ปิดแคมเปญรณรงค์

คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 362 คน


คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี

พร้อมทั้งขอให้พรรคการเมือง องค์กรการเมืองให้สัตยาบันจะนำรัฐธรรมนูญ ฉ.40, 50 และ 59 มาทำประชามติใหม่ หลังเลือกตั้งภายใต้กระบวนการที่มีเสรีภาพและเป็นธรรม

เรียน พลเมืองไทย พรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ ฯลฯ

เรา (ตามรายนามแนบท้าย) ในฐานะพลเมืองไทยส่วนหนึ่ง มองว่าหลักการสำคัญของการทำประชามติ คือต้องสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพลเมืองหรือผู้ลงคะแนน โดยหลักประกันพื้นฐานสำคัญของการสะท้อนเจตนาดังกล่าว ก็คือการทำประชามติต้องอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็น และสามารถรณรงค์ได้อย่างเป็นธรรม เพื่อให้พลเมืองได้ข้อมูลของทุกฝ่ายความเห็นอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ ประชาชนผู้มีสิทธิในการลงประชามติจะต้องไม่อยู่ภายใต้บรรยากาศของความกลัว ไม่ว่าจะเป็นความกลัวผิดกฎหมายหรือเกรงกลัวอำนาจใดๆ มากระทบ และรัฐควรดำเนินการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ และให้ประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบมีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเท่าเทียมกัน หลักการที่ว่ามาข้างต้นนั้น ถูกกำหนดไว้ใน มาตรา165 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

ทว่า กระบวนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2559 นี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เริ่มขึ้นมาแล้วนั้น กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ไม่เพียงเรา-ประชาชาชนผู้มีสิทธิลงประชามติภายใต้เงื่อนไขอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระบวนการรัฐประหารเท่านั้น แต่ยังมีคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งล่าสุด ใช้เป็นฐานอำนาจในการห้ามเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้งในส่วนกลางและตามจังหวัดต่างๆ การจับกุมและดำเนินคดีในศาลทหารกับนักศึกษานักสหภาพแรงงานที่เพียงแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่เคยถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการดำเนินคดีกับกลุ่มพลเมืองที่แสดงออกตามวิถีของตนแล้ว

ยังมีกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องที่โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ว่ามีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 เนื่องจาก มีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือ นำไปสู่ความสับสนของประชาชน ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และอาจทำให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยดุลพินิจของตัวเอง จนทำให้กระทบสิทธิของประชาชนที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญกลับวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการที่รัฐใช้กลไกต่างๆ เพื่อรณรงค์ ทั้ง ครู ก., ข. และค. ข้าราชการกระทรวง รด. รวมทั้งกองทัพ แม้จะระบุว่าเป็นการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนออกมาลงประชามติโดยไม่มีการชี้นำ แต่ก็ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะเอกสารแนะนำร่างรัฐธรรมนูญที่โน้มเอียงโดยเน้นการบอกข้อดี ขณะที่พลเมืองกลุ่มอื่นที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์และรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวกลับถูกจำกัดสิทธิ

นอกจากนี้ตัวเลือกในการลงมติยังมีความไม่ชัดเจน ว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ตรงหน้า

อีกทั้งเกณฑ์การผ่านประชามตินับจากเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดของประเทศที่กำหนดความสัมพันธ์ของสถาบันทางการเมืองต่างๆ สังคมไทย กลับไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ

จากที่ระบุมาข้างต้นทำให้เรา (ตามรายนามแนบท้าย) พลเมืองไทยจำนวนหนึ่ง เห็นว่าการทำประชามติครั้งนี้สูญเสียหลักประกันการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และไม่เชื่อมั่นว่าเสียงที่เราจะลงคะแนนจะถูกนับหรือประกาศเป็นผลหรือไม่ จึงขอประกาศเจตนารมณ์ดังนี้

1.     คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับนับผลประชามติครั้งนี้ 

2.     ขอเชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนครั้งปี 2539 และเปิดให้มีการประชามติภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

3.     หรือ องค์กรต่างๆ ข้างต้น ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้มีการทำประชามติใหม่ โดย นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ฉบับปี 2550 และฉบับปี 2559 มาทำประชามติใหม่ ภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

พร้อมกันนี้เราขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีผู้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำประชามติครั้งนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นักศึกษา ม.รามคำแหง นักสหภาพแรงงานที่แจกเอกสารรณรงค์ กลุ่ม นปช. ที่เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมถึงผู้โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ลงชื่อ

หมายเหตุ : รายชื่อของผู้ร่วมลงนามจะถูกรวบรวมและนำยื่นต่อพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ ฯลฯ



ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ อยากให้คุณช่วย

ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ไม่ฟรี ชวนคุณร่วมลงชื่อในแคมเปญ «ร่วมลงชื่อใน คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี» ร่วมกับ ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 361 คน