ผู้นำประเทศไทย โปรดกำหนดมาตรการป้องกันโรคระบาดแบบโควิด-19 ระลอกใหม่ #ก่อนจะสายเกินไป

มีผู้สนับสนุน 0 คน ขออีกให้ถึง 1,000 คน!


ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับหนึ่งในวิกฤติอันหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ อันเกิดจากการระบาดของโควิด-19 นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำหลายท่านต่างยืนยันว่าการระบาดครั้งนี้ถือเป็น “คำเตือนสำคัญ” และ การระบาดในลักษณะนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ขอเชิญทุกคนมารวมตัวกัน ขอร้องให้ผู้นำประเทศไทยลงมือวางมาตรการป้องกันโรคระบาดระลอกใหม่ #ก่อนจะสายเกินไป 

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environmental Program- UNEP) ระบุว่า กว่า 75% ของโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นโรคที่เกิดจากสัตว์ (zoonotic diseases) หมายความว่า เป็นโรคซึ่งเริ่มแพร่ระบาดในสัตว์ก่อนจะติดต่อมาสู่คน  ตัวอย่างของโรคติดต่อจากสัตว์ก็เช่นโควิด-19 ซึ่งพบว่าต้นกำเนิดที่เป็นไปได้มากที่สุดคือค้างคาว  โรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ยังเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก เป็นผลเนื่องมาจากสุขภาพของระบบนิเวศและความหนาแน่นในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เราจึงขอให้ผู้นำไทย ประกาศนโยบายดังต่อไปนี้เพื่อป้องกันโรคระบาดระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  1. สั่งห้ามการขายสัตว์ป่า และการฆ่าสัตว์ในตลาดสด

    ตลาดสดซึ่งเชือดสัตว์เป็นๆ ในบริเวณเดียวกันกับที่ขายเนื้อสัตว์อาจเป็นตัวการทำให้โรคจากสัตว์แพร่มาสู่มนุษย์ได้  เช่นในกรณีของโรคซารส์กรณีแรกๆ  เชื้อไวรัสแพร่มาสู่คนมีความเกี่ยวเนื่องกับการสัมผัสกับชะมดที่อยู่ในกรงในตลาดสด  หรือกรณีอีโบล่า ซึ่งเชื่อกันว่าแพร่มาสู่มนุษย์เมื่อมีคนกินเนื้อกอริลล่าซึ่งติดเชื้อเข้าไป  ในตลาดลักษณะนี้มูลและของเหลวจากร่างกายสัตว์เป็นๆ อาจไปปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ที่วางขายอยู่ และแพร่เชื้อไปสู่คนที่สัมผัสโดยตรงหรือคนที่กินเนื้อเข้าไปได้ ตัวอย่างของตลาดที่ฆ่าสัตว์เป็นๆ ในบริเวณเดียวกับที่ขายเนื้อสัตว์คือตลาดคลองเตย กรุงเทพ ซึ่งควรมีมาตรการควบคุมอย่างเร่งด่วน

    ตลาดค้าสัตว์ป่าก็อาจจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อได้เช่นกัน สัตว์ป่ามักจะมีเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายประเภท และการนำสัตว์ป่าจำนวนมากมาขังรวมกันไว้กลางเมือง เหมือนอย่างที่ทำในตลาดนัดจตุจักร ก็ทำให้คนเสี่ยงติดเชื้อจากสัตว์โดยไม่จำเป็น 

  2. หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า

    การตัดไม้ทำลายป่าก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดระลอกใหม่  การรุกล้ำพื้นที่ป่า ทำให้สัตว์ป่าเข้าใกล้คนและฟาร์มปศุสัตว์มากขึ้น  ตัวอย่างก็คือการระบาดของโรคสมองอักเสบนิปาห์ (Nipah) ในประเทศมาเลเซียซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก แม้จะควบคุมได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 100 คน  การระบาดของนิปาห์เกิดเมื่อฟาร์มหมูรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยของค้างคาวป่า ค้างคาวทำผลไม้ที่ติดเชื้อตกไว้ในฟาร์มหมู และหมูกินผลที่ค้างคาวทำตกไว้เข้าไปจึงติดเชื้อ คนจึงได้รับเชื้อจากหมูอีกทอด

