ปฏิรูปการได้มาผู้บริหารโรงเรียน

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 100 คน!


กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

เราทราบจากข่าวอยู่บ่อยๆว่า การศึกษาไทยเรามีคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะที่น่าเจ็บใจที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเรา เราอยู่ลำดับหลังๆ เกือบรั้งท้าย ในประสบการณ์ของผม ผมว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ "ผู้บริหารโรงเรียน" กล่าวคือ ถ้าโรงเรียนใดมีผู้บริหารที่ "เข้าท่า"(อาจจะอธิบายคำๆ นี้หลายประเด็น เช่น คุณธรรม อำนาจ อุดมการณ์ วิสัยทัศน์ น้ำใจ ยุติธรรม เป็นธรรม โอบอ้อมอารี เข้าใจ ส่งเสริมสนับสนุน ปรารถนาดี ฯลฯ) ครูก็สอนและดูแลเด็กด้วยความสุขเต็มที่ตามความรู้ความสามารถ และนักเรียนก็เรียนอย่างมีความสุข ซึ่งหากว่ามีนโยบายที่ไม่เข้าท่าจากเบื้องบนก็สามารถบริหารปรับให้เป็นบวกได้ ต่อให้มีครูที่ยังอ่อนความสามารถ ผู้บริหารจะเป็นผู้ส่งเสริมเอง ในทางตรงข้าม หากโรงเรียนใดที่มีผู้บริหารไม่เข้าท่า (หลายๆท่านคงมีภาพในใจอยู่แล้ว อันที่พฤติกรรมที่ไม่เข้าท่านี้ผมไม่ขอนำเสนอนะครับ เพราะมันจะเป็นภาพทางลบ) ครูและนักเรียนเหมือนตกนรก ครูมีปัญหากับฝ่ายบริหาร และครูมักจะเป็นผู้ผิดอยู่เสมอๆ จนมีประวัติครูหลายคนถูกลงโทษทางวินัย หรือหลายคนย้ายโรงเรียนหนีผู้บริหารก็เคยมี และต่อให้นโยบายชาติเลิศหรูเพียงใด ถ้ามีผู้บริหารที่ไม่เข้าท่านี้ ก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษา จนหลายครั้งเป็นข่าวเป็นคราว และก็อย่าลืมนะครับ ว่าผู้บริหารก็ปุถุชนคนธรรมดาเหมือนกัน เพียงแต่รัฐให้อำนาจมาบริหาร ส่งเสริมสนับสนุน ดูแลอำนวยความสะดวกในโรงเรียนนั้นๆ 

ข้อมูลพื้นๆ ที่ผมเคยสอบถามเพื่อนครูหรือผู้บริหารโรงเรียนที่มีโอกาสเข้าร่วมการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติหรืองานแสดงผลงานระดับชาติ หรือร่วมกิจกรรมกับครูที่รับรางวัลระดับต่างๆ จนถึงระดับชาติ(แต่ผมไม่ถามครูที่เขาสอนตามชั่วโมงที่รับผิดชอบสอนปกติที่ไม่มีอะไรพิเศษนะครับ สรุปว่า ถามคุณครูที่มีเห็นว่าทำงานหนักๆ อุทิศตนเต็มที่) ผมถามคำถามง่ายๆ สั้นเพียงแค่คำว่า "ท่านคิดว่า ในประเทศไทย มีผู้บริหารโรงเรียน ที่ "เข้าท่า" มีประมาณเท่าไร ร้อยละยี่สิบถึงไหม" เป็นที่น่าตกใจกับคำตอบอย่างไม่ลังเลของครูส่วนมาก จนถึงขั้นส่ายหน้า พวกเขาให้ข้อมูลว่า ร้อยละสิบก็หรูแล้ว แต่มีส่วนน้อยที่บอกว่า ยี่สิบก็น่าจะพอมีอยู่ สำหรับกลุ่มนี้ผมเลยถามต่อเลยได้เหตุผลว่า ตลอดรับราชการเขาก็มี ผอ.ที่อยู่ในดวงใจเขาหลายคน บางคนก็กลางๆ แต่ก็เคยเจอแย่ๆอยู่หลายคน แล้วนี่คืออะไรในวงการศึกษา ผมว่านี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาจากจุดเล็กๆ จำนวนมากในประเทศเพื่อรวมเป็นจุดใหญ่  

ข้อสังเกตการได้ผู้บริหารโรงเรียนในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งสมัครเรียนและสอบสายบริหารการศึกษา เพราะอุดมการณ์และจิตวิญญาณ แต่มีอีกส่วน คือ ไม่ชอบสอน ไม่ชอบทำงานพิเศษ ไม่ชอบวุ่นวายกับเด็ก ไม่อยากรับนโยบาย ฯลฯ ส่วนนี้เมื่อได้เข้าไปในตำแหน่งผู้บริหาร บางคนก็จะพบบุคลิกตนเองเป็นผู้บริหารที่ดี แต่ก็อย่างว่า ตอนเป็นครูยังเป็นแบบนั้นแล้วเป็นผู้บริหารล่ะ(?) และบางคนอาจจะหนักกว่าเดิม หลงอำนาจที่รัฐบาลมอบหมายให้ แทนที่จะหยิบหัวโขนพระรามมาเป็นแม่ทัพ แต่ดันไปหยิบเอาหัวโขนทศกัณฑ์มาใส่แทน โรงเรียนก็เลยกลายเป็นนรกของครูและนักเรียน   

ข้อสังเกตการได้มาในอดีต ผมรู้จักท่านหนึ่ง(ท่านเอ่ยปากบอกผมว่า เป็นลูกของพ่ออีกคนนะ) ท่านสมถะ เรียบง่าย ใจดี โอบอ้อมอารี แค่ได้ยินคำพูดและเห็นบุคลิกท่านครั้งแรก ผมก็ประทับใจท่านมาก ท่านเล่าว่า พ่อไม่ได้เรียนสายบริหารนะลูก วันดีคืนดีกรมสามัญศึกษา ก็มีคำสั่งให้พ่อเข้ารับอบรมผู้บริหาร และให้มาเป็นครูใหญ่ จนสุดท้ายท่านได้เลื่อนเป็นผู้อำนวยการระดับ ๙ รุ่นแรกๆ ของประเทศ และจะมีตัวอย่างในปัจจุบัน ที่พบได้พบจากการเข้าร่วมงานต่างๆ และจากผลสะท้อนกลับจากครูนักเรียน มีมากมายที่เข้าท่า ส่วนใหญ่ก็จะเจอกันในงานแบบนี้แหละครับ ผมขอยกตัวอย่างเลยก็ได้นะครับ เพราะการยกมาเป็นตัวอย่างนี้ ถือเป็นการยกย่องชมเชย แทนอีกหลายๆ ท่านที่อาจจะเท่าท่านนี้หรือดีกว่านี้ เช่น ผอ.ท่านหนึ่ง เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาดอยตุง ผมทราบมาว่าท่านได้รับการทาบทามจากผู้บริหารโครงการพัฒนาดอยตุง ให้มาเป็นผู้บริหารโรงเรียน และก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ (อย่าง"เข้าท่า") เป็นแบบอย่างได้ และปฏิบัติหน้าที่ที่นี่คงไม่ต่ำกว่า ๑๕ ปี ก็เลยถามครูว่า ท่านไม่ย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่หรือใหญ่พิเศษหรือ ได้รับคำตอบว่า ท่านอยู่ที่ไหน จะเล็กหรือใหญ่ ก็พัฒนาได้ถ้าตั้งใจจะพัฒนา ดูครูเขามีความสุขมากกับการสอน การร่วมกิจกรรมต่างๆ มีขวัญกำลังใจเพียบ นี่สิครับ ผู้บริหารในอุดมคติ แต่ที่ผมมักจะพบ คือ "เล็ง"จากเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ย้ายไปขนาดใหญ่ จากขนาดใหญ่ ก็จะเข้าขนาดใหญ่พิเศษ แบบนี้น่ะเหนื่อยเลยครับ โรงเรียนต่างๆ กลายเป็นจุดแวะพักหรือทางผ่าน     

และอีกประการ ดังที่กล่าวมาข้างต้น กลุ่มที่เข้าท่านี้มีจำนวนไม่มาก พลังของกลุ่มจึงมีน้อยตาม (เป็นชนส่วนน้อยในสายตาของชนส่วนใหญ่) บางคนควบคุมตนเองไม่ได้ หลงเปลี่ยนอุดมการณ์กลายเป็นไม่เข้าท่าเลยก็มี

