กลุ่มทำทาง

40,930 supporters

    Started 5 petitions

    Petitioning สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    ยกเลิกความผิดผู้หญิงที่ทำแท้ง กฎหมายอาญามาตรา 301 Decriminalize abortion Now!

    เหตุใดกฎหมายไทยต้องบังคับให้เพศหญิง เป็นฝ่ายแบกโลกไว้แต่เพียงผู้เดียว...โดยเฉพาะกฏหมายอาญามาตรา 301 ที่ระบุว่าผู้หญิงที่ยุติตั้งครรภ์ไม่ว่ากรณีใดๆ มีความผิด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท  มาตราดังกล่าวเป็นกฎหมายที่มองไม่เห็นสิทธิเสรีภาพในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง เป็นการซ้ำเติมผู้หญิงในทุกกรณี ทั้งๆ ที่การท้องนั้นเกิดจากทั้งหญิงและชายร่วมกัน และการตัดสินใจว่าจะมีหรือไม่มีลูกตอนไหน เป็นสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ เป็นสิ่งที่พวกเธอควรเลือกได้เอง  “การจะเลือกที่จะยุติการตั้งครรภ์ของผู้หญิงจำนวนมากมันมีปัจจัยมากมาย แล้วมันไม่ใช่การตัดสินใจง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องมักง่าย แต่เป็นการเลือกชั่งน้ำหนักว่า เวลานี้ฉันทำอะไรไหว” - สัมภาษณ์รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ จากเพจ ‘คุยกับผู้หญิงที่ทำแท้ง’  ข้อมูลการเฝ้าระวังการแท้งของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 พบว่า ผู้หญิงที่ตัดสินใจทำแท้ง 60% ทำด้วยเหตุผลทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ในขณะ 40% ทำด้วยเหตุผลด้านสุขภาพร่างกาย กฎหมายที่กำลังแก้จึงควรคำนึงถึงความจริงนี้ด้วย การทำแท้งจึงอาจเป็นทางเลือกของครอบครัวที่ลำบากอยู่แล้ว ไม่ให้ลำบากไปกว่านี้  นอกจากนี้ หากกฎหมายเอื้อ หน่วยงานด้านสาธารณสุขจะสามารถประชาสัมพันธ์ และขยายบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยให้ครอบคลุมได้มากขึ้น ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น ไม่ต้องหาข้อมูลแบบหลบๆ ซ่อนๆ และใช้เวลานานจนอายุครรภ์เพิ่ม อีกทั้งยังช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรงทั้งทางร่างกาย จิตใจ รวมทั้งอาการแทรกซ้อนอักเสบ ติดเชื้อ ที่อาจทำให้เสียชีวิตจากการพึ่งพาวิธีทำแท้งไม่ปลอดภัยหรือการทำแท้งที่ไม่สำเร็จ  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ว่า มาตรา 301 “ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน หรือ มาตรา 28 เรื่องเสรีภาพในชีวิตร่างกาย” ทำให้ขณะนี้ กฏหมายนี้กำลังถูกปรับแก้อยู่ชั้นกฤษฎีกา โดยในคณะฯ ไม่ได้มีเสียงของผู้หญิงที่เคยทำแท้ง หรือหมอที่ยินดีให้บริการทำแท้งปลอดภัยให้กับผู้หญิงร่วมด้วย - เราจึงกังวลมากว่าเสียงของผู้หญิงอาจถูกมองข้าม จากการที่กระบวนการนี้เป็นการตัดสินใจของคนกลุ่มหนึ่งเพื่อใช้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยลืมไปว่าผู้หญิงต้องแบกรับภาระมากเพียงใดจากการมีมดลูกติดตัวแต่เกิด และยังจะจำกัดให้ผู้หญิงทำแท้งได้ยากภายใต้เงื่อนไขมากมาย ทำให้การท้อง การแท้งกลายเป็นโลกอีกใบที่ผู้หญิงต้องแบกรับต่อไปไม่สิ้นสุด  Now or Never! ตอนนี้จึงถือเป็นโอกาสทองที่พวกเราจะช่วยกันผลักดันให้มีการแก้สาระของกฎหมาย เพราะถ้าไม่แก้ตอนนี้ ก็ไม่น่าจะมีโอกาสไหนอีกต่อไปแล้ว เราจึงอยากขอเสียงสนับสนุนจากทุกท่านช่วยกันลงชื่อในแคมเปญนี้ ร่วมแสดงเจตนารมณ์ส่งถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอให้ท่านตรากฎหมายคืนสิทธิในเนื้อตัวร่างกายให้แก่ผู้หญิง