    นอกจากนี้ การทำลายพื้นที่ป่าก็ยังเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วจนน่าใจหาย ซึ่งโดยมากเป็นผลมาจากการผลิตและการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์

  3. หยุดยั้งการขยายตัวของฟาร์มเชิงอุตสาหกรรมแห่งใหม่

    ข้อมูลจาก UNEP ระบุว่า สัตว์จากฟาร์มเชิงอุตสาหกรรมนี่เองที่เป็น “ตัวกลางส่งผ่านโรค” ระหว่างสัตว์ป่าและคน  โรคจากสัตว์ในฟาร์ม เช่น ไข้หวัดนก อาจติดต่อมาถึงคนและทำให้เสียชีวิตได้ ในประเทศไทย หมูและไก่นับพันๆ ชีวิตถูกเลี้ยงอยู่ในโรงเลี้ยงอันแอออัด และมักมีภูมิคุ้มกันต่ำ สภาพที่มีสัตว์อยู่รวมกันมากๆ โดยไม่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ก็ทำให้โรคแพร่ไปในหมู่สัตว์ได้เร็วขึ้น

  4. ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่องกับสัตว์

    ขณะนี้ 75% ของยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกนั้นใช้กับสัตว์ โดยมากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงมาเป็นอาหาร  การใช้ยาอย่างไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ทำให้เกิดแบคทีเรียดื้อยา และแบคทีเรียก็อาจปนเปื้อนไปกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต่างๆ ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ไก่  แบคทีเรียดื้อยาเหล่านี้อาจไปอยู่ในน้ำหรือผักซึ่งปนเปื้อนมูลสัตว์ ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากแบคทีเรียดื้อยามากกว่า 38,000 คนในแต่ละปี  ภายในปี พ ศ.2593  คาดการณ์ว่าแบคทีเรียดื้อยาอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกต่อปี  ซึ่งมากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเสียอีก  กรมปศุสัตว์ได้มีการควบคุมการให้ยาปฏิชีวนะกับสัตว์มาตั้งแต่ปี พ ศ.2546  แล้ว แต่งานวิจัยฉบับหนึ่งพบว่า  เกษตรกรยังไม่ทำตามระเบียบนี้

  5. ส่งเสริมระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน

    เราพลิกสถานการณ์ได้ โดยการสร้างระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืนมากกว่านี้ และพึ่งพาอุตสาหกรรมปศุสัตว์ให้น้อยลง ขอเชิญมาร่วมมือกันขอผู้นำไทย ให้ช่วยส่งเสริมประชาชนคนไทยให้รับประทานอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น ดีต่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้หากคนรับประทานอาหารจากพืชมากขึ้น แแทนที่ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ด้วยพืช ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน  ระบบอาหารที่ยั่งยืนยังจะช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสาพภูมิอากาศ การรุกล้ำพื้นที่ป่า ช่วยบรรเทาปัญหาสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ในฟาร์มปศุสัตว์  และช่วยป้องกันโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตได้อีกด้วย


เรายังมีเวลาพลิกวิกฤตครั้งนี้ และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยกว่าสำหรับพวกเราทุกคน มาช่วยกันเรียกร้องให้ผู้นำไทยลงมือทำอะไรสักอย่างตอนนี้ #ก่อนจะสายเกินไป  กรุณาลงชื่อในแคมเปญรณรงค์นี้และแชร์ให้เพื่อนๆ และครอบครัวของคุณ

ติดตามการเคลื่อนไหวของเราได้ทางเฟซบุ๊คและอินสตาแกรม