พัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์เอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติ ลดปัญหาการเสื่อมสภาพของเอกสารต้นฉบับ และการเข้าถึงข้อมูลการเรียนรู้

พัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์เอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติ ลดปัญหาการเสื่อมสภาพของเอกสารต้นฉบับ และการเข้าถึงข้อมูลการเรียนรู้

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 15,000 คน!
หากถึง15,000รายชื่อแคมเปญนี้จะเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีคนที่ลงชื่อมากที่สุดบน Change.org
prapassorn posrithong ได้สร้างแคมเปญรณรงค์นี้ร้องเรียน หอสมุดแห่งชาติ (สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม) และ

           ดิฉันเป็นนักวิชาการอิสระศึกษาวิจัยด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมไทยเพื่อเผยแพร่ผ่านงานเขียนและการบรรยายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแบ่งปันให้คนทั่วไปได้เรียนรู้ร่วมกัน

          งานของดิฉันทำให้ต้องไปใช้บริการแผนกเอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติอยู่บ่อยครั้ง และได้พบปัญหาการให้บริการที่สั่งสมมายาวนาน ซึ่งเพื่อนนักวิชาการและนักศึกษาในสถานศึกษาต่างๆ ก็พูดให้ฟังถึงความไม่ประทับใจในการใช้บริการ โดยปัญหาใหญ่ที่พบ คือ

          1. การนำเอกสารโบราณต้นฉบับอายุเก่ากว่าร้อยปีที่มีเพียงฉบับเดียวออกมาให้บริการโดยไม่ทำหลักการสากลว่าด้วยการให้บริการเอกสารโบราณ  เอกสารจึงเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะสมุดไทยดำที่เขียนด้วยดินสอขาวที่มีลักษณะเป็นผงฝุ่น ซึ่งหากถูกสัมผัส ข้อความก็จะเลอะเลือนได้ง่าย ทำให้ข้อความที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูญหายไป

         2. ระบบการสืบค้นเอกสารล้าสมัยไม่ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการเช่นห้องสมุดที่ดีทั่วไป ผู้รับบริการต้องมานั่งเปิดสมุดบัญชีรายการเอกสารอายุอย่างน้อย 20 ปี ที่หอสมุดแห่งชาติในเวลาราชการ 9 โมงเช้า ถึงบ่าย 4 โมงครึ่ง แล้วจดบันทึกไว้

        เช่น กรณีเอกสารสมัยรัชกาลที่ 4  ผู้รับบริการจะต้องมานั่งเปิดบัญชีเอกสารจำนวน 18 เล่มๆ ละไม่ต่ำกว่า 50 หน้า ที่ใช้เวลาอย่างเร็วไม่ต่ำกว่า 5 วัน จึงจะทราบว่ามีเอกสารที่ต้องการใช้อยู่กี่รายการ ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ยิ่งมาจากต่างจังหวัดก็จะมีค่าที่พักเข้าไปอีก ปัญหานี้ถือเป็นการละเลยการทำหน้าที่เพราะส่วนอื่นๆ ของหอสมุดได้พัฒนาระบบสืบค้นไปแล้ว

        3. แผนกเอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติมีบุคลากรทางวิชาการที่จำกัด หากเทียบกับเอกสารในความดูแลกว่า 8 หมื่นรายการ ทำให้การค้นคว้าวิจัยเอกสารที่เก็บรักษาไว้ไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง เมื่อเอกสารโบราณเหล่านี้เข้าถึงยากอันเนื่องมาจากขั้นตอนที่ซับซ้อนไร้ระบบที่ดี องค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่มีอยู่ในเอกสารโบราณเหล่านี้จึงไม่ได้รับการเผยแพร่สู่คนในชาติ

          ดังนั้น ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของหอสมุดแห่งชาติ:

           1. กำหนดระเบียบการเข้าถึงเอกสารต้นฉบับให้ชัดเจนและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทันที โดยหากผู้รับบริการต้องการใช้เฉพาะเนื้อหาจากเอกสารก็สามารถอ่านจากเอกสารอิเลคทรอนิคส์ได้ แต่หากต้องการใช้เอกสารต้นฉบับก็สามารถขออนุญาตเข้าถึงได้ตามเหตุอันควร 