ให้ได้รับการบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย ยกเลิกมาตรา 301 ความผิดผู้หญิงที่ทำแท้ง (อ่านข้อเสนอแก้ไขกฎหมายจากกลุ่มทำทาง และ เครือข่ายภาคประชาสังคมได้ลิ้งนี้) ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากท้องไม่พร้อม ไม่มีใครอยากทำแท้ง เพราะการทำแท้งไม่สนุก - เราหวังว่าการแก้กฎหมายนี้จะทำให้สังคมก้าวหน้า ให้ผู้หญิงมีทางเลือกที่ดีต่อทั้งตัวเองและสังคม ไม่ปล่อยให้ผู้หญิงแบกภาระจากการท้อง ไม่ต้องหลบซ่อน ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการดิ้นรนหาทางแก้ไขเอง เพราะกลัวความผิดถ้าไปโรงพยาบาล กลัวการประนามทั้งจากคนใกล้ตัวและไกลตัวซึ่งอาจรวมทั้งผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ---------- ข้อเสนอการปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานทำแท้ง (เพื่อยกเลิกมาตรา 301 และปรับปรุงมาตรา 305) เสนอโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมรวม 10 องค์กร ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2563 หลักการ และเหตุผล    เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว ที่ประเทศไทยได้บังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง มาตรา 301-305 โดยกำหนดบทลงโทษทางอาญาต่อผู้หญิงที่ทำแท้งไว้ในมาตรา 301  และมีข้อยกเว้นบทลงโทษผู้กระทำการให้ผู้หญิงแท้ง ในกรณีของแพทย์ รวมถึงเงื่อนไขความจำเป็นบางประการในกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของผู้หญิง หรือหญิงมีครรภ์จากการกระทำความผิดอาญา (มาตรา 276, 277, 282, 283, 284) ไว้ในมาตรา 305         ในทางปฏิบัติพบว่า มีคดีที่กระทำความผิดตามมาตรา 301 ขึ้นสู่ศาลน้อยมาก เนื่องจากการทำแท้ง มีลักษณะเป็น “อาชญากรรมที่ปราศจากเจ้าทุกข์” (crime without victims)  หรือ เป็น“การกระทำความผิดที่ไม่มีผู้เสียหาย” (Victimless crimes) กล่าวคือเป็นการกระทำที่ผู้กระทำยินยอมให้ผลของการกระทำนั้นเกิดกับตัวผู้กระทำเอง โดยที่กฎหมายบัญญัติให้การกระทำนั้นเป็นความผิดไว้หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการกระทำที่ผู้กระทำเป็นทั้งอาชญากรและเป็นเหยื่อไปพร้อมๆ กัน จึงเป็นการยากที่จะพิจารณาถึงผู้เสียหายได้โดยชัดเจนเพราะเป็นเรื่องของความยินยอม และทำให้ยากแก่การจับกุมและปราบปรามเพราะทั้งผู้ให้บริการทำแท้งและตัวหญิงที่ยินยอมให้ทำแท้งจะไม่มีฝ่ายใดดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์     จากข้อมูลการเฝ้าระวังการแท้งของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ใน พ.ศ. 2562 พบว่า ผู้หญิงที่ตัดสินใจทำแท้งจำนวนร้อยละ 60 ทำแท้งด้วยเหตุผลทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ ในขณะที่ร้อยละ 40 ทำแท้งด้วยเหตุผลด้านสุขภาพร่างกาย แสดงให้เห็นว่ากฎหมายที่บังคับใช้ ในมาตรา 305 ที่ยกเว้นการลงโทษในกรณีที่แพทย์ยุติการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงด้วยเหตุผลด้านสุขภาพร่างกาย และการตั้งครรภ์จากการกระทำความผิดทางอาญาเพียงสองเหตุผล ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน     ขณะเดียวกันเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันได้พัฒนาก้าวหน้ามาก สามารถให้บริการดูแลรักษา รองรับการตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของหญิงได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยังได้ขึ้นทะเบียนยายุติการตั้งครรภ์โดยกำหนดให้เป็นยาที่สั่งโดยแพทย์ และจัดตั้งเครือข่ายอาสาเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ในปี พ.