ชัยชนะ

ยกเลิก ม.112 ด้วย ม.44

การรณรงค์ที่เกิดได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยมีผู้สนับสนุนจำนวน20คน


กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในไทยเริ่มใช้ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเลียนแบบมาจากกฎหมายลักษณะเดียวกันที่ใช้ในยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19

ต่อมาชาวยุโรปให้ความสำคัญต่อการแสดงความเห็นของประชาชนมากขึ้น หลายประเทศในยุโรปจึงยกเลิกการใช้กฎหมายลักษณะนี้ ส่งผลให้สถาบันกษัตริย์ของประเทศเหล่านี้มีการพัฒนาที่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก

กว่า 10 ปีที่ผ่านมาไทยเผชิญกับความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ส่วนหนึ่งของความขัดแย้งเหล่านี้เกิดจากกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการปกป้องสถาบันกษัตริย์ ข้อกล่าวหานี้ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อเพื่อทำลายศัตรูทางการเมือง ส่งผลให้สถาบันกษัตริย์ได้รับความเสียหาย

ไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่มียังมีการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และยังเป็นประเทศที่มีบทลงโทษจากกฎหมายนี้รุนแรงที่สุดในโลก

ปัจจุบันเรือนจำไทยมีผู้ต้องหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากคดีทางการเมืองมากกว่า 40 คน ไม่นับรวมผู้ต้องหาอื่นที่ผ่านการรับโทษจากกฎหมายนี้ไม่น้อยกว่า 100 คน

ผู้ต้องหาเหล่านี้แทบไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายขั้นพื้นฐาน เช่น การประกันตัว และการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผย ส่งผลให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมรับสารภาพเพื่อหวังการลดโทษ บางคนถูกพิพากษาจำคุกถึง 30 ปี

รัชกาลที่ 9-10 ไม่สนับสนุนการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยผ่านมาแถลงการณ์หลายครั้ง แต่ทุกรัฐบาลไม่สนใจ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ในงานการประชุมสัมมนาและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2562 ประยุทธ จันทรโอชา ยังกล่าวถึงความไม่สบายใจของรัชกาลที่ 10 ต่อการบังคับใช้กฎหมายนี้

ด้วยเหตุนี้ผมจึงจัดการรณรงค์รายชื่อนี้เพื่อเรียกร้องให้ ประยุทธ จันทรโอชา ใช้ ม.44 ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้

การยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจึงเป็นไปตามความประสงค์ของรัชกาลที่ 10 และเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมากว่า 10 ปี



เอกชัย กำลังรอให้คุณช่วย

เอกชัย หงส์กังวาน อยากให้คุณช่วยสนับสนุนแคมเปญ«หัวหน้า คสช.: ยกเลิก ม.112» คุณสามารถร่วมกับ เอกชัย และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 19 คน ได้แล้วตอนนี้เลย