ร่วมกันหยุดโครงการก่อสร้างสนามบินนครปฐม

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 100 คน!


#หยุดโครงการจัดตั้งสนามบินนครปฐม

โครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งสนามบินของกรมท่าอากาศยาน สังกัดกระทรวงคมนาคม จำนวน 3,500ไร่ ที่เร่งรีบทำ ประชาชนในพื้นที่ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ทั่วถึง มีการสรุปผลการศึกษาโดยประชาชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกฑ์การประเมินผลการศึกษา มีการนำผลไปเผยแพร่บิดเบือนข้อมูล

สืบเนื่องจากประกาศกรมท่าอากาศยานที่ ไม่ระบุวันที่ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 เรื่อง ขอเชิญประชุมเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑ (การประชุมปฐมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งสนามบินนครปฐม ในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 เวลา 13.00-16.30 น. ณ อาคารหอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ลงนามโดย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน

กรมท่าอากาศยานระบุเหตุผลความจำเป็น รายละเอียดโครงการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งสนามบินนครปฐม ปรากฏตามเอกสารแผ่นพับที่แจกผู้เข้าร่วมการประชุม ดังนี้

          “ปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมือง และสุวรรณภูมิ มีจำนวนผู้ประกอบการสายการบินรวมถึงสายการบินต้นทุนต่ำ และปริมาณอากาศยานของแต่ละสายการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามนโยบายเปิดเสรีทางการบิน ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งแบบประจำและไม่ประจำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยบางปีเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 10 ทำให้เกิดความแออัดของการจราจรทางอากาศในบริเวณท่าอากาศยานและสถานที่จอดอากาศยานไม่เพียงพอ แม้ว่าทั้งท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิจะมีโครงการขยายขีดความสามารถแล้วก็ตาม  ก็ยังไม่ทันกับความต้องการด้านการเดินทางอากาศที่เติบโตขึ้นอีกทั้งความแออัดดังกล่าวนั้น ทำให้สูญเสียโอกาสในการรองรับการบินทั่วไปและการบินเชิงธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกมาก

ระยะเวลาในการดำเนินการ  450 วัน ( 27 กันยายน 2561 ถึง 20 ธันวาคม 2562)

งบประมาณในการดำเนินการ 23,250,000 บาท  (ยี่สิบสามล้านสองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

บริษัทคู่สัญญา บริษัท อินทิเกรเทด เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ จำกัด และบริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ มี 6 ขั้นตอน

          1. ศึกษาวิเคราะห์และทบทวนข้อมูลความต้องการ (Demand) ของการใช้ท่าอากาศยานสำหรับรองรับการบินเชิงธุรกิจ (Business Aviation) การบินทั่วไป (General Aviation) และความเหมาะสมของการมีท่าอากาศยานเพื่อบรรเทาความคับคั่ง (Reliever airport) ของท่าอากาศบานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ

          2. สำรวจออกแบบระบบท่าอากาศยานและจัดทำรูปแบบรายละเอียดเบื้องต้น

          3. งานศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)

          4. ศึกษาวิเคราะห์ทางเลือกที่จะเป็นไปได้ในการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนและดำเนินการโครงการ

          5. ศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำรายงานการศึกษาตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ใน มาตรา 24 (รายละเอียดที่ต้องมีในผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการของหน่วยงานเจ้าของโครงการ พ.ศ. 2560 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐได้ประกาศกำหนด ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ พ.ศ. 2556)

          6. จัดทำร่างประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุน ร่างขอบเขตของโครงการและเงื่อนไขสำคัญและร่างสัญญาการให้เอกชนเข้าร่วมการลงทุนโครงการ

ดังนั้น นับแต่วันที่ประชุมปฐมนิเทศโครงการฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 ณ อาคารหอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม กรมท่าอากาศยาน และ บริษัทมีเวลาเหลือเพียง 260 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่ที่กำหนดสำหรับคัดเลือกเพื่อใช้สำหรับโครงการก่อสร้างสนามบิน ทั้ง 6 แห่ง ในจังหวัดนครปฐม และงานศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงขั้นตอนอื่นๆ จากกำหนดระยะเวลาในการดำเนินโครงการตามสัญญา 450 วัน  
จึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าบริษัทฯ จะใช้เวลาในการลงพื้นที่กี่วัน กี่ครั้ง จึงจะเพียงพอเหมาะสม เพื่อจะได้รับทราบข้อเท็จจริงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การงานอาชีพ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่สูญเสียที่ดิน และต้องเป็นข้อมูลของคนในพื้นที่รอบด้านที่จะจัดสร้างสนามบินด้วย เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาในสัญญา

อีกทั้ง ประชาชนในพื้นที่ไม่เคยได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นการล่วงหน้า

