษี ถ้ารู้ว่าเงินที่จ่ายไปได้ทำประโยชน์ให้ท้องถิ่นของตน แต่ในระบบผู้ว่าฯแต่งตั้งไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผู้ว่าฯแต่งตั้งมาพร้อมกฎหมายที่จัดสรรส่วนแบ่งรายได้ของแต่ละจังหวัดอย่างไม่เท่าเทียม ส่วนกลางได้ร้อยละ 65 ท้องถิ่นร้อยละ 35  และยังใช้งบประมาณอย่างไม่เป็นอิสระ  

แม้แต่ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือที่ถูกเรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘ผู้ว่าหมูป่า’ ยังออกมายอมรับว่าตนแก้ปัญหาหมอกควันที่ลำปางไม่ได้ เพราะไม่มีงบประมาณ หากเรามีผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ จะสามารถกำหนดได้ว่าในวาระ 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่งจะทำอะไรบ้างให้ประชาชนและจัดสรรงบได้เอง 

3. ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่น เพื่อป้องกันการทุจริตได้ตลอดเวลา 

หากมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ จะเกิดกลไกที่เรียกว่า “สภาพลเมือง”  และมีกลไกที่ท้องถิ่นต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนให้รับรู้ได้โดยง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่าย  การตรวจสอบการทุจริตจะทำได้ง่ายกว่าผู้ว่าฯ ในระบบแต่งตั้ง

4. จังหวัดได้คนที่เข้าใจปัญหาท้องถิ่นของตนอย่างแท้จริงและคนธรรมดามีสิทธิลงรับเลือกตั้ง  

จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ทำให้เราได้เห็นผู้สมัครอิสระหลายคนลงรับสมัครอย่างเท่าเทียมกับผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง เราอยากเห็นประชาชนที่รู้จักพื้นที่ รักพื้นที่  มีโอกาสลงรับเลือกตั้งและก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเพื่อพัฒนาบ้านเกิดเช่นเดียวกัน 

5. ตัดปัญหาผู้ว่าฯ ถูกโยกย้ายแบบตรวจสอบไม่ได้ 

บ่อยครั้งเราได้เห็นกรณีผู้ว่าฯ ที่ทำงานได้ถูกใจคนพื้นที่ แต่กลับต้องถูกโยกย้าย เช่น อดีตผู้ว่าฯ ท่านหนึ่งสามารถแก้ไขปัญหาหมอกควันให้บรรเทาเบาบางลงได้ โดยสามารถลดจำนวนจุดความร้อนจากหลักพันให้เหลือเพียงหลักสิบได้ และผ่านฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายตามรอบปกติไปแล้ว แต่กลับโดนมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.ให้ย้ายด่วนเข้าส่วนกลาง

หรือกรณีผู้ว่าฯ จังหวัดปทุมธานีผู้สละเงินเดือนของตนให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากโควิดก็ถูกโยกย้ายท่ามกลางความงุนงงของประชาชนเช่นกัน หากผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง การโยกย้ายตามอำเภอใจเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ สามารถทำเพื่อประชาชนในจังหวัดได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวถูกแทรกแซง

6. ส่งเสริมประชาธิปไตยและความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยรวม ไม่กระทบระบอบกษัตริย์

สำหรับข้อกังวลว่าหากให้แต่ละจังหวัดเลือกผู้ว่าฯ เองได้นั้นจะทำให้เกิดรัฐอิสระหรือกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ในความเป็นจริงผู้ว่าฯ ไม่ได้มีอำนาจด้านการทหาร การต่างประเทศและการจัดเก็บภาษีนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดรัฐอิสระ ขณะเดียวกันสถาบันพระมหากษัตริย์ตามสถานะในรัฐธรรมนูญนั้นอยู่เหนือการเมือง การปรับปรุงระบบบริหารส่วนท้องถิ่นจึงไม่มีผลกระทบต่อสถาบันฯ

ตัวอย่างหนึ่งของประเทศที่มีระบอบกษัตริย์และเลือกตั้งผู้ว่าฯ ไปด้วยในขณะเดียวกันคือญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นมีสิทธิออกเสียงเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 รวมถึงนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างยับเยิน แต่กลับเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  

เพราะหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ คือการกระจายอำนาจ เพิ่มอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น และลดอำนาจรัฐราชการรวมศูนย์ ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปไตยและความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยรวม เพราะหากแต่ละจังหวัดจัดการตัวเองได้ดี ทั้งประเทศย่อมเจริญก้าวหน้าไปด้วย

สำหรับประเทศไทย รัฐธรรมนูญ มาตรา 256  ให้สิทธิประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภาได้ เราเชื่อว่าการรวบรวมรายชื่อ 50,000 ชื่อ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่การผ่านกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาทั้งสามวาระ

เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยพลังและความจริงใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนต่างจังหวัด เราหวังว่าท่านจะเห็นความสำคัญของท้องถิ่นที่ท่านเป็นตัวแทน และบรรจุเรื่องนี้เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคอีกทั้งให้คำสัญญาว่าจะผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศอย่างเต็มกำลัง หลังการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า

และเราขอพลังจากประชาชนทุกคน ร่วมส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมือง และผู้ลงรับสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้าทุกคน ว่าเราต้องการกฎหมายที่เปลี่ยนให้ทุกจังหวัดสามารถเลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้เอง และเราต้องการคุณภาพชีวิตที่เรากำหนดเอง ผ่านการลงชื่อในแคมเปญ Change.org/WeAllVoters

เพื่อนำไปสู่กระบวนการอื่นๆ ต่อไป เป็นการเริ่มปฏิรูป 'ท้องถิ่น' ด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ หรือจะเรียกว่า ปลดล็อกประเทศด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ก่อนไปสูู่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปท้องถิ่นอย่างแท้จริง ปฏิรูปทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น

* กดติดตามเพจ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของการ 'รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ' จนกว่าความฝันที่ดูเป็นไปได้ยากนี้จะเป็นจริงได้ที่เพจ We’re all voters: เลือกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องเกิดขึ้นจริง 

กลุ่ม We’re all voters: เลือกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องเกิดขึ้นจริง คือ สื่อมวลชนอิสระและมีสังกัด

* รวมถึงเสียงอันสำคัญยิ่งของประชาชนทุกท่าน

 

 

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 25,000 คน!
หากถึง25,000รายชื่อแคมเปญนี้จะเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีคนที่ลงชื่อมากที่สุดบน Change.org