ปิดแคมเปญรณรงค์

ขอให้แก้กฎหมายความเร็ว "ในเมือง" ให้เหลือไม่เกิน 60 กม./ชม.

แคมเปญรณรงค์นี้ได้รับผู้สนับสนุนจำนวน 9 คน


แน่นอนว่าความเร็วในเมืองมีการจำกัดหลายระดับอยู่แล้ว เช่น เขตโรงเรียน เขตชุมชน แต่ถนนที่ไม่ได้ระบุการจำกัดความเร็ว ถึงแม้เป็นเขตเมือง (urban) แต่กฎหมายไทยอนุญาตให้ขับขี่ได้ถึง 80 กม./ชม. แต่ญี่ปุ่นที่เสียชีวิตทางถนนน้อยกว่าไทยมาตลอด (แถมในปี 2016 ยังเสียชีวิตทางถนนน้อยที่สุดในรอบ 67 ปี! คือไม่ถึง 4 พันคน) ห้ามขับในเมืองเกิน 60 กม./ชม. และใน 28 ประเทศของสหภาพยุโรป (EU) มี 26 ประเทศที่ความเร็วสูงสุดในเขตเมืองตามกฎหมายต้องไม่เกิน 50 กม./ชม. อีก 2 ประเทศที่แตกต่าง ได้แก่ ไซปรัส ไม่เกิน 65 กม./ชม., สหราชอาณาจักร ไม่เกิน 48 กม./ชม. (30 ไมล์/ชม.) [กฎหมายไทย, กฎหมายต่างประเทศ]

ที่กรุงเทพฯ การขับรถเร็วเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนน สูงกว่าเมาแล้วขับถึง 66% ผู้ได้รับผลกระทบสูงสุดคือ คนเดินเท้าและจักรยาน

ในเมือง เดี๋ยวนี้ต่างจังหวัดก็รถติดแล้ว ใครจะไปขับ 80 ได้?

เมื่อดูจังหวัดที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 4 อันดับแรกและสุดท้ายของ 2 ปีที่แล้ว มัน "ซ้ำกัน" อย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้

(เรียงจากจำนวนผู้เสียชีวิต มากไปน้อย)
- ปี 2558 1.กรุงเทพฯ 2.นครราชสีมา 3.ชลบุรี 4.เชียงใหม่
... 74.พังงา 75.ยะลา 76.ระนอง 77.แม่ฮ่องสอน
- ปี 2559 1.กรุงเทพฯ 2.นครราชสีมา 3.ชลบุรี 4.เชียงใหม่
... 74.พังงา 75.แม่ฮ่องสอน 76.ยะลา 77.ระนอง
แม้เพิ่งผ่านมาแค่ 4 เดือน แต่ประวัติศาสตร์มีโอกาสซ้ำรอย
- ปี 2560 1.กรุงเทพฯ 2.นครราชสีมา 3.ชลบุรี 4.อุดรธานี 5.เชียงใหม่
... 75.ยะลา 76.พังงา 77.แม่ฮ่องสอน

(อัพเดทข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 60 - http://www.thairsc.com : คลิก ข้อมูลผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตสะสมทุกจังหวัด)

และความจริงที่คนไทยต้องประสพ คือ ในรายงาน จำนวนรถจดทะเบียน (สะสม) ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ไม่มีจังหวัดใดที่มีจำนวนรถมากกว่า กรุงเทพฯ นครราชสีมา ชลบุรี เชียงใหม่ ข้อมูลนี้สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดความเป็นเมืองได้พอสมควร

ในเมืองก็มีแต่มอเตอร์ไซค์แหละ ที่ขี่ฉวัดเฉวียน และรถยนต์ตายแค่ประมาณ 20% จากการตายทางถนนทั้งหมด ก็ไปปรับปรุงวินัยมอเตอร์ไซค์นู่นสิ!
- แต่กรณี "ทายาทกระทิงแดง" ก็เป็นตัวอย่างว่า คนที่ตายจากมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเสมอไป

แต่นั่นเค้าขับรถเร็วเกินกำหนดนะ! กฎหมายก็ได้แค่รอให้คนทำผิดก่อน แล้วค่อยลงโทษ

การรณรงค์: ตั้งแต่ปี 1948 (2491) สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนทั่วประเทศ 10 วัน ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี โดยจัด 2 ครั้งต่อปี และสื่อมวลชนได้ประชาสัมพันธ์คำขวัญและคำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน มีอาสาสมัครของชุมชนจำนวนมากให้การสนับสนุน มีการศึกษาที่พบว่าการเกิดอุบัติเหตุทางถนนต่อวันในช่วงแคมเปญ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายวันต่อปีประมาณ 10% [3.3 Education and publicity] และยังมีการศึกษาอีก 8 กรณี ที่พอเทียบเคียงกันได้ (เมาแล้วขับ) พบว่าการรณรงค์มีผลให้อุบัติเหตุลดลง 13% ซึ่งไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจนของผลลัพธ์ระหว่าง การนำเสนอบทลงโทษทางกฎหมายกับการนำเสนอผลร้ายต่อร่างกายหรือสังคม

กรณีที่ไม่มีการขับรถเร็วเกินกำหนดตามกฎหมายปัจจุบัน สมมติว่า รถยนต์ขับมา 70 กม./ชม. ถ้าศีรษะของคนขี่มอเตอร์ไซค์ แม้จะสวมหมวกกันน็อค กระแทกกับของแข็ง ก็อาจไม่รอด! เพราะความเร็วที่ค่อนข้างปลอดภัยในการขับขี่ไม่ควรเกิน 60 กม./ชม. เป็นความเร็วที่หมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐานพอจะรับได้ ... แต่กฎหมายอนุญาตให้ถึง 80 กม./ชม.
- จากผลการศึกษาผู้บาดเจ็บจากการใช้รถมอเตอร์ไซค์ในไทยและต่างประเทศ ยืนยันชัดเจนตรงกันว่า การสวมหมวกกันน็อคจะช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตได้ 39% ... แล้วอีก 61% ล่ะ?
- เฉลี่ยในทุก 2 ชั่วโมงจะมีผู้ "พิการ" จากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้น 1 คน https://goo.gl/INOzEw

อีกอย่าง เพราะเป็นประเทศรายได้ปานกลาง จึงเจ็บปวด!
นอกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แบ่งกลุ่มจำนวนการเสียชีวิตทางถนนตามภูมิภาค (ยุโรป: ตายน้อยสุด เกือบทั้งหมดอยู่ในกลุ่มรายได้สูง) ยังแบ่งตามกลุ่มรายได้ (ธนาคารโลกให้ความหมายประเทศรายได้สูง ว่า รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีมากกว่า US$12,475) การที่ไทยเราขึ้นชื่อเรื่องอุบัติเหตุทางถนน ก็ไม่ต้องน้อยใจมากนัก นี่เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางเสียชีวิตเยอะกว่ากลุ่มรายได้สูงอยู่แล้ว ซึ่งไทยเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (upper-middle-income) https://goo.gl/6E4v67 

- แม้ว่ากลุ่มประเทศ "รายได้สูง" มีรถรวมกัน 46% ของจำนวนรถทั้งหมดในโลก แต่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมีเพียง 10% ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลก
- แต่กลุ่มประเทศ "รายได้ปานกลาง" มีรถรวมกัน 53% ของจำนวนรถทั้งหมดในโลก แต่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกลับสูงถึง 74% ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลก (รายได้น้อย: รถ1%, ตาย16%) https://goo.gl/C6R2Bd


จากที่ได้ไล่เรียงข้อมูลมา จึงประสงค์ให้มีการ แก้ไขกฎหมายควบคุมความเร็ว "ในเมือง" จากไม่เกิน 80 กม./ชม. ให้เหลือไม่เกิน 60 กม./ชม.


ขอบคุณครับ

 

ภาพจากภาพยนตร์ Need For Speed

ติดตามเผจได้ที่ https://m.facebook.com/SafeAgainIn21th/

 



N อยากให้คุณช่วย

N A ชวนคุณร่วมลงชื่อในแคมเปญ «ขอให้แก้กฎหมายความเร็ว "ในเมือง" ให้เหลือไม่เกิน 60 กม./ชม.» ร่วมกับ N และผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีก 8 คน