          2. เร่งจัดทำระบบการสืบค้นเอกสาร โดยนำสมุดบัญชีรายการเอกสารทั้งหมดไปทำเป็นเอกสารอิเลคทรอนิคส์ เช่น สแกนเป็นไฟล์ PDF แล้วให้บริการผ่านเว็บไซต์โดยใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถสืบค้นมาจากบ้านก่อน จะได้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

          แต่ทั้งนี้ หลังจากนั้นต้องมีการพัฒนาระบบสืบค้นเช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการแล้วในแผนกอื่นๆ ที่เพียงป้อนคำที่ต้องการค้นเข้าไปในระบบก็ทราบได้ทันทีว่ามีเอกสารที่ต้องการกี่รายการ ไม่ต้องเสียเวลามาเปิดสมุดบัญชีรายการถึง 5 วันเช่นที่ผ่านมา โดยควรกำหนดให้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 1 ปี

         3. จัดทำเอกสารโบราณต้นฉบับเป็นเอกสารอิเลคทรอนิคส์เพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งมีเผยแพร่เอกสารดิจิตัลในหมวดอื่นๆ อยู่แล้ว โดยผู้รับผิดชอบต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ไม่ใช่ทำแบบไร้จุดหมายไม่เท่าทันความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างที่เป็นอยู่ โดยกำหนดความคืบหน้าในแต่ละปี ภายใน 2 ปี  ทั้งนี้คุณภาพของเอกสารอิเลคทรอนิคส์ต้องได้มาตรฐานอ่านง่าย และมีข้อกำหนดเรื่องลิขสิทธิ์สำหรับผู้ที่นำไปใช้ประโยชน์ตามมาตรฐานสากลด้วย      

         4. เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลและให้บริการเอกสารโบราณควรต้องปรับทัศนคติว่า ความรู้ทางวิชาการไม่ควรถูกผูกขาดอยู่ที่นักวิชาการของกรมศิลปากรเท่านั้น เพราะมีนักวิชาการอีกมากมายที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่กรมศิลปากรไม่มี  ดังนั้นหากมีการจัดระบบให้เข้าถึงเอกสารโบราณออนไลน์ได้ ก็จะช่วยทลายกำแพงที่กักขังข้อมูลอันมีคุณค่าทางวิชาการลง ช่วยให้มีการค้นคว้าอย่างกว้างขวาง

          การตัดสินใจเริ่มการรณรงค์ของดิฉันในครั้งนี้ ก็พื่อให้เอกสารโบราณซึ่งเป็นมรดกของชาติได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และเพื่อให้คนไทยทุกคนทุกระดับได้รับโอกาสและความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อเรียนรู้เรื่องราวของชาติ ของท้องถิ่นตัวเองแม้จะอยู่ในจังหวัดที่ห่างไกลก็ตาม  

         ทุกวันนี้ห้องสมุดหลายแห่งทั่วโลก ในประเทศเพื่อนบ้านเราและในประเทศไทยเองได้มีการพัฒนาระบบบริการออนไลน์กันมากแล้ว  หอสมุดแห่งชาติ ต้องเปลี่ยนทัศนคติการทำงานและบริการให้มีประสิทธิภาพ สมกับเป็นหน่วยงาน “แห่งชาติ“

        “ เราจะเข้าใจรากเหง้าและคุณค่าในตัวเองได้อย่างไร...หากเอกสารเก่าเสื่อมสภาพและการเข้าถึงข้อมูลเพื่อความเข้าใจและภูมิใจในชาติของเราและตัวเราเป็นไปด้วยความยากลำบาก”

        ดิฉันจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมใจกันลงชื่อถึงผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ อธิบดีกรมศิลปากร  และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อแก้ปัญหาและดำเนินการตามข้อเรียกร้องโดยเร็ว

------------

Proposing petition to the National Library of Thailand (NLT ) to have online service to access to the old documents , before King Chulalongkorn era, in custody of the NLT ’s collection in order to reduce the service of original manuscripts which are not in good condition and became more deteriorated. The petition also would love to see the NLT be more responsive to the learning need of people who sometimes has to travel far away just to experience governmental red-tape procedure and give up to go further.

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 15,000 คน!
หากถึง15,000รายชื่อแคมเปญนี้จะเป็นหนึ่งในแคมเปญที่มีคนที่ลงชื่อมากที่สุดบน Change.org