สุดท้ายนี้ ผมวิเคราะห์และสังเคราะห์จากประสบการณ์ของผมจริงๆ และพูดตรงๆ และอย่าโกรธผม โปรดประเมินด้วยความเป็นธรรม ทั้งนี้ก็เพราะหวังให้การศึกษาของชาติพัฒนาขึ้น เพราะในส่วนตัวของผมแล้ว ผมคิดว่า ผู้บริหารโรงเรียน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เช่นคำกล่าวที่ว่า "หัวไม่กระดิก หางก็ไม่กระดิก แต่ถ้าหางหรือลำตัวกระดิกสิหัวจะแว้งกัดเอา" 

ผมและรวมถึงหลายๆท่านที่ได้คุยๆ กัน เห็นควรแล้วว่า ประเทศไทย จะต้อง "ปฏิรูปการได้มาผู้บริหารโรงเรียน" ได้แล้วครับ

ส่วนรายละเอียดการปฏิรูป จากแนวคิดหลักๆ ของผม ซึ่งรายละเอียดจะต้องมีการ ปรับให้สมบูรณ์ แต่รักษาแนวทางหลักนี้ไว้ ได้แก่

การได้มา ครูในโรงเรียนจะช่วยกันสรรหาเลือกครูที่พิจารณาแล้วว่า เข้าท่า เข้าสู่ระบบการพัฒนาเป็นผุู้บริหารแทนการสมัครใจเข้าสอบของตัวบุคคล

การย้าย ครูแต่ละคนแต่ละะโรงเรียนจะพิจารณาขอตัวผู้บริหารคนใดคนหนึ่งมายังเขตพื้นที่ซึ่งอาจจะเป็นท่านเดิม (ขอให้อยู่ต่อ)หรือท่านใหม่ (ได้ทราบกิตติศัพท์ว่า เข้าท่า) ในรูปแบบของลงคะแนน และมาประมวลผลที่เขต ส่วนผู้บริหารคนไหนที่ได้รับการขอมากที่สุด ก็จะตัดสินใจเลือกว่าจะอยู่โรงเรียนเดิมหรือจะย้ายไปโรงเรียนใหม่ที่มีผู้ขอมามากหรือบางท่านอาจจะกล่าวว่าเป็นความก้าวหน้าก็ได้ ส่วนผู้ที่ได้รับการร้องขอน้อยก็จะต้องใช้ข้อมูลนี้มาพิจารณา พัฒนาตนเองและสร้างคุณงามความดีให้มาก เพื่อจะได้อยู่ในดวงใจครูและนักเรียน แต่ถ้าถึงขั้นเลวร้ายไม่มีใครเลือกหรือเลือกรั้งท้ายอยู่หลายๆ ปี ก็สมควรให้พ้นจากการเป็นผู้บริหาร   

จึงกราบเรียนมายัง ฯพณฯ ท่านด้วยความเคารพอย่างสูง

และเรียนมายังทุกท่านเพื่อร่วมการเปลี่ยนแปลงที่ดี

นายเสกสรร กาวินชัย ตำแหน่งครู วิทยฐานะเชี่ยวชาญ(เชิงประจักษ์-กิจกรรมเสน่ห์ไม้) โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  

เกียรติประวัติส่วนตัวเพื่อให้ท่านพิจารณา ผมจะได้ไม่โดนด่ามากจากการรณรงค์ครั้งนี้ เผื่อเป็นเครื่องลางป้องกันตัวหรือบรรเทาการโดนด่าให้เบาลง(อิอิ)

๑) ผมนำนักเรียนกลุ่มเสน่ห์ไม้ที่เป็นนักเรียนปัจจุบันและที่ไปศึกษาต่อ ปวส.ปฏิบัติหน้าที่เป็นจิตอาสาสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชพิธีถวายพระเลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง ๒) รางวัลเหรียญทอง Brussels Eureka ๓)เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ๓) รางวัลคุรุสภา ๔) รางวัลยอดเยี่ยมงานวันนักประดิษฐ์นานาชาติ ๕) เหรียญลูกเสือสดุดีพระราชทานชั้นที่ ๑ และอื่นๆ 



วันนี้ – เสกสรร นับที่ความช่วยเหลือของคุณ!

เสกสรร กาวินชัย อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«ฯพณฯนายกรัฐมนตรี: ปฏิรูปการได้มาผู้บริหารโรงเรียน» คุณสามารถร่วมกับ เสกสรร และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 78 คน ได้แล้วตอนนี้เลย