ศ. 2557  รวมถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพได้สนับสนุนงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในการยุติการตั้งครรภ์ในสถานบริการที่เข้าร่วมกับเครือข่ายอาสาเพื่อการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บเสียชีวิตจากการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลกรณีเกิดอาการแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย  ซึ่งผลจากการขึ้นทะเบียนยายุติการตั้งครรภ์ และการดำเนินงานของเครือข่ายอาสาเพื่อยุติการตั้งครรภ์พบว่า สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยลงได้ถึง 12 ล้านบาท (ในพ.ศ. 2558) และ 20 ล้านบาท (ในพ.ศ. 2559) อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังเอาผิดผู้หญิงที่ทำแท้ง และข้อจำกัดเงื่อนไขในการเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย บวกกับอคติและการตีตราการทำแท้งในสังคมไทย ทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการประชาสัมพันธ์บริการที่มีอยู่ และขยายบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึงข้อมูล การปรึกษา และบริการยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัยที่มีอยู่ และเลือกที่จะไปใช้วิธีการสั่งซื้อยายุติการตั้งครรภ์ทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ยังคงมีผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ หรือถึงขั้นเสียชีวิตจากอาการแทรกซ้อนรุนแรงจากการใช้ยาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการมาเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ที่มากกว่า 24 สัปดาห์ซึ่งมีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น ทั้งจากการเกิดอาการแทรกซ้อน และเสี่ยงต่อการที่จะไม่ได้รับบริการ เพราะใช้เวลาไปกับการหาข้อมูลในการเข้าถึงบริการ หรือเสียเวลาไปกับการหาซื้อยาทางอินเตอร์เน็ตมาใช้ แต่ยุติการตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ ทำให้อายุครรภ์เพิ่มขึ้น ข้อมูลจากการเฝ้าระวังการแท้งของกรมอนามัย ในพ.ศ. 2562 พบว่าแม้ผู้รับบริการยุติการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะมารับบริการในอายุครรภ์ระหว่าง 5-8 สัปดาห์มากที่สุดคือ ร้อยละ 43.8 (รองลงมาคือ อายุครรภ์ระหว่าง 9-12 สัปดาห์ ร้อยละ 31.3 และ 17-22 สัปดาห์ ร้อยละ 11.0 ตามลำดับ ) แต่ก็มีผู้รับบริการร้อยละ 2.5 ที่มารับบริการในอายุครรภ์ระหว่าง 23-28 สัปดาห์ และ ร้อยละ 0.1 ในอายุครรภ์ที่เท่ากับหรือมากกว่า 29 สัปดาห์ ในการแก้ไขกฎหมาย จึงควรคำนึงถึงบุคคลกลุ่มนี้ด้วย เนื่องจากผู้ที่มารับบริการในอายุครรภ์ยิ่งมาก ยิ่งมีความเสี่ยงทั้งทางด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิตมากอยู่แล้ว อีกทั้งมีความเป็นไปได้มากที่พวกเขาจะประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมจนทำให้ไม่สามารถมาเข้ารับบริการก่อนหน้านี้ได้ จึงไม่ควรกำหนดบทลงโทษทางอาญาซ้ำเติมมากขึ้นไปอีก     การที่กฎหมายยังคงกำหนดบทลงโทษผู้หญิงที่ทำแท้งไว้ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริการยุติการตั้งครรภ์ ในฐานะที่เป็นบริการสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ที่จำเป็น ถือว่าไม่เป็นไปตามหลักการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ฉบับพ.