อัพเดทกฏหมาย ห้ามถ่ายรูปผู้อื่นในที่สาธารณะโดยไม่ขออนุญาตคนถูกถ่าย

อัพเดทกฏหมาย ห้ามถ่ายรูปผู้อื่นในที่สาธารณะโดยไม่ขออนุญาตคนถูกถ่าย

ประเด็นรณรงค์

เนื่องจากถูกคนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็ยกกล้องมือถือมาถ่ายรูปในที่สาธารณะ 2-3 ครั้ง ทำให้เกิดความไม่สบายใจค่ะ คือไม่มีใครชอบหรอกที่ถูกคนแปลกหน้ามาถ่ายรูปโดยไม่มีการขออนุญาติ แม้ว่าจะมีเจตนาดีหรือไม่ดีก็ตาม

แต่กฏหมายเดิมมีช่องโหว่ว่า การถ่ายภาพแบบปาปารัชชี่ในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ต้องห้ามนำไปโพสท์เผยแพร่ในเชิงหมิ่นประมาท ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลตรงที่ ผู้ถูกถ่ายไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการถูกถ่าย มีแต่รับความเสี่ยงอย่างเดียว และกว่าจะรู้ตัวก็คือ รูปที่ถ่ายนั้นนำไปโพสท์ลงอินเตอร์เน็ตในเชิงหมิ่นประมาท หรือถึงไม่มีข้อความหมิ่นประมาท แต่เป็นรูปที่ถ่ายตอนทีเผลอ อยู่ในอิริยาบทที่ไม่สง่างาม (เช่น หน้าสด แต่งตัวปอนๆ นั่งหลังค่อม แคะขี้มูก) จนผู้ถูกถ่ายถูก Cyber Bully ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

และมันไม่ใช่เรื่องด้วย ที่จะต้องรอให้เกิดความเสียหายก่อนแล้วค่อยไปฟ้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้เสียเงิน เสียเวลา เสียอารมณ์ สู้ห้ามไม่ให้เขาถ่ายตั้งแต่แรกจะจัดการง่ายกว่าหรือไม่?

ตัวอย่าง เช่น

  • กรณีของผู้ชายรองเท้ามีรูที่ถูกถ่ายรูปแล้วนำไปโพสท์ในอินเตอร์เน็ตว่าเป็นโรคจิตแอบซ่อนกล้องในรองเท้าถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง และถูกสังคม reply หมิ่นประมาท 40000 กว่า reply ในค่ำคืนเดียว ซึ่งความจริงเขาไม่ได้ทำอย่างที่คนถ่ายรูปพูด แม้ว่าปัจจุบันเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วและได้รับการพิสูจน์แล้ว แต่สภาพจิตใจเขาไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
  • มีรูปพระเอกซีรี่ย์ Prison Break ถูกถ่ายรูปตอนอ้วน และภาพถูกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเป็นที่ขบขันของสัมคม แต่ความจริงคือ สาเหตุที่เขาอ้วนเพราะเขามีภาวะซึมเศร้า ซึ่งหากเป็นบางคนอาจติดยาและฆ่าตัวตาย แต่เขาเลือกกินอย่างบ้าคลั่งเพื่อแก้เครียด

กรณีอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักได้ เช่น

  • ถูกบุคคลไม่พึงประสงค์ เดินตามไปถ่ายรูปถึงหน้าบ้าน ถึงจะถ่ายเก็บไว้ส่วนตัว แต่มันก็เข้าข่ายไปคุกคามความเป็นส่วนตัวหรือไม่
  • ถูกกลั่นแกล้งแอบถ่ายรูปตอนกำลังอยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสม
  • มีการนำรูปไปค้าขายเชิงพาณิชย์ โดยที่ผู้ถูกถ่ายไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด
  • บุตรหลานที่ยังเป็นเด็กเล็ก ถูกคนแปลกหน้าถ่ายรูป คนเป็นพ่อแม่จะสบายใจหรือไม่? (ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ การไปถ่ายรูปเด็กหรือไปสัมผัสแตะต้องตัวเด็ก พ่อแม่เด็กสามารถแจ้งตำรวจจับได้ทันที เพื่อป้องกันการลักพาตัวเด็กก่อนที่จะมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ)

ปัญหาเหล่านี้ สามารถป้องกันได้โดยห้ามไม่ให้เขาถ่ายตั้งแต่แรกได้ อยากให้พัฒนากฏหมายนี้ให้เป็นความผิดซึ่งหน้า และสามารถแจ้งตำรวจจับได้ทันทีโดยไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลค่ะ

ถ้าหากมีกรณีถ่ายภาพเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีหรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อมวลชน หรือเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ อันนี้ให้เป็นข้อยกเว้นได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

avatar of the starter
Siwaporn Jarungtanakijผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์
แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 60 คน

