สมาคมรักษ์ทะเลไทย

1,797 Supporters

Started 1 petition

Victory
Petitioning กรมประมง

หยุดนิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน

คุณบรรจงกล่าวกับ Change.org ว่า “การณรงค์ของเราในที่สุดก็สำเร็จ เมื่อกรมประมงรับปากยุติแนวคิดที่จะ “นิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน” โดยจะไม่มีการเสนอเรื่องต่อไปยังคณะรัฐมนตรี จนกว่าคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวจะมีการปรับปรุงเพิ่มสัดส่วนของตัวแทนฝ่ายประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ทให้่เท่าเทียมกัน”คุณบรรจงบอกว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ร่วมลงชื่อทุกคน การรณรงค์ครั้งนี้ก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย ทุกครั้งที่ร่วมลงชื่อ และแชร์ต่อผ่านอีเมล์ และโซเชียลมีเดียร์ คุณมีส่วนช่วยให้เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจนเกิดเป็นกระแสกดดันจากสังคมทั่วไป โดยไม่ใช่จากชาวประมงพื้นบ้านเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถึงแม้เรื่อประมงอวนลากเถื่อนจะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมให้ออกมาหากินอย่างถูกกฎหมาย เรือเถื่อนเหล่านี้ก็จะยังคงลักลอบหากินแบบเดิมต่อไป โดยคุณบรรจงตอนนี้เตรียมวางแผนการณรงค์ครั้งใหม่เพื่อต่อสู่การประมงที่ทำลายล้างแบบนี้อย่างเต็มรูปแบบ และคุณบรรจงจะขอแรงทุกคนในเร็วๆนี้อีกครั้งหนึ่่ง  English Summary Over Five months ago small scale rural fishing communities lead by Banjong Nasae started a mammoth task of trying to stop the Fisheries Department from classifying illegal large scale trawlers as legitimate fishing boats.  Banjong asked for your help and thousands of you answered the call. Banjong delivered your signatures together with letters from fishing communities affected by the large scale illegal fishing to all related agencies and five months later the campaign has won!  “The Fisheries Department has backed down from their plans to submit the request to legitimize illegal trawling to the Cabinet. I would like to thank everyone who helped signed and shared the petition. without your support, our issue would continue to be ignored,” said Banjong.  Share this great story with your friend and thanks again for being part of this amazing change. ------------------------------------------------------------------------------- การทำประมงด้วยเครื่องมือประมงอวนลาก เป็นการประมงที่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศทางทะเลมากที่สุด  อวนลากที่ติดอยู่กับเรือ จะลากครูดไปกับพื้นท้องทะเล กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปตั้งแต่่ระดับกลางน้ำไปจนจรดพื้นท้องทะเล ไม่เพียงแต่ปลาและสัตว์ทะเลทุกประเภททุกวัยเท่านั้น แต่ยังกวาดเอาปะการัง และหน้าดินพื้นท้องทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และแหล่งที่อยู่อาศัย แพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ไปจนหมดสิ้น  เพราะอำนาจทำลายล้างของมัน ทำให้กรมประมงประกาศไม่ให้จดทะเบียนเรืออวนลากขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา แต่ในความเป็นจริงกลับมีเรืออวนลากเถื่อนที่ไม่มีทะเบียนที่ถูกต้อง จำนวนหลักหมึ่นลำ ลักลอบจับปลาอยู่ในอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน รวมทั้งในเขตทะเลของเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ทะเลไทยเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทรัพยากรพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นที่รับรู้กันในหมู่นักวิชาการทางทะเลทั่วโลก   ตอนนี้สหภาพยุโรปซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของตลาดสัตว์ทะเลไทย ได้ประกาศจะไม่นำเข้าสินค้าจากการประมงผิดกฎหมายทำให้เรือประมงอวนลากเถื่อนเหล่านี้โดนใบแดง ไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปได้อีก  แต่แทนที่กรมประมงจะใช้เงื่อนไขนี้ในการจัดการกับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย กลับหาวิธีช่วยเหลือผู้ประกอบการประมงเรืออวนลากเถื่อนเหล่านี้ โดยการเตรียมนิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน 2,107 ลำ ให้กลายเป็นเรือถูกกฎหมายด้วยการจดทะเบียนเครื่องมืออวนลากให้ สมาคมรักษ์ทะเลไทยจึงของเรียกร้องให้กรมประมงยุติการดำเนินการดังกล่าว ขอให้ทุกคนช่วยลงนามเพื่อสร้างพลังกดดัน เพราะตอนนี้ คณะรัฐมนตรีกำลังเตรียมอนุมัติ อย่าปล่อยให้ทรัพยากรทะเลซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของเราต้องโดนทำลายอีกต่อไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้ -------------------- รายละเอียดเพิ่มเติม  ในขณะนี้กรมประมงภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา “นิรโทษกรรมเรือประมงอวนลากเถื่อนทั่วประเทศอีก 2,107 ลำ” โดยให้เหตุผลว่าสัตว์น้ำที่จับได้โดยเรืออวนลากเถื่อนเหล่านี้ไม่สามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้ เพราะการบังใช้มาตรการ IUU Fishing ในการนำเข้าสินค้าประมงของสหภาพยุโรป “IUU Fishing” มาจากคำว่า Illegal, Unreported and Unregulated Fishing ซึ่งแปลว่าการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ซึ่งหมายความว่าสหภาพยุโรปจะไม่นำเข้าสินค้าประมงที่มาจากการทำประมงผิดกฏหมาย การทำประมงที่ขาดการรายงานแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ และเป็นการทำประมงที่ไม่มีการควบคุม การทำประมงอวนลากเกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณปี พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นระยะแรกเริ่มของการพัฒนาประมงทะเลของไทย ด้วยศักยภาพของเครื่องมืออวนลากทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรสัตว์น้ำหน้าดินสูงสุด งานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวว่าอ่าวไทยมีศักยภาพการผลิต (carrying capacity) ของสัตว์น้ำหน้าดินอยู่ที่ประมาณ 750,000 ตัน ซึ่งต้องการการลงแรงประมงอวนลาก (fishing effort) อยู่ที่ 8.6 ล้านชั่วโมง (Muntana, Somsak, 1982 อ้างโดย the Southeast Asian Fisheries Development Center, 1987) อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมาได้มีการจับสัตว์น้ำหน้าดินด้วยอวนลากเกินศักยภาพการผลิตของทะเล โดยที่ในปี พศ. 2525 ผลผลิตของประมงอวนลากอยู่ที่ 990,000 ตัน ซึ่งเกินกว่ากำลังการผลิตของทะเลกว่า 30% ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งของความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทะเล ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2529 ผลผลิตของเรือประมงอวนลากลดลงเหลือ 648,560 ตันแต่ต้องลงแรงทำการประมงถึง 11. 9 ล้านชั่วโมง งานวิจัยของกรมประมงเสนอว่าอัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ยของการทำประมงอวนลากลดลงอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2504 อัตราการจับสัตว์น้ำของอวนลากอยู่ที่ 297.6 กก./ชม. ลดลงเหลือ 49.2 กก./ชม. ในปีพ.ศ. 2525 และ 22.78 กก./ชม. ในปีพ.ศ. 2534 (Phasuk, 1994) ในปีพ.ศ. 2549 อัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ยของอ่าวไทยตอนบนเหลืออยู่เพียง 14.126 กก./ชม. (โอภาส ชามะสนธิ และ คณิต เชื้อพันธุ์, 2552) ในขณะที่งานวิจัยเรื่ององค์ประกอบของผลผลิตอวนลากได้พบว่าสัดส่วนของสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ต้องการมีเพียงร้อยละ 33.3 ที่เหลือเป็นปลาเป็ดร้อยละ 66.7 และร้อยละ 30.1 ของปลาเป็ดเป็นสัตว์ส่วนของสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจวัยอ่อน (Chantawong, 1993) ผลงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่นำเสนอโดย FAO (Food and Agriculture Organization of the United Nations) ร่วมกับกรมประมงในปีพ.ศ. 2547 ได้กล่าวว่าเพื่อคงไว้ซึ่งศักยภาพการผลิตของทะเลสูงสุดของสัตว์หน้าดิน การทำประมงอวนลากในอ่าวไทยต้องลดลงอีก 40% แต่ถ้าต้องการทำให้เกิดผลทางเศรษฐกิจสูงสุดต้องลดลงอีก 50% ของการลงแรงประมงที่มีอยู่ นอกจากนี้แล้วงานวิจัยทัศนคติของชาวประมงชายฝั่งต่อผลกระทบของการทำประมงอวนลากพบว่าชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งได้รับความเดือดร้อนจากเรือประมงอวนลากอย่างหนักหนาสาหัสทั่วหน้ากัน อวนลากไม่เพียงแต่ทำลายสัตวน้ำเศรษฐกิจวัยอ่อน ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและระบบนิเวศสัตว์น้ำชายฝั่ง แต่ยังได้ทำลายเครื่องมือประมงของชาวประมงพื้นบ้านที่วางทิ้งไว้ในทะเลเพื่อดักจับสัตว์น้ำให้เสียหายอีกด้วย จึงกล่าวได้ว่าการทำประมงอวนลากส่งผลกระทบทางลบทั้งต่อตัวทรัพยากรทะเลและวิถีการทำประมงของชุมชนชายฝั่งซึ่งเป็นชาวประมงส่วนใหญ่ของประเทศ ถึงแม้ว่าการทำประมงอวนลากจะถูกห้ามดำเนินการในเขตพื้นที่ชายฝั่ง 3,000 เมตรทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา แต่ด้วยข้อจำกัดหลายประการของกรมประมงทำให้การควบคุมการทำประมงอวนลากให้ปฏิบัติตามกฏหมายที่ผ่านมาขาดประสิทธิภาพ ความพยายามของกรมประมงในการควบคุมจำนวนเรือประมงอวนลากไม่ให้เพิ่มขึ้นก็ไม่ประสบความสำเร็จในทางปฏิบัติ ในปี พ.