ห้างเกษรฯ ต้องมีนโยบายป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในสถานประกอบการและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด

ห้างเกษรฯ ต้องมีนโยบายป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในสถานประกอบการและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 7,500 คน!
หากถึง7,500รายชื่อประเด็นอาจถูกพูดถึงในวงกว้าง และสื่อสนใจนำเสนอข่าว

Nada Chaiyajit ได้สร้างแคมเปญรณรงค์นี้ร้องเรียน ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกลุ่มเกษรพร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป (Gaysorn Property Group) และ

ดูคลิป

ห้างเกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อบริษัทคู่ค้าที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อพนักงาน และต้องออกนโยบายป้องกันการคุกคามทางเพศในสถานประกอบการเพื่อบังคับใช้ในพื้นที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด

กว่า 5 เดือนแล้วที่ มีมี่ (นามสมมติ) ผู้หญิงข้ามเพศ อดีตพนักงานร้านนาฬิกาหรูที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเกษรวิลเลจ ใช้เวลาเยียวยาร่างกายและจิตใจจากการถูกนายจ้างชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย 

หลังเกิดเหตุ เธอตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะมีมี่รู้ดีแก่ใจว่าความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างนายจ้างและลูกจ้างจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบากแบบไม่จบสิ้น และเธอก็เลือกที่จะลุกขึ้นสู้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอด้วยการร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายจ้างในทุกๆ ช่องทางที่ทำได้ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งฟ้อง

นอกจากเดินเรื่องผ่านช่องทางกฎหมายแล้ว มีมี่ได้ทวงถามไปยังเจ้าของพื้นที่อย่างห้างเกษรวิลเลจ แต่กลับพบว่า ทางบริษัทไม่มีนโยบายและแนวทางการจัดการกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศบังคับใช้กับบริษัทคู่ค้าหรือร้านค้ารายย่อยที่มาเช่าพื้นที่ของตัวเอง ส่วนในสัญญาเช่าอาคารสถานที่ระหว่างบริษัทกับห้างสรรพสินค้าก็ไม่ปรากฎข้อความใดๆ ที่พูดถึงเรื่องนี้เลย  

เพราะฉะนั้น จึงไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจะไม่เกิดขึ้นกับใครคนอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็น ‘ลูกค้าห้าง’ ‘ลูกจ้างบริษัท’ หรือ ‘พนักงานที่ทำงานให้กับร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่’

หลายคนอาจบอกว่า “อ้าว แล้วเกษรมาเกี่ยวอะไรด้วย?” ขอตอบว่า เป็นความรับผิดชอบทั้งทางตรงและทางอ้อมของภาคธุรกิจที่จะต้องสร้างหลักประกันว่า ทุกตารางนิ้วในห้างสรรพสินค้าของตน ทุกชีวิตที่หายใจอยู่ในอาคารสถานที่แห่งนี้จะต้องมีสวัสดิภาพ ปราศจากการถูกคุกคามและล่วงละเมิด นั่นหมายความว่า ไม่ใช่แต่เพียงพนักงานของเกษรวิลเลจเอง แต่รวมถึงบริษัทคู่ค้า และบรรดาห้างร้านที่มาเช่า/ใช้พื้นที่ของตน โดยทางห้างจะอ้างว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้

แล้วมาตรการคุ้มครองและขจัดการล่วงละเมิดทางเพศของห้างเกษรวิลเลจอยู่ที่ไหน?

น่าแปลกที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างเกษรวิลเลจ หนึ่งในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาลของ Gaysorn Property กลับไม่มีการประกาศนโยบายหรือเอกสารในหน้าเว็บไซต์เรื่องสิทธิมนุษยชน การห้ามเลือกปฏิบัติ และที่สำคัญการต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในอาคารสถานที่ของตนแต่อย่างใด ต่างจากห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนาที่จริงใจประกาศนโยบายการปฏิบัติต่อคู่ค้าและนโยบายการเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนที่ใช้กับบริษัทย่อย ผู้ร่วมทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (อาจไม่ครบถ้วน 100% แต่มองเห็นได้ถึงความพยายาม) ....คำถามคือ ทำไมห้างเกษรถึงไม่มีมาตฐานทำธุรกิจ?

นาดาจึงอยากเปิดแคมเปญรณรงค์นี้เชิญชวนทุกคนร่วมลงชื่อสนับสนุน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นลูกค้าที่ชอบเดินห้างเกษรอยู่แล้ว ช่วยกันส่งเสียงบอกทางห้างในฐานะลูกค้า ว่าเราอยากรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ไปใช้บริการกับทางห้าง เราไม่ต้องการให้ใครก็ตามถูกล่วงละเมิดในพื้นที่ของห้าง และเราไม่อยากเห็นห้างนิ่งเฉยกับผู้ที่ทำความผิด 

หากทางห้างเกษรเร่งดำเนินการ และประกาศนโยบายฯ แล้ว ก็จะเป็นตัวอย่างให้ห้างอื่นๆ ทำตาม คิดดูว่าถ้าภาคธุรกิจมีมาตรการรองรับ ภาครัฐเองอย่าง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (กระทรวงยุติธรรม) และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ แต่ถ้ายังไม่สำนึก...ก็ต้องไม่ควรมีที่ยืนในสังคมเพื่อจะมาทำร้ายคนอื่นอีก 

ขอทุกคนช่วยกันลงชื่อเพื่อสร้างพื้นที่ ‘ปลอดภัย’ สำหรับทุกคนไม่ว่าเราจะมีเพศวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศแบบไหนก็ตาม

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 7,500 คน!
หากถึง7,500รายชื่อประเด็นอาจถูกพูดถึงในวงกว้าง และสื่อสนใจนำเสนอข่าว