ศ. 2560 ที่ได้กำหนดว่า “รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง และเสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค โดยที่บริการสาธารณสุขต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุม และการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพ …รัฐต้องพัฒนาบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”  และเป็นการขัดต่อมาตรา 6 ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ที่ให้การคุ้มครองสุขภาพของผู้หญิง โดยระบุว่า สุขภาพของหญิงในด้านสุขภาพทางเพศ และสุขภาพของระบบเจริญพันธุ์ ซึ่งมีความจำเพาะ ซับซ้อน และมีอิทธิพลต่อสุขภาพของหญิงตลอดช่วงชีวิต ต้องได้รับการสร้างเสริม และคุ้มครองอย่างสอดคล้องเหมาะสม ข้อเสนอเรื่องนิยามการทำแท้ง และการปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301- 30 ภาคประชาสังคมโดยเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม กลุ่มทำทาง สมาคมเพศวิถีศึกษา มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม และองค์กรที่ร่วมลงนามรวมจำนวน 10 องค์กร จึงมีข้อเสนอเรื่องนิยามของคำว่า “การทำแท้ง” และต่อการปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301- 305 ดังต่อไปนี้ (1) นิยาม การทำแท้ง หมายถึง กระบวนการทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง  แบ่งเป็น 1.การทำแท้งที่ปลอดภัย คือ การยุติการตั้งครรภ์โดยใช้กระบวนการทางการแพทย์ ด้วยการใช้ยา หรือ เครื่องมือ 2.การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย คือ การยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีอื่นหรือโดยบุคคลที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย (2) การปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301- 30 มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนเองแท้งลูก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท (ยกเลิก) มาตรา 302 ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา 303 ผู้ใดทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้หญิงถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาท ถึงสี่แสนบาท มาตรา 304 ผู้ใดพยายามกระทำความผิดตาม มาตรา 302 หรือ มาตรา 303 ผู้นั้นต้องระวางโทษเท่าความผิดสำเร็จ มาตรา 305 ถ้าการกระทำใน มาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้อยู่ใต้ความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ในอายุครรภ์ต่ำกว่า 24 สัปดาห์ผู้กระทำไม่มีความผิด และในอายุครรภ์มากกว่า 24 สัปดาห์ โดย (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของหญิงนั้น หรือ (2) ทารกในครรภ์มีความพิการ หรือเป็นโรคพันธุกรรมอย่างรุนแรง หรือ (3) หญิงมีครรภ์เนื่องจากความล้มเหลวในการคุมกำเนิดด้วยวิธีทำหมันหญิง ทำหมันชาย ฝังยาคุมกำเนิด ใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือวิธีอื่นใดที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน หรือ (4) หญิงมีครรภ์และครอบครัวมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจหรือสังคมจนไม่สามารถเลี้ยงดูทารกที่กำลังจะเกิดมาได้ (5) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 282 มาตรา 283 มาตรา 283 ทวิ หรือ มาตรา 284 ผู้กระทำไม่มีความผิด