#คุณภาพของข้อมูล #คุณภาพของรายงาน และการสรุปผลโครงการ

การกำหนดเหตุผลความจำเป็นเพื่อของงบประมาณในการสนับสนุนหรือการดำเนินโครงการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจราจรทางอากาศ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดของการจราจรทางอากาศในบริเวณท่าอากาศยานและสถานที่จอดอากาศยาน และรองรับผู้โดยสารที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความแออัด ท่าอากาศยานมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ตัวเลขคาดการที่ระบุไว้ในโครงการต่างๆ เป็นเหตุผลความจำเป็นที่ถูกกำหนดขึ้นอยู่ในทุก ๆ โครงการของทั้งการท่าอากาศยาน และกรมท่าอากาศยาน อย่างไรก็ดีหากจะพิจารณาวงเงินในการปรับปรุงและพัฒนาสนามบิน เฉพาะสนามบิน 3 แห่ง ซึ่งได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา รัฐบาลที่ผ่านมามีการอนุมัติหลักการสนับสนุนงบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงสนามบินทั้ง 3 แห่ง ดังนี้

*แผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 วงเงินลงทุนโดยประมาณ 300,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน ในปี ค.ศ. 2032 หรือปี พ.ศ. 2575 รองรับโครงสร้างพื้นฐานหลัก ECC

*โครงการพัฒนาท่าอากาศสุวรรณภูมิ เฟส 2 วงเงินลงทุนโดยประมาณ 53,450 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารเพิ่ม จากเดิม 45 ล้านคน เป็น 60 ล้านคน

*โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุนโดยประมาณ 37,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารเพิ่ม จากเดิม 30 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน

ที่มาข้อมูล  www.realist.co.th

รวมวงเงินลงทุนโดยประมาณในการปรับปรุงและพัฒนาสนามบินทั้ง 3 แห่ง เพื่อลดความแออัดของทั้งการจราจรในอากาศและผู้โดยสาร คิดเป็นเงินรวม 380,000 ล้านบาท และสนามบินทั้ง 3 แห่ง สามารถรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะเข้ามาใช้บริการสนามบิน รวมกัน 160 ล้านคน

#จำนวนผู้โดยสารที่คาดการมีจำนวนมากกว่าประชากรในประเทศไทยรวมกัน และทุกคนไม่ได้มาพร้อมๆ กันในคราวเดียว

#ยังมีงบลงทุนของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา วงเงิน 224,000 ล้านบาท ถ้าจะมีการก่อสร้างและเปิดใช้สนามบินนครปฐมที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูง จะคุ้มค่าการลงทุนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่???? จำนวนผู้โดยสารและประชาชนที่ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงที่ประมาณการใช้งานไว้จะเป็นจริงตามที่คาดการไว้หรือไม่??? หรือเราต้องมีงบประมาณลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสนามบินนครปฐมอีก

จากมูลเหตุดังกล่าว ประเทศเราลงทุนและเสียงบประมาณไปกับการก่อสร้างปรับปรุงและขยายสนามบิน รวมถึงโครงข่ายการคมนาคมมากพอแล้วหรือไม่ สนามบินที่มีอยู่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพดีพอแล้วหรือยัง หรือเพียงแค่ต้องการ การบินเชิงธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกมาก ตามที่ระบุไว้ในเหตุผลความจำเป็นของโครงการฯ เท่านั้น 

ร่วมกันลงชื่อปกป้องนครปฐม ไม่เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งสนามบินนครปฐม  เก็บพื้นที่เกษตรกรรมที่ดีที่สุดของจังหวัดนครปฐม จำนวน 3,500 ไร่ ไว้เป็นปอดสำรองของคนกรุงเทพได้มีที่หายใจได้อากาศบริสุทธิ์ เป็นแหล่งอาหารรสชาติดีที่หาที่ไหนก็ไม่ได้ ทั้งข้าว ทั้งผลไม้ขึ้นชื่อ เป็นจังหวัดของทุกคนในครอบครัว ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน เดินทางไปด้วยกันทำกิจกรรมร่วมกัน โดยใช้เวลาเดินทางไป-กลับเพียง 1 วัน 

#ประโยชน์และความสุขจากพื้นที่ 3,500 ไร่ ของจังหวัดนครปฐม ที่จะถูกนำไปสร้างสนามบิน ไม่สามารถประเมินออกมาเป็นตัวเลข เพื่อเทียบกับประมาณการรายได้ที่กรมท่าอากาศยานคาดการเอาไว้เป็นจำนวนตัวเลขได้

#หยุดโครงการจัดตั้งสนามบินนครปฐม และร่วมกันผลักดัน #กำหนดให้นครปฐมเป็นพื้นที่สีเขียว

#savebangrakam #nakornpathom