ประเด็นรณรงค์

เนื่องจากถูกคนแปลกหน้าอยู่ๆ ก็ยกกล้องมือถือมาถ่ายรูปในที่สาธารณะ 2-3 ครั้ง ทำให้เกิดความไม่สบายใจค่ะ คือไม่มีใครชอบหรอกที่ถูกคนแปลกหน้ามาถ่ายรูปโดยไม่มีการขออนุญาติ แม้ว่าจะมีเจตนาดีหรือไม่ดีก็ตาม

แต่กฏหมายเดิมมีช่องโหว่ว่า การถ่ายภาพแบบปาปารัชชี่ในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ต้องห้ามนำไปโพสท์เผยแพร่ในเชิงหมิ่นประมาท ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลตรงที่ ผู้ถูกถ่ายไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการถูกถ่าย มีแต่รับความเสี่ยงอย่างเดียว และกว่าจะรู้ตัวก็คือ รูปที่ถ่ายนั้นนำไปโพสท์ลงอินเตอร์เน็ตในเชิงหมิ่นประมาท หรือถึงไม่มีข้อความหมิ่นประมาท แต่เป็นรูปที่ถ่ายตอนทีเผลอ อยู่ในอิริยาบทที่ไม่สง่างาม (เช่น หน้าสด แต่งตัวปอนๆ นั่งหลังค่อม แคะขี้มูก) จนผู้ถูกถ่ายถูก Cyber Bully ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

และมันไม่ใช่เรื่องด้วย ที่จะต้องรอให้เกิดความเสียหายก่อนแล้วค่อยไปฟ้องขึ้นโรงขึ้นศาลให้เสียเงิน เสียเวลา เสียอารมณ์ สู้ห้ามไม่ให้เขาถ่ายตั้งแต่แรกจะจัดการง่ายกว่าหรือไม่?

ตัวอย่าง เช่น

  • กรณีของผู้ชายรองเท้ามีรูที่ถูกถ่ายรูปแล้วนำไปโพสท์ในอินเตอร์เน็ตว่าเป็นโรคจิตแอบซ่อนกล้องในรองเท้าถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง และถูกสังคม reply หมิ่นประมาท 40000 กว่า reply ในค่ำคืนเดียว ซึ่งความจริงเขาไม่ได้ทำอย่างที่คนถ่ายรูปพูด แม้ว่าปัจจุบันเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วและได้รับการพิสูจน์แล้ว แต่สภาพจิตใจเขาไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
  • มีรูปพระเอกซีรี่ย์ Prison Break ถูกถ่ายรูปตอนอ้วน และภาพถูกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเป็นที่ขบขันของสัมคม แต่ความจริงคือ สาเหตุที่เขาอ้วนเพราะเขามีภาวะซึมเศร้า ซึ่งหากเป็นบางคนอาจติดยาและฆ่าตัวตาย แต่เขาเลือกกินอย่างบ้าคลั่งเพื่อแก้เครียด

กรณีอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักได้ เช่น

  • ถูกบุคคลไม่พึงประสงค์ เดินตามไปถ่ายรูปถึงหน้าบ้าน ถึงจะถ่ายเก็บไว้ส่วนตัว แต่มันก็เข้าข่ายไปคุกคามความเป็นส่วนตัวหรือไม่
  • ถูกกลั่นแกล้งแอบถ่ายรูปตอนกำลังอยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสม
  • มีการนำรูปไปค้าขายเชิงพาณิชย์ โดยที่ผู้ถูกถ่ายไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด
  • บุตรหลานที่ยังเป็นเด็กเล็ก ถูกคนแปลกหน้าถ่ายรูป คนเป็นพ่อแม่จะสบายใจหรือไม่? (ถ้าเป็นที่ต่างประเทศ การไปถ่ายรูปเด็กหรือไปสัมผัสแตะต้องตัวเด็ก พ่อแม่เด็กสามารถแจ้งตำรวจจับได้ทันที เพื่อป้องกันการลักพาตัวเด็กก่อนที่จะมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ)

ปัญหาเหล่านี้ สามารถป้องกันได้โดยห้ามไม่ให้เขาถ่ายตั้งแต่แรกได้ อยากให้พัฒนากฏหมายนี้ให้เป็นความผิดซึ่งหน้า และสามารถแจ้งตำรวจจับได้ทันทีโดยไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลค่ะ

ถ้าหากมีกรณีถ่ายภาพเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีหรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อมวลชน หรือเป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ อันนี้ให้เป็นข้อยกเว้นได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

avatar of the starter
Siwaporn Jarungtanakijผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์

ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ผู้อำนวยการสำนักฏหมาย
ผู้อำนวยการสำนักฏหมาย

อัปเดตเกี่ยวแคมเปญรณรงค์