    กลุ่มทำทาง
    37,237 supporters
    Petitioning Thai Council of State

    The criminalization of Women who need abortion in Thailand must end!

    The criminalization of pregnant women in Thailand must end!  Please join our campaign to abolish section 301 of the criminal law of Thailand to protect women’s lives and rights The criminal law of Thailand, promulgated in 1957, has provisions on the offense of abortion in sections 301-305. Section 301 specifies the offense of women who have an abortion, saying that             “Any woman causing her own abortion or allowing another person to cause it shall be punished with not more than three years of prison or a fine of not more than six thousand Baht, or both.” However, the regulations of the Medical Council of Thailand allow registered doctors to provide abortions if the pregnancy affect women’s physical and mental health.  Additionally: ·         Abortion pills have been officially registered by The Food and Drug Administration of Thailand since 2015. ·         Thailand has a Referral System for Safe Abortion, a network of doctors and nurses who provide safe and legal abortion for Thai women according to the regulations of the Medical Council of Thailand ·         The National Health Security Office of Thailand gives an allowance to registered hospitals to support and provide abortion services for the women.  The hospitals receive 3000 BTH (about 100 USD) for each woman who has an unplanned pregnancy and needs abortion services.    Because of this contradiction in the law, many Thai women believe abortion is illegal and do not access safe services when faced with an unwanted pregnancy.  As a result, too many Thai women are admitted to hospitals with severe bleeding or complications from using fake and unsafe abortion pills by themselves, and from getting unsafe surgical abortion from illegal clinics.  A 2014 study found In that there are 300,000 – 400,000 unsafe abortions a year in Thailand and 300 women died in every 100,000 unsafe abortions[1] . This means over 1,000 women in Thailand die every year because of lack of information about safe services and fear that abortion is illegal.  Tam Tang, a group formed by female activists who have experienced getting an abortion and have provided help and counseling for women to have access to safe abortion ask for your support.  Section 301 must be repealed!  Access to safe abortion services is a reproductive right for every woman in the world.   Please add your name and organization to demand that the State Council and the Constitutional Court act to protect the health and rights of women in Thailand, and repeal Section 301. We, the undersigned, petition the State Council and the Constitutional Court to repeal Section 301 of the criminal law, which criminalizes Thai women who have abortions.   [1]Unsafe Abortion in Thailand: Roles of RTCOG,Prof. Kamheang Chaturachinda, MB ChB, MD, FRCOG,Thai Journal of Obstetrics and GynaecologyJanuary 2014, Vol. 22, pp. 2-7 

    กลุ่มทำทาง
    400 supporters
    Petitioning Thai Ministry of Health

    Thailand has safe abortion services! The Health Dept. (MOPH) of Thailand must share this

    Dear International Reproductive Rights Community, Please join us in our fight to ensure that all Thai people to know about the facts and information of safe and legal abortion.  Women are being harmed by unsafe abortion because they do not know that safe services from skilled providers are available and supported.  This is a violation of human rights, because: ·         The regulations of the Medical Council of Thailand allow registered doctors to provide abortions if the pregnancy affect women’s physical and mental health ·         Abortion pills have been officially registered by The Food and Drug Administration of Thailand since 2015. ·         Thailand has a Referral System for Safe Abortion, a network of doctors and nurses who provide safe and legal abortion for Thai women according to the regulations of the Medical Council of Thailand ·         The National Health Security Office of Thailand gives an allowance to registered hospitals to support and provide abortion services for the women.  The hospitals receive 3000 BTH (about 100 USD) for each woman who has an unplanned pregnancy and needs abortion services.  Yet, most people in Thailand have NO idea that these services are available, legal, and financially supported. WHY? Key government sectors such as the Department of Health of Thailand and the Food and Drug Administration of Thailand have never advertised nor given the information to public, because they fear resistance from some sectors.  As a result, too many Thai women are admitted to hospitals with severe bleeding or complications from using fake and unsafe abortion pills by themselves, and from getting unsafe surgical abortion from illegal clinics. THERE IS A SOLUTION - YOU CAN MAKE A DIFFERENCE FOR THAI WOMEN! Please sign our petition to the Department of Health to save women from unsafe abortion.  “Tam Tang” , a group formed by Thai female activists who have experienced getting an abortion and have provided help and counselling for women to access safe abortion, has joined with “the Choice Network Thailand ”, “Women’s Wellbeing and Gender Justice Program”, “Sexualities Studies Association” and "Asia Pacific Alliance for Sexual and Reproductive Health and Rights", to develop this petition to demand The Thai Department of Health to clarify, publicize and give accurate information and facts about safe and legal abortion, services providing sectors and the support allowance policy.  This information is critical to protect women’s health and lives.   This will also protect and to encourage all doctors and nurses, who are providing services and helping those with unplanned pregnancies.

