1 แสนชาวเน็ตจะปิดสวิตช์​ สว.​

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 1,000 คน!


เชิญร่วมพิสูจน์ว่า​ ก่อน19กย.63 นี้​ จะมีชาวเน็ตสักเท่าไหร่กันแน่?​ ที่จะส่งเสียงเรียกร้องให้ปิดเครื่องมือของเผด็จการนี้ลง​ (โดยวิธีแก้​ รธน.2560​ ม. 269, 272)

เครดิตรูป​ =​ มติชน​ 

เครดิตเนื้อหา​ = ส่วนนึงของบทความเก่าจาก​ iLaw​29ตค.60 ดังข้างล่างนี้​ (ประชามติ7สค.59, เลือกตั้ง​24มีค.62)

7. เปิดช่อง 'นายกฯ คนนอก' ส่งบิ๊กตู่กลับมาเป็นนายกฯต่อได้
 
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เปิดช่องทางไว้ให้มี "นายกฯคนนอก" โดยกำหนดกติกาว่า กรณีที่ไม่อาจตั้งนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อสามคนที่พรรคการเมืองเสนอไว้ได้ สมาชิกของสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. อาจรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 376 คน จาก 750 คน เพื่อเสนอเปิดทางให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ได้ และหากรัฐสภาซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. และ ส.ว. ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ 500 คน จาก 750 คน ก็จะสามารถเชิญใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้
 
ช่องทางนี้ เป็นกลไกหลักที่เปิดทางให้ คสช. สามารถกลับมามีอำนาจภายหลังการเลือกตั้งได้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเองโดยที่ไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งก็ได้ หรือจะส่งคนที่ คสช. ไว้ใจมารับตำแหน่งนี้ต่อไปก็ได้
 
 
8. ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน ตัวแปรหลักโหวตเลือกนายก
 
รัฐธรรมนูญ มาตรา 269 กำหนดให้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดแรก จำนวน 250 มาจากระบบสรรหา ระบบการเลือกกันเอง และส.ว.ที่มาจากปลัดกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่ว่ามาจากระบบไหน การคัดเลือกขั้นสุดท้ายก็จะเป็นอำนาจของ คสช. โดยลำพัง จึงกล่าวได้ว่า ส.ว. ชุดนี้มีที่มาจาก คสช. โดยตรง และมีแนวโน้มที่จะออกเสียงในสภาไปตามแนวทางที่ คสช. วางหมากไว้ 
 
นอกจากนี้ "คำถามพ่วง" ที่ผ่านการทำประชามติ ได้เพิ่มบทบาทให้ ส.ว. ชุดนี้มีอำนาจลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส.อีก 500 คนด้วย ซึ่งตามระบบการจัดสรรที่นั่งส.ส.แบบใหม่ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองใดจะได้ที่นั่ง ส.ส. เกิน 250 ที่นั่ง ดังนั้น หาก ส.ว. ชุดนี้ร่วมมือกันลงคะแนนเลือกให้บุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีแนวโน้มสูงว่า บุคคลนั้นจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียงสูงที่สุดจากทั้งสองสภา รวมทั้งการลงคะแนนเพื่อเลือก "นายกฯ คนนอก" ด้วย