ศ. 2523 กรมประมงประกาศที่จะไม่ออกใบอนุญาติทำประมงให้กับเรือประมงอวนลากใหม่เพื่อเป้าหมายในการลดจำนวนเรืออวนลากในระยะยาว แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการและกลุ่มประมงอวนลากในขณะนั้น ทำให้กรมประมงอนุญาติให้เรืออวนลากผิดกฏหมายที่ไม่มีทะเบียนมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมาย (ขออนุญาติเรียกว่านิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน) เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น 3 ครั้งด้วยกัน ในปี พ.ศ. 2525 พศ. 2532 และ พศ. 2539 ทำให้เห็นว่าการควบคุมจำนวนเรืออวนลากของกรมประมงที่ผ่านมาเป็นเพียงการควบคุมตัวเลขเรืออวนลากที่จดทะเบียนเท่านนั้น แต่มีเรืออวนลากเถื่อนเต็มท้องทะเลที่กำลังรอวันนิรโทษกรรม ดังนั้นการที่กรมประมงกำลังดำเนินการพิจารณานิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อนอยู่ในขณะนี้ด้วยเหตุผลเพื่อแก้ปัญหาการส่งสินค้าประมงของไทยเข้าสหภาพยุโรปตามมาตรการ IUU Fishing แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลวิชาการเรื่องผลกระทบของการทำประมงอวนลากข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าการนิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อนครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของมาตรการ IUU Fishing ของสหภาพยุโรปที่ต่อต้านการประมงที่ผิดกฎหมาย การทำประมงที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ที่ถือว่าเป็นการทำประมงที่ส่งผลร้ายแรงต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อมทางทะเล บทบาทหน้าที่ของกรมประมงควรตั้งอยู่บนหลักการที่สำคัญสองประการ ประการแรกคือการจัดการประมงให้เกิดการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนเพื่อคงไว้ซึ่งการผลิตอาหารและการประกอบอาชีพของชาวประมงทั่วประเทศ และประการที่สองคือการกระจายการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเป็นธรรมที่จะช่วยลดความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำในสังคม และเกิดธรรมมาภิบาลในการบริหารจัดการประมง ถ้ากรมประมงดำเนินงานอยู่บนหลักสองประการนี้ก็จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายอื่น ๆ ของกรมประมงที่ได้ตั้งไว้ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน Web Link ต่อไปนี้  http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000072445 http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000064806 http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000065319 http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000077776 http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000084000 English Summary By Change.org  Bangjong Nasae heads the Thai Sea Watch Association. He knows that over fishing and rampant illegal trawling threatens the future of Thailand’s fish stock, and destroys marine habitats. He has seen first hand the damage it has done to small scale rural fishing communities whose lives depend on balance in the marine ecosystem. The European Union (EU), one of the largest importers of Thai seafood, has recently announced that it will ban fishery products suspected to be from ‘pirate’ fishing.  This could end illegal fishing, but Bajong has heard that the Fishery Department is planning to classify illegal trawlers as legitimate fishing boats.  He worries this could permanently deplete Thai fishing stock. Bajong asks you to add your voice to the campaign to stop the Fishery Department and protect our marine habitat and the livelihoods of traditional fishing communities.

สมาคมรักษ์ทะเลไทย
1,797 supporters