    กลุ่มทำทาง
    3,483 supporters
    Victory
    Petitioning เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , คุณนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

    ยกเลิก กม.อาญา ม. 301 ผู้หญิงที่ทำแท้งไม่ใช่อาชญากร การทำแท้งเป็นเรื่องสุขภาพ

    ขอเชิญชวนร่วมลงชื่อสนับสนุนให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 301 เพื่อปกป้องชีวิต และสิทธิของผู้หญิง   ในประเทศไทยกฎหมายอาญามีบทบัญญัติเกี่ยวกับความผิดฐานทำให้แท้งลูกในมาตรา 301-305 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 ในบรรดากฎหมายทั้ง 5 มาตรา มาตราที่สำคัญซึ่งมักถูกนำมาพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ ได้แก่ มาตรา 301  และมาตรา 305 โดยมาตรา 301 ระบุถึงความผิดของผู้หญิงที่ทำให้ตนเองแท้งลูก ว่า “หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ” ขณะที่มาตรา 305 คุ้มครองแพทย์ที่ทำแท้งว่าไม่มีความผิด หากทำภายใต้ 2 เงื่อนไข คือ 1.เพื่อสุขภาพของผู้หญิง 2.ในกรณีที่ผู้หญิงตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา หรือถูกล่อลวง จัดหา บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ ตามมาตรา 276, 277, 282, 283 และ 284 ผู้กระทำไม่มีความผิด ในปี พ.ศ. 2548 แพทยสภาได้ออก หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ เพื่อมาสนับสนุนให้แพทย์สามารถทำแท้งให้ผู้หญิงได้โดยไม่ผิด หากทำภายใต้เงื่อนไขว่าจำเป็นต้องทำเนื่องจาก 1.ปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงตั้งครรภ์หรือ 2.ปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากความเครียด รวมถึงเมื่อพบว่าทารกมีความเสี่ยงสูงที่จะพิการ หรือเป็นโรคทางพันธุกรรม โดยมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนทางการแพทย์ และต้องได้รับการรับรองจากแพทย์อย่างน้อยอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้เป็นผู้ทำแท้ง ในปัจจุบัน ยังไม่มีการคุมกำเนิดใดที่มีผลในการป้องกันได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้คนจำนวนมากยังมีความเชื่อที่ผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องการคุมกำเนิด เช่น การหลั่งนอก ทำให้ไม่ท้อง, การมีเพศสัมพันธ์นาน ๆ ครั้ง ไม่น่าจะทำให้ท้อง อีกทั้งผู้หญิงจำนวนมากยังไม่สามารถต่อรองให้คู่ของตนใช้ถุงยางอนามัยได้อีกด้วย ข้อมูลจากกลุ่มทำทางที่ให้คำปรึกษากับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม พบว่า ผู้หญิงต้องการทำแท้ง จำนวนมากมีสาเหตุมาจาก การที่คู่รัก หรือแฟน ปฎิเสธที่จะรับผิดชอบ หรือให้ความช่วยเหลือ หากผู้หญิงตัดสินใจตั้งครรภ์ต่อ จนกระทั่งถึงหลังคลอด  ผู้หญิงจำนวนมากไม่ได้เต็มใจที่จะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ทำให้ตนเองท้องตั้งแต่แรก หรือไม่คิดว่าผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยเหมาะสมที่จะมาเป็นคู่ชีวิต ผู้หญิงที่ทำแท้งจำนวนไม่น้อยผ่านการมีบุตรมาแล้ว และไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรอีกคน เนื่องจากความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สำหรับผู้หญิงทุกคน การทำแท้ง ไม่ใช่การตัดสินใจที่ “ง่าย”  แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะทำให้การทำแท้งที่ปลอดภัย[1]เป็นสิ่งที่ “ปลอดภัยกว่าการคลอด” มาก โดยการทำแท้งในอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ด้วยยา หรือด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยถึง 98% สำหรับผู้หญิงตัดสินใจที่จะทำแท้ง การจะเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัย และมีคุณภาพก็ยังไม่ใช่เรื่อง “ง่าย” อีกเช่นเดียวกัน เนื่องจากสังคมไทยคอยตอกย้ำอยู่ตลอดเวลาว่า การทำแท้งเป็นเรื่องผิดบาป และผิดกฎหมาย ทั้งที่ในความเป็นจริงการทำแท้งในประเทศไทยเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างปลอดภัย และถูกกฎหมาย มีสถานบริการสาธารณสุขทั้งของภาครัฐ และเอกชนที่ให้บริการ การไม่มีข้อมูล และความกลัวต่ออคติและค่านิยมของสังคม ส่งผลให้ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมจำนวนมากต้องเสียชีวิตไปจากอาการแทรกซ้อนของการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ทั้งจากการหาซื้อยาจากแหล่งยาด้อยคุณภาพมาใช้เอง และจากการไปทำแท้งเถื่อนกับสถานบริการที่ไม่ปลอดภัย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ชี้ให้เห็นว่า ทุกปีมีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นจำนวน 25 ล้านครั้งทั่วโลก ในจำนวนนี้ผู้หญิงราว 50,000 คนต้องเสียชีวิตเนื่องจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่มีกฎหมายห้ามการทำแท้ง หรือลงโทษผู้หญิงที่ทำแท้ง  ในประเทศไทยมีข้อมูลจากการวิจัยในปี พ.ศ.2557 ที่ชี้ให้เห็นว่าแต่ละปีมีการทำแท้งราว 300,000-400,000 ครั้งต่อปี และ มีผู้หญิงเสียชีวิตราว 300 คน ต่อการทำแท้ง 100,000 ครั้ง ในหลักการสากลด้านสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ การเข้าถึงบริการการทำแท้งอย่างปลอดภัย ถือเป็นสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิงทุก ๆ คนบนโลกใบนี้  ถึงเวลาแล้วที่ไม่ควรมีผู้หญิงคนใดต้องเสียชีวิตโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป การยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 301 ที่เอาผิดผู้หญิงที่ทำแท้ง จะช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับการทำแท้ง และเข้าถึงบริการทำแท้งอย่างปลอดภัย กลุ่มทำทาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของนักกิจกรรมผู้หญิงที่เคยผ่านประสบการณ์การทำแท้ง และทำงานให้บริการคำปรึกษาเพื่อการเข้าถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยของผู้หญิง ร่วมกับ เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม และ สมาคมเพศวิถีศึกษา  ขอเชิญชวนทุกท่านลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง ขอให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 301 เอาผิดผู้หญิงที่ทำแท้ง เพื่อไม่ให้ผู้หญิงต้องเสียชีวิตจากการเข้าไม่ถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยอีกต่อไป [1] ตามหลักสากลแล้ว การทำแท้งสามารถทำได้จนถึงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ มากกว่านั้น จะถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด

    กลุ่มทำทาง
    400 supporters
    Petitioning นพ.วชิระ เพ็งจันทร์

    ท้องไม่พร้อม ทำแท้งได้

    คุณคิดว่าคุณรู้เรื่อง “ทำแท้ง” ดีแค่ไหน ? คุณรู้หรือไม่ว่า…. ปัจจุบันกฎหมายและข้อบังคับของแพทยสภาอนุญาตให้แพทย์สามารถทำแท้งได้ หากการตั้งครรภ์นั้นมีผลต่อสุขภาพกาย และจิตใจของผู้หญิง  คุณรู้หรือไม่ว่า…. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ขึ้นทะเบียนยาสำหรับทำแท้งในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 แล้ว และคุณเคยรู้ไหมว่า ประเทศไทยมีเครือข่ายแพทย์ และพยาบาลอาสารับการส่งต่อ ให้บริการทำแท้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และข้อบังคับของแพทยสภา ภายใต้ชื่อเครือข่ายแพทย์ RSA (Referal System for Safe Abortion) นอกจากนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยังสนับสนุนงบประมาณ 3,000 บาทรายหัว สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดในการให้บริการทำแท้งอย่างปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ไม่ต้องรู้สึกแปลกใจ หากคุณเพิ่งเคยได้ยิน หรือรับรู้ข้อมูลเหล่านี้เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในประเทศ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ไม่เคยออกมาประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้สาธารณชนได้รับรู้  เพราะเกรงจะถูกกระแสสังคมต่อต้าน ผลก็คือ คุณอาจจะไม่รู้อีกนั่นแหละว่า ประเทศไทยมีผู้หญิงที่ต้องไปหาหมอเพราะตกเลือด หรือมีอาการแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ จากการซื้อยาที่เชื่อถือไม่ได้มาใช้เอง และจากการไปทำแท้งในสถานบริการที่ไม่ปลอดภัย และถ้าลองเสิร์ชในอินเตอร์เน็ต คุณก็จะเห็นว่ามีเว็บไซต์หลอกขายยาทำแท้งมากมายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ แต่ไม่เปิดเผย เพราะรัฐกลัวอคติของสังคม “กลุ่มทำทาง” ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวของนักกิจกรรมผู้หญิงที่เคยผ่านประสบการณ์การทำแท้ง และทำงานให้บริการคำปรึกษาเพื่อการเข้าถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยของผู้หญิง   ร่วมกับ “เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม”, “แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ”, "สมาคมเพศวิถี" และ "Asia Pacific Alliance for Sexual and Reproductive Health and Rights" ขอเชิญทุกท่านที่ต้องการจะเห็นสังคมไทยมีข้อมูลที่ชัดเจน รอบด้านเกี่ยวกับการทำแท้งอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้กรมอนามัยออกมาชี้แจง ประชาสัมพันธ์ และทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเรื่องการทำแท้งที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย ข้อมูลเกี่ยวกับสถานบริการของภาครัฐที่ให้บริการทำแท้งทั้งหมดที่มีอยู่ และงบประมาณสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการการทำแท้งอย่างปลอดภัยในราคาที่ไม่แพง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริงเกี่ยวกับการทำแท้งอย่างปลอดภัย และถูกกฎหมาย                 เพื่อให้แพทย์ และพยาบาลที่มีความกล้าหาญในการให้บริการเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม  ได้รับการปกป้องชื่อเสียง ไม่ถูกสังคมตัดสินอย่างผิด ๆ  และมีกำลังใจในที่จะทำงานต่อไป และที่สำคัญ.... เพื่อให้ผู้หญิงไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการทำแท้งอย่างปลอดภัย เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องสูญเสียผู้หญิงคนใดไปอีกโดยไม่จำเป็น จากการปล่อยให้พวกเธอตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์หลอกขายยา และเสี่ยงต่อการใช้ยาทำแท้งอย่างผิด ๆ หรือไปทำแท้งเถื่อน ช่วยกันลงชื่อ เพื่อให้ไม่มีผู้หญิงคนต่อไปที่ต้องเลือกแหล่งบริการที่ด้อยคุณภาพ  เพราะบริการที่ดีนั้นมีอยู่จริง! 

    กลุ่มทำทาง